หน้าแรก คำสอน ร่วมพันธกิจ สอน 2 รม15:14-21 “พันธกิจสำหรับคนที่ไม่เชื่อ”

สอน 2 รม15:14-21 “พันธกิจสำหรับคนที่ไม่เชื่อ”

6754
0

.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี   ค่ายพระสิริ “ร่วมพันธกิจ สู่นิมิตปี 2020″

สอน 2 รม15:14-21 “พันธกิจสำหรับคนที่ไม่เชื่อ

พุธเช้า ที่  3 เม.. 2019  คริสตจักรพระกิตติคุณสมบูรณ์ภาคใต้

คำนำ

การรับใช้พระเจ้า มีทั้งความสุขมีคนรัก ไม่มีศัตรู มีมิตรภาพ และอีกด้านหนึ่งก็มีความทุกข์ด้วยเพราะเจอความกดดันจากคนจากสมาชิก ขอให้ท่านดูแลเอาใจใส่ผู้รับใช้ ขอให้ดูแลผู้นำของท่านให้มากขึ้น อย่ากดดันอย่าข่มเหงผู้นำ ถ้าเป็นอย่างนั้นมีคนอาสาและมารับใช้พระเจ้าทำไม บางคนเข้าใจถูกต้องแล้วว่า เพราะผมมีความสุขแล้วผมจึงมารับใช้

เพราะแท้จริงเราไม่ได้มารับใช้เพื่อจะมีความสุข ดูตัวอย่าง .เปาโล ท่านเจอเรือแตก ติดคุก ถูกเฆี่ยนตี ท่านคิดว่าอ.เปาโลมีความสุขหรือครับ

แต่อ.เปาโลท่านได้พบความสุขแท้จริงในพระคริสต์แล้วต่างหาก ท่านจึงจะไปบอกคนให้มาหาพระคริสต์เหมือนอย่างท่าน

ถ้าเราจะร่วมพันธกิจกับพระเจ้า เราต้องเป็นคนที่มีความสุขแล้ว ไม่ใช่มารับใช้ร่วมพันธกิจเพื่อจะมีความสุข ตอนผมเป็นคนโสดแล้วรับใช้ด้วยเงินยังชีพเล็กน้อย ตอนรับใช้ไม่รู้จะไปขอสาวได้อย่างไร เพราะไม่มีค่าสินสอดทองหมั้นทุกข์มาก ไม่มั่นใจเลย แต่พระเจ้าประทานให้ทุกอย่าง

ใครมีชีวิตในพระคริสต์แล้วแต่ชีวิตยังเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย ไม่ค่อยมีความสุข แสดงว่าเป็นชีวิตคริสเตียนที่ผิดปกติ พระคัมภีร์บอกว่า ความสุขที่พระเยซูให้ไม่เหมือนโลกนี้ให้ เป็นความสุขที่อยู่เหนือวิถีของโลก เวลาที่บ้านถูกไฟไหม้แต่เราก็ยังมีความสุขดีอยู่ แต่เราไม่ได้บ้านะ ความทุกข์บากหรือปัญหาไม่สามารถทำลายความสุขของเราในพระคริสต์ได้

พันธกิจกับผู้ที่ไม่เชื่อ รม15:14-21

พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าท่านบริบูรณ์ด้วยความดี และพร้อมด้วยความรู้ทุกอย่าง สามารถจะเตือนสติกันและกันได้ 15แต่การที่ข้าพเจ้ากล้าเขียนบางเรื่องถึงท่าน เพื่อเตือนความจำของท่าน ก็เนื่องจากพระคุณของพระเจ้าที่ได้ประทานแก่ข้าพเจ้า 16เพื่อให้เป็นผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ไปยังคนต่างชาติ และทำหน้าที่ปุโรหิตฝ่ายข่าวประเสริฐของพระเจ้า เพื่อคนต่างชาติจะเป็นเครื่องบูชาที่ชอบพระทัย คือเป็นที่ชำระไว้โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ 17ขณะที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในสิ่งที่ทำเพื่อพระเจ้า 18เพราะว่าข้าพเจ้าไม่มีสิทธิ์อ้างสิ่งใด นอกจากสิ่งซึ่งพระคริสต์ได้ทรงทำ โดยทรงใช้ข้าพเจ้าทางคำสอนและการกระทำ เพื่อจะให้คนต่างชาติเชื่อฟัง 19คือด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งหมายสำคัญและการอัศจรรย์ ในฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของพระเจ้า จนข้าพเจ้าได้ประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์อย่างถ้วนถี่ ตั้งแต่กรุงเยรูซาเล็มอ้อมไปยังเมืองอิลลีริคุม 20อันที่จริงข้าพเจ้าได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะประกาศข่าวประเสริฐในที่ซึ่งไม่เคยมีใครออกพระนามพระคริสต์มาก่อน เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไม่ก่อขึ้นบนรากฐานที่คนอื่นได้วางไว้ก่อนแล้ว 21ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่าคนที่ไม่เคยได้ข่าวเรื่องพระองค์ก็จะได้เห็นและคนที่ไม่เคยได้ฟังจะได้เข้าใจ” 

