หน้าแรก เฝ้าเดี่ยวแบบตามพระธรรม พระธรรมผู้วินิจฉัย เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่16:1-31

เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่16:1-31

1492
0
ภาพจาก https://www.huffingtonpost.com/entry/trump-nominee-bible-constitution_us_59b004cbe4b0354e440e5379

ส่ิงที่เรียนรู้จากพระธรรมวินิจฉัย คือ ถ้าเราใกล้ชิดส่ิงอื่น หรือคนอื่นมากกว่าใกล้ชิดพระเจ้า วันหนึ่งเราจะพ่ายแพ้การทดลอง นำภัยร้ายมาถึงตัวได้

เมื่อท่านศึกษาเฝ้าเดี่ยวพระธรรมผู้วินิจฉัยแล้ว เราต้องใกล้ชิดพระเจ้าตลอดเวลา ไม่นำตัวเองไปสู่การทดลอง โดยการรักสิ่งอื่นมากกว่าพระเจ้า โดยให้ส่ิงเหล่านั้นที่มีอิทธิพลเหนือเรามากกว่าพระเจ้า

แซมสันกับนางเดลิลาห์

1แซมสันไปยังเมืองกาซา ที่นั่นท่านเห็นหญิงโสเภณีคนหนึ่ง ก็เข้าไปนอนด้วย 2มีคนบอกชาวกาซาว่า “แซมสันมาที่นี่แล้ว” พวกเขาก็ล้อมที่นั้นไว้และซุ่มคอยอยู่เงียบๆ ที่ประตูเมืองตลอดคืน กล่าวว่า “ให้เรารออยู่จนรุ่งเช้า แล้วเราจะฆ่าเขาเสีย” 3แต่แซมสันนอนอยู่จนถึงเที่ยงคืน พอถึงเที่ยงคืนท่านก็ลุกขึ้น จับประตูเมืองและเสาสองต้น ถอนออกพร้อมทั้งดาลประตูใส่บ่าแบกไปถึงยอดเขาซึ่งอยู่ตรงหน้าเมืองเฮโบรน

4ต่อมาภายหลัง แซมสันไปรักผู้หญิงคนหนึ่งที่หุบเขาโสเรก นางชื่อเดลิลาห์ 5พวกเจ้านายฟีลิสเตียก็ขึ้นไปหานางและพูดกับนางว่า “จงล่อหลอกเขาดูว่ากำลังมหาศาลของเขาอยู่ที่ไหน และทำอย่างไรเราจึงจะพิชิตเขาได้ เพื่อเราจะได้มัดเขาให้หมดฤทธิ์ แล้วเราทุกคนจะให้เงินเจ้าคนละ 1,100 แผ่น” 6เดลิลาห์จึงกล่าวกับแซมสันว่า “โปรดบอกฉันหน่อยเถอะว่ากำลังมหาศาลของเธออยู่ที่ไหน? จะมัดเธอไว้ด้วยอะไร? เธอจึงจะหมดฤทธิ์” 7แซมสันจึงบอกนางว่า “ถ้าพวกเขามัดฉันด้วยสายธนูสดที่ยังไม่แห้งเจ็ดเส้น ฉันจะหมดแรงเหมือนกับชายอื่นๆ” 8แล้วเจ้านายฟีลิสเตียก็เอาสายธนูสดที่ยังไม่แห้งเจ็ดเส้นมาให้นาง นางก็เอามามัดท่านไว้ 9นางให้คนซุ่มอยู่ที่ห้องชั้นใน นางก็บอกท่านว่า “แซมสัน คนฟีลิสเตียมาจับเธอแล้ว” แซมสันก็ดึงสายธนูที่มัดนั้นขาดเหมือนเชือกป่านขาดเมื่อถูกไฟ ดังนั้นเรื่องกำลังของท่านจึงยังไม่มีใครล่วงรู้

10เดลิลาห์กล่าวกับแซมสันว่า “ดูสิ เธอหลอกฉัน เธอโกหกฉัน ตอนนี้บอกฉันหน่อยว่าจะมัดเธออย่างไรจึงจะอยู่” 11ท่านก็ตอบนางว่า “ถ้าเอาเชือกใหม่ที่ยังไม่เคยใช้มามัดฉัน ฉันก็จะหมดแรงเหมือนชายอื่น” 12เดลิลาห์จึงเอาเชือกใหม่มัดท่านไว้แล้วบอกท่านว่า “แซมสัน คนฟีลิสเตียมาจับเธอแล้ว” และมีคนซุ่มคอยอยู่ในห้องชั้นใน แต่ท่านก็ดึงเชือกออกจากแขนเหมือนดึงเส้นด้าย

