หน้าแรก เฝ้าเดี่ยวแบบตามพระธรรม พระธรรมผู้วินิจฉัย เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่18:1-31

เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่18:1-31

1246
0
ภาพจาก https://www.huffingtonpost.com/entry/trump-nominee-bible-constitution_us_59b004cbe4b0354e440e5379

ส่ิงที่เรียนรู้จากพระธรรมวินิจฉัย คือ เรียนรู้จากพระเจ้าที่ชอบธรรม ด้วยการแสวงหาที่ชอบธรรม เพื่อผลลัพธ์ที่ชอบธรรม ที่ส่งผลดีต่อชีวิตเราในระยะยาว

เมื่อท่านศึกษาเฝ้าเดี่ยวพระธรรมผู้วินิจฉัยแล้ว การมีท่าทีที่ดีเป็นเรื่องที่ดี แต่การประยุกต์ใช้ให้ถูกต้องชอบธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าการมีท่าทีที่ดี

การย้ายถิ่นฐานของเผ่าดาน

1ในสมัยนั้นไม่มีกษัตริย์ในอิสราเอล และในสมัยนั้นคนเผ่าดานยังแสวงหาที่ดินอันจะเป็นมรดกของตนเพื่อจะได้พักอาศัย เพราะจนบัดนั้นแล้วมรดกในเผ่าอิสราเอลยังไม่ตกแก่เขา 2ดังนั้นคนดานจึงส่งคนกล้าหาญ 5 คนจากตระกูลทั้งสิ้นของตนจากเมืองโศราห์ และเมืองเอชทาโอลไปสอดแนมและสำรวจดูแผ่นดินนั้น และคนดานสั่งพวกเขาว่า “จงไปสำรวจดูแผ่นดินนั้น” พวกเขาก็มาถึงแดนเทือกเขาเอฟราอิม ยังบ้านของมีคาห์และค้างแรมที่นั่น 3เมื่อเขาทั้งหลายอยู่ใกล้บ้านของมีคาห์ เขาก็จำเสียงเลวีหนุ่มคนนั้นได้ จึงแวะเข้าไปถามว่า “ใครพาท่านมาที่นี่? ท่านทำอะไรในที่นี้? ท่านมีธุระอะไรที่นี่?” 4เขาตอบคนเหล่านั้นว่า “มีคาห์ทำแก่ข้าพเจ้า อย่างนี้ อย่างนี้ เขาจ้างข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงเป็นปุโรหิตของเขา” 5คนเหล่านั้นก็พูดกับเขาว่า “โปรดทูลถามพระเจ้าให้หน่อยเถิด เพื่อเราจะทราบว่าทางที่เราจะไปนี้จะสำเร็จหรือไม่” 6ปุโรหิตนั้นจึงตอบเขาทั้งหลายว่า “จงไปเป็นสุขเถิด หนทางที่ท่านไปจะอยู่เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์”

7ชาย 5 คนก็ไปถึงเมืองลาอิช เห็นประชาชนในเมืองนั้น อยู่อย่างสบายตามวิสัยคนไซดอน คืออย่างสงบสุขไร้กังวล ไม่ขาดแคลนอะไรในดินแดนนี้ และมีทรัพย์สมบัติประชาชนนั้นอยู่ห่างไกลจากคนไซดอน อีกทั้งไม่คบค้ากับคนอื่นเลย 8เมื่อคนทั้งห้ากลับมาถึงญาติพี่น้องที่เมืองโศราห์และเมืองเอชทาโอล ญาติพี่น้องจึงถามพวกเขาว่า “เจ้าพบอะไรบ้าง?” 9พวกเขาตอบว่า “จงลุกขึ้น ให้เราขึ้นไปรบกับพวกนั้นเถิด เพราะเราได้เห็นแผ่นดินนั้นแล้ว นี่แน่ะ มันดีจริงๆ ท่านทั้งหลายจะเฉยอยู่ทำไม? อย่าชักช้าที่จะไปยึดครองแผ่นดินนั้นเลย 10เมื่อท่านทั้งหลายไปแล้วจะพบประชาชนที่ไม่หวาดระแวงอะไร และแผ่นดินกว้างขวาง เพราะพระเจ้าทรงมอบมันไว้ในมือของท่านทั้งหลายแล้ว เป็นสถานที่ซึ่งไม่ขาดสิ่งใดในโลก”