คนของพระเจ้าต้องมีค่านิยมแบบพระเจ้า คนของสวรรค์ก็ต้องมีค่านิยม แบบสวรรค์

ความสำเร็จของคนอื่น คือ ความสุขของเรา

ไม่ใช่ไปอิจฉาเขาเมื่อเขาประสบความสำเร็จ ดูตัวอย่างจากพระเยซู พระองค์ยอมตายเพื่อคนบาป นี่เป็นความสุขของพระองค์ พระองค์ทำเพื่อคนทั้งหลาย พระเยซูบอกว่าสำเร็จแล้วเมื่ออยู่ที่กางเขน พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างมีความสุข

แต่ค่านิยมของโลก ความสำเร็จของเรา คือ ความสุขของเรา ไม่ใช่ของคนอื่น ดังนั้นคริสเตียนควรเห็นความสำเร็จของคนอื่น คือ ความสุขของเรา ต่างคนต่างอำนวยความสุขให้แก่กันและกัน หลายคนที่ทะเลาะกันเพราะเราต่างเรียกร้องให้คนอื่นตอบสนองความต้องการของเรามากกว่า ที่เราจะยอมตอบสนองเพื่อผู้อื่น

รม15:17ขณะที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในสิ่งที่ทำเพื่อพระเจ้า

ขณะอยู่ในพระคริสต์ .เปาโลภูมิใจในพันธกิจที่ทำเพื่อพระเจ้า แปลว่า ท่านอยู่ในพระคริสต์ .เปาโลท่านจึงภูมิใจ เราลองถามตัวเองว่าเรามีความภูมิใจหรือเปล่า เราภูมิใจไหม ถ้าเราตอบว่าเราไม่ภูมิใจ เราก็จะเลิกพันธกิจ เมื่อไหร่ก็ได้ เราก็จะสะดุดคนง่ายๆ งานที่เราทำก็จะไปขึ้นอยู่กับคนนั้น คนนี้ เราก็จะสะดุดอีก ในที่สุดเราก็จะเลิก เพราะพันธกิจที่เราทำส่งผลกับอารมณ์ของเราอย่างมาก

ดังนั้นเราต้องอยู่ในพระคริสต์เท่านั้น  เราจึงจะร่วมพันธกิจและทำงานของพระเจ้าให้สำเร็จได้ เพราะเรามีความภูมิใจในงานที่เราทำ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคปัญหาอะไรขัดขวาง เราก็สามารถร่วมพันธกิจจนสำเร็จได้

2ธส1:11เพราะเหตุนี้ เราจึงอธิษฐานเพื่อพวกท่านเสมอ ขอพระเจ้าของเราทรงให้ท่านเป็นผู้ที่สมควรแก่การทรงเรียกนั้น และขอพระองค์ทรงให้ความตั้งใจดีทุกประการ และกิจการแห่งความเชื่อทุกอย่างสำเร็จด้วยฤทธิ์เดชของพระองค์ 

กิจการแห่งความเชื่อทุกอย่างสำเร็จด้วยฤทธิ์เดชของพระเจ้า ไม่ว่าเราจะเป็นใคร เราจะทำพันธกิจสำเร็จถ้าเราอยู่ในพระคริสต์ ลองสำรวจตนเองว่าชีวิตของเราอยู่ในพระคริสต์หรือเปล่า กิจการแห่งความเชื่อจะได้สำเร็จเพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้า ไม่ใช่ความรู้ ไม่ใช่ความสามารถ หรือไม่ใช่เพราะประสบการณ์ของเรา เราจึงสำเร็จได้

ยน15:1-2 แขนงทุกแขนงในเรา(พระเยซู)

รม15:17 เปาโลบอกอยู่ในพระคริสต์ ผู้เชื่อเปรียบเหมือนแขนงที่พระเยซูบอกใน ยน15 รวมทั้งเปาโลเป็นแขนงด้วย  คริสเตียนที่ไม่ร่วมพันธกิจ คือ แขนงที่ไม่เกิดผลในที่สุดจะถูกตัดทิ้ง เพราะไม่ได้ทำอะไรเลย วันนี้ขอให้เรารีบกลับใจใหม่ ในพระคริสต์เปาโลภูมิใจที่ได้ทำเพื่อพระเจ้า ถ้ายังมีชีวิต อยู่ พระเจ้ายังใช้เราทำพันธกิจได้ ถ้าพระเจ้าใช้ชีวิตของเราไม่ได้พระเจ้าเอาเราไปสวรรค์แล้ว ถ้าไม่ร่วมทำให้พันธกิจที่พระเจ้ากำหนดให้ เราจะไม่มีทางทำงานให้สำเร็จได้

ตอนโมเสสไปอธิษฐาน เขาได้พาโยชูวาไปด้วย เมื่อโมเสสอธิษฐาน เสร็จและออกไปแล้ว พระคัมภีร์บอกว่าโยชูวายังไม่ออกจากการอธิษฐาน วันนี้ถ้าเราทำอะไรได้ ขอให้เรามีส่วนร่วมทำ ให้เราร่วมมือ เราทุกคนมีประโยชน์กับงานพันธกิจได้

รม15ข้อ17 มีสิ่งสำคัญเกี่ยวข้อง สามประการ ที่ภูมิใจในส่ิงที่ทำ

หนึ่ง เป็นพันธกิจที่ทำทำเพื่อพระเจ้า 

จำไว้ว่าร่วมพันธกิจเพื่อพระเจ้า ไม่ใช่เพื่อองค์การ หรือเพื่อคณะ หรือเพื่อคริสตจักร หรือเพื่อศิษยาภิบาล

รม1:5-6โดยทางพระองค์นั้นพวกข้าพเจ้าได้รับพระคุณและหน้าที่เป็นอัครทูต เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์ ให้ไปประกาศแก่ชนทุกชาติให้เขาวางใจและเชื่อฟัง 6รวมทั้งพวกท่านที่พระเจ้าทรงเรียกให้เป็นคนของพระเยซูคริสต์ด้วย

โดยทางพระองค์ เปาโลได้รับหน้าที่เพื่อเห็นแก่พระนามของพระเจ้า มีใครสะดุดพระเจ้าได้บ้าง เพราะพระองค์ดีตลอดเวลา ถ้าทำเพื่อพระเจ้าเราจะไม่สะดุดพระเจ้า

สอง เป็นพันธกิจที่ทำเพื่อธรรมิกชน และเพื่อคนที่ไม่เชื่อ

พันธกิจบางส่วนเป็นเรื่องท่ีเกี่ยวกับสมาชิก บางอย่างเกี่ยวกับคนไม่เชื่อ

สาม เป็นพันธกิจที่ทำเพื่อญาติพี่น้องตามสายเลือดกับคนที่ไม่ใช่ญาติ

ถ้าทำพันธกิจจริงๆ จะเกิดผลเกิดขึ้นอย่างน้อยสามสิบเปอร์เซนต์ ที่พันธกิจสำเร็จเพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้า ดังนั้นไม่ว่างานจะใหญ่หรือจะยาก จะสำเร็จได้อย่างง่ายดายเท่ากันเพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้า

มก2:9 การที่พูดกับคนง่อยว่าบาปต่างๆ ของท่านได้รับการอภัยแล้วกับการพูดว่าจงลุกขึ้นยกแคร่เดินไปเถิดแบบไหนจะง่ายกว่ากัน

อันไหนง่ายกว่ากันระหว่างบาปได้รับการยกโทษแล้ว กับจงยกแคร่เดิน ไปเถิด สำหรับมนุษย์เป็นเรื่องยากทั้งคู่ แต่สำหรับพระเจ้า เป็นเรื่องที่ง่ายมากทั้งคู่ ความสำเร็จเกิดขึ้นได้เท่ากัน

รม15:18-19 เพราะว่าข้าพเจ้าไม่มีสิทธิ์อ้างสิ่งใด นอกจากสิ่งซึ่งพระคริสต์ได้ทรงทำ โดยทรงใช้ข้าพเจ้าทางคำสอนและการกระทำ เพื่อจะให้คนต่างชาติเชื่อฟัง 19คือด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งหมายสำคัญและการอัศจรรย์ ในฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของพระเจ้า จนข้าพเจ้าได้ประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์อย่างถ้วนถี่ ตั้งแต่กรุงเยรูซาเล็มอ้อมไปยังเมืองอิลลีริคุม