11คนจากเผ่าดาน 600 คน คาดอาวุธสงครามยกออกจากเมืองโศราห์และเมืองเอชทาโอล 12เขาทั้งหลายยกขึ้นไปตั้งค่ายอยู่ที่คีริยาทเยอาริมในยูดาห์ เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกที่นั่นว่า มาหะเนห์ดาน จนถึงทุกวันนี้ เมืองนี้อยู่ทางทิศตะวันตกของคีริยาทเยอาริม 13พวกเขายกผ่านที่นั่นไปยังแดนเทือกเขาเอฟราอิมมาถึงบ้านของมีคาห์

14แล้วชาย 5 คนที่ไปสอดแนมดูแผ่นดินลาอิชก็บอกกับพี่น้องของตนว่า “ท่านทราบไหมว่าในบ้านเหล่านี้มีเอโฟด รูปเคารพประจำบ้าน รูปแกะสลัก และรูปหล่อโลหะ ฉะนั้นจงคิดดูว่า ท่านทั้งหลายจะทำอะไร?” 15เขาทั้งหลายก็แวะบ้านของเลวีหนุ่มคนนั้น คือบ้านของมีคาห์ และถามดูทุกข์สุขของเขา 16ส่วนคน 600 คนจากเผ่าดานซึ่งคาดอาวุธสงคราม ยืนอยู่ที่ทางเข้าประตู 17ชาย 5 คนที่ไปสอดแนมดูแผ่นดินนั้น ก็เดินขึ้นไปนำเอารูปแกะสลัก เอโฟด รูปเคารพประจำบ้าน และรูปหล่อโลหะไป ขณะที่ปุโรหิตยืนอยู่ที่ทางเข้าประตู กับทหารคาดอาวุธสงคราม 600 คนนั้น 18เมื่อคนเหล่านี้เข้าไปในบ้านของมีคาห์ นำเอารูปแกะสลัก เอโฟด รูปเคารพประจำบ้าน และรูปหล่อโลหะนั้น ปุโรหิตถามพวกเขาว่า “ท่านกำลังทำอะไรกัน?” 19คนเหล่านั้นจึงตอบเขาว่า “เงียบๆ ไว้ เอามือปิดปากเสีย มากับเราเถิด มาเป็นบิดา และปุโรหิตของเรา ท่านจะเป็นปุโรหิตในบ้านของชายคนเดียวดี หรือจะเป็นปุโรหิตของเผ่าหนึ่งและตระกูลหนึ่งในอิสราเอลดีกว่า” 20ใจของปุโรหิตก็ยินดี เขาจึงเอาเอโฟด รูปเคารพประจำบ้าน และรูปแกะสลัก เดินไปในหมู่ประชาชน

21แล้วพวกเขาก็กลับออกไปและจัดให้เด็กเล็กๆ ฝูงปศุสัตว์และทรัพย์สินอยู่ข้างหน้า 22เมื่อไปห่างจากบ้านมีคาห์แล้ว คนที่อยู่ในบ้านใกล้เคียงกับบ้านของมีคาห์ก็ร่วมติดตามจนทันคนดาน 23จึงตะโกนเรียกคนดาน พวกเขาก็หันกลับมา พูดกับมีคาห์ว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหรือ? จึงยกคนมามากมายอย่างนี้” 24มีคาห์ตอบว่า “ท่านทั้งหลายเอาพระต่างๆ ซึ่งข้าพเจ้าทำขึ้นและเอาปุโรหิตไป ข้าพเจ้าจะมีอะไรเหลืออยู่เล่า? ท่านทั้งหลายยังจะมาถามข้าพเจ้าอีกว่า ‘เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?’ ” 25คนดานจึงตอบเขาว่า “อย่าให้เราได้ยินเสียงของเจ้าเลย เกลือกว่าคนขี้โมโหจะเล่นงานเจ้าเข้า เจ้าและครอบครัวก็จะเสียชีวิตไป” 26ดังนั้นคนดานก็เดินทางต่อไป เมื่อมีคาห์เห็นว่าเขาเหล่านั้นมีกำลังมากกว่า จึงหันกลับไปบ้านของตน