สรุปพันธกิจที่ท่านทำ ที่ท่านได้มีส่วนร่วม แท้จริงผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือ พระเยซูคริสต์ เราไปทำพันธกิจตามที่พระเจ้าบอก พระเจ้าก็จะรับรองในส่ิงที่บอกให้เราทำ สิ่งที่เราพูด

คริสเตียน ทุกๆคนมีโอกาสทำพันธกิจ อย่างน้อย 5 ประการ

หนึ่ง เรารับใช้พระเจ้า ตามพระมหาบัญชา มธ28:18-20

สอง เรารับใช้ตามของประทาน

อฟ4:11และพระองค์เองประทานให้บางคนเป็นอัครทูต บางคนเป็นผู้เผยพระวจนะ บางคนเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาลและอาจารย์ 

เป็นแม่บ้านทำขนมก็ทำพันธกิจได้โดยการจัดสอนทำขนมและประกาศได้ มีภาระใจเรื่องการอธิษฐานให้มีคนกลับใจใหม่เมื่อมาอบรมก็ได้ เล่นดนตรีได้ก็จัดอบรมสอนดนตรี เพื่อการประกาศได้

สาม เรารับใช้ตามนิมิต

กจ16:6-10

พระเจ้าให้นิมิตอ.เปาโลอย่างเจาะจงให้ไปประกาศที่แคว้นมาซิโดเนีย เป็นนิมิตที่มาจากการสำแดงของพระเจ้า ไม่ใช่มาจากการนึกคิดเอาเอง

สี่ เรารับใช้ตามสถานการณ์

กจ23:11 เจ้าจงมีใจกล้าไปเป็นพยานในโรม ทั้งๆที่อ.เปาโลติดคุกอยู่จะไปประกาศที่โรมได้อย่างไร แต่สุดท้ายอ.เปาโลได้ไปเป็นพยานที่โรมจริง

ฟป1:12-14 พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้านั้น ได้กลับเป็นเหตุให้ข่าวประเสริฐแผ่ขยายออกไป 13ฉะนั้นจึงเป็นที่รู้กันในหมู่ผู้คุมประจำกองบัญชาการทั้งหมดและคนอื่นๆ ทุกคนว่า การที่ข้าพเจ้าถูกคุมขังนั้นก็เพื่อพระคริสต์ 14และพี่น้องส่วนมากก็เกิดความมั่นใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าจากการที่ข้าพเจ้าถูกคุมขัง และพวกเขามีความกล้ามากขึ้นที่จะกล่าวพระวจนะโดยปราศจากความกลัว

สถานการณ์ที่ดูไม่ดี เพราะอ.เปาโลติดคุก แต่กลับทำให้ข่าวประเสริฐ แผ่กว้างออกไปผ่านนายคุก ผ่านทหาร เราอาจมีสถาการณ์เลวร้ายแต่จะเป็นโอกาสที่ทำพันธกิจให้สำเร็จอย่างเกิดผลได้ เพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้า ในที่สุดนายคุกได้เชื่อพระเจ้า ผู้คุมได้เชื่อพระเจ้า

ห้า เรารับใช้ตามภาระใจ

กจ15:36 เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง เปาโลจึงพูดกับบารนาบัสว่าไปกันเถอะ กลับไปเยี่ยมพี่น้องในทุกเมืองที่เราประกาศพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า ดูว่าเขาทั้งหลายเป็นอย่างไรกันบ้าง

เปาโลมีภาระใจไปเยี่ยมพี่น้องที่เคยไปประกาศไว้ ใครมีภาระใจกับเด็ก กับคนแก่ กับคนป่วย ก็ขอให้อาสาตัวไปช่วยคนเหล่านั้น ไปเป็นพยาน เอาจิตอาสาในการเป็นคริสเตียนไปช่วยผู้คนที่เรามีภาระใจ วันนี้เราลองทบทวนเราได้ทิ้งโอกาสอะไรไปบ้างในการร่วมพันธกิจของพระเจ้า  เราได้บกพร่องในเรื่องอะไรบ้าง เราได้ทำอะไรเพื่อพระเจ้าบ้าง

ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

บทความก่อนหน้านี้สอน 1 กจ22:14 “พระเจ้าเลือกเราให้ร่วมพันธกิจ”
บทความถัดไปสอน 3  พันธกิจกับผู้เชื่อ รม15:22-33

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่