คนเผ่าดานตั้งหลักแหล่งในเมืองลาอิช

27คนเผ่าดานเอาของที่มีคาห์ทำขึ้น และเอาปุโรหิตซึ่งเป็นของเขาไปด้วย แล้วพวกเขามาถึงเมืองลาอิช มาถึงประชาชนที่อยู่อย่างสงบสุขไร้กังวล พวกเขาได้ประหารคนเหล่านั้น ด้วยคมดาบและเอาไฟเผาเมืองนั้นเสีย 28ไม่มีผู้ใดมาช่วยเหลือ เพราะเมืองลาอิชอยู่ไกลจากเมืองไซดอน และประชาชนก็ไม่ได้คบค้ากับคนอื่น อีกทั้งเมืองนั้นอยู่ในหุบเขาใกล้เมืองเบธเรโหบ คนดานก็สร้างเมืองใหม่ และอาศัยอยู่ที่นั่น 29และตั้งชื่อเมืองนั้นว่าดาน ตามชื่อดานบรรพบุรุษของพวกเขา ผู้เป็นบุตรของอิสราเอล แต่เมื่อก่อนเมืองนั้นมีชื่อว่า ลาอิช 30คนดานตั้งรูปแกะสลักไว้สำหรับตน ส่วนโยนาธานบุตรเกอร์โชม บุตรของโมเสส ทั้งท่านและบรรดาบุตรชายของท่านก็เป็นปุโรหิตให้แก่คนเผ่าดาน จนถึงสมัยที่แผ่นดินตกไปเป็นเชลย 31พวกเขาตั้งรูปแกะสลักซึ่งมีคาห์ได้ทำไว้นั้น ตลอดเวลาที่พระนิเวศของพระเจ้าอยู่ที่เมืองชิโลห์

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

A : Attitude

เราได้รับความรู้ใหม่ๆ หรือเราได้รับทัศนคติใหม่ๆ จากพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่อ่านเรื่องอะไรบ้าง?

การแสวงหาพระเจ้าในชีวิต หรือการทำงาน หรือการรับใช้ เป็นท่าทีที่ดีเพื่อ(ข้อ5,6)ให้พระเจ้านำชีวิตเราไปในทางที่ดี ได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ควรแสวงหาด้วยความถูกต้องด้วย ไม่ใช่แสวงหาโดยไม่มีจริยธรรม เหมือนคนเผ่าดาน ที่ขโมยสิ่งของเพื่อการนมัสการ และขโมยปุโรหิต เพื่อให้ตนเองดี แต่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

(ข้อ7,27,28) คนที่เมืองลาอิชไม่ได้คบค้ากับใครเลย เวลาที่เดือดร้อน ก็ไม่มีใครมาช่วยเขาเลย การสร้างมิตรสำคัญ ต่อการร่วมต้านศัตรู มีมิตรมากป้องกันศัตรูรุกรานได้

C : Christ in focus

เรามองเห็นพระเยซูเป็นใคร พระองค์ทำอะไรบ้าง ผ่านพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่เราอ่านอย่างไรบ้าง?

พระเยซูเสียสละเพื่อช่วยคนบาป พระองค์ไม่ได้บังคับ ขู่เข็ญสาวก หรือหาผลประโยชน์จากสาวก พระองค์ทรงครอบครองจิตใจพวกเขาด้วยความสมัครใจเต็มใจ ไม่ใช่เอาผลประโยชน์ต่างตอบแทนมาล่อลวงให้เขาเป็นสาวกติดตามพระองค์

T : Transformation

เราต้องการให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในด้านใดบ้าง

อย่าเอาเรื่องน้ำพระทัยพระเจ้ามาอ้างเพื่อให้ได้ ผลประโยชน์ตามที่ตนเองต้องการ โดยไม่ได้ดูความถูกต้องตามพระคัมภีร์ หรือตามหลักจริยธรรม คุณธรรม อย่าเอาพระเจ้ามาอ้างเพื่อผลประโยชน์ โดยไม่สนใจวิธีการที่จะได้มา อย่าใช้สติปัญญาชาญฉลาดล่อลวงผู้เชื่อ ฉวยโอกาสเอาประโยชน์จากการที่เขาไว้วางใจพระเจ้า

แท้จริงเราสามารถได้รับสิ่งดีตามน้ำพระทัยพระเจ้าได้ ด้วยความชอบธรรม เพื่อเราจะเรียนรู้จากพระเจ้าที่ชอบธรรมได้

S : Serve

เราจะดำเนินชีวิตเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และต่อพระเจ้าได้อย่างไรบ้าง?

อย่ารับใช้ด้วยการหาผลประโยชน์ (19,20) โดยขาดจริยธรรม ขาดคุณธรรม ใช้วิธีการอธรรม แม้จะทำให้เราได้ผลประโยชน์มากมาย ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวจะส่งผลปัญหาตามมาอย่างแน่นอน

ขอให้แสวงหาพระเจ้าผู้ชอบธรรมและใช้วิธีการที่ชอบธรรมด้วย พระเจ้าจะเป็นผู้รับรองผลดีที่เกิดขึ้นกับชีวิต และการรับใช้ของเรา

ขอพระเจ้าอวยพร ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่17:1-13
บทความถัดไปเฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่19:1-30

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่