13เดลิลาห์กล่าวกับแซมสันว่า “เธอหลอกฉันเรื่อยมาจนถึงเดี๋ยวนี้ เธอโกหกฉัน บอกฉันเถอะว่า จะมัดเธออย่างไรจึงจะอยู่” ท่านจึงบอกนางว่า “ถ้าเธอเอาผมทั้งเจ็ดปอยของฉันทอเข้ากับด้ายเส้นยืน กระทกด้วยฟืมให้แน่นแล้วฉันก็จะหมดแรงเหมือนกับชายอื่น” 14ฉะนั้นเมื่อท่านหลับอยู่ เดลิลาห์จึงเอาผมทั้งเจ็ดปอยทอเข้าด้ายเส้นยืน กระทกด้วยฟืมให้แน่น แล้วนางบอกท่านว่า “แซมสัน คนฟีลิสเตียมาจับเธอแล้ว” ท่านก็ตื่นขึ้นดึงฟืม หูกและด้ายเส้นยืนออกไปหมด

15นางจึงกล่าวกับแซมสันว่า “เธอพูดได้อย่างไรว่า ‘ฉันรักเธอ’ เมื่อใจของเธอไม่ได้อยู่กับฉันเลย เธอหลอกฉันสามครั้งแล้ว และเธอไม่ได้บอกฉันว่า กำลังมหาศาลของเธออยู่ที่ไหน” 16อยู่มาเมื่อนางพูดคาดคั้นท่านวันแล้ววันเล่า และรบเร้าท่านอยู่ทุกวัน จิตใจของแซมสันก็เบื่อแทบจะตาย 17จึงบอกความจริงในใจของท่านแก่นางจนสิ้นว่า “มีดโกนยังไม่เคยถูกศีรษะของฉัน เพราะฉันเป็นนาศีร์แด่พระเจ้าตั้งแต่คลอดจากท้องแม่ ถ้าโกนผมฉันแล้วกำลังก็จะหมดไปจากฉัน ฉันก็จะหมดแรงเหมือนชายอื่น”

18เมื่อเดลิลาห์เห็นว่าแซมสันบอกความจริงในใจแก่นางจนสิ้นแล้ว นางจึงใช้คนไปเรียกพวกเจ้านายฟีลิสเตียว่า “ขอจงขึ้นมาอีกครั้งเดียว เพราะเขาบอกความจริงในใจแก่ฉันจนสิ้นแล้ว” แล้วเจ้านายฟีลิสเตียก็ขึ้นมาหานางถือเงินมาด้วย 19นางก็ให้แซมสันนอนอยู่บนตักของนาง แล้วนางก็เรียกชายคนหนึ่งให้มาโกนผมเจ็ดปอยออกจากศีรษะของท่าน นางก็เริ่มกำจัดท่าน กำลังของท่านก็หายไป 20นางจึงบอกว่า “แซมสัน คนฟีลิสเตียมาจับเธอแล้ว” ท่านก็ตื่นขึ้นจากหลับบอกว่า “ฉันจะออกไปอย่างครั้งก่อนๆ และสลัดตัวให้หลุดไป” ท่านไม่ทราบว่าพระยาห์เวห์ได้ทรงละท่านไปเสียแล้ว 21คนฟีลิสเตียก็มาจับท่านและควักลูกตาทั้งสองข้างของท่านเสีย แล้วนำท่านลงมายังเมืองกาซา เอาตรวนทองสัมฤทธิ์ล่ามไว้ และให้ท่านโม่แป้งอยู่ในเรือนจำ 22ตั้งแต่โกนผมแล้ว ผมบนศีรษะของท่านก็ค่อยๆ งอกขึ้นมา

มรณกรรมของแซมสัน

23เจ้านายฟีลิสเตียประชุมกันเพื่อถวายเครื่องสัตวบูชายิ่งใหญ่แด่พระดาโกนพระเจ้าของเขาทั้งหลายและเพื่อชื่นชมยินดี เพราะพวกเขากล่าวว่า “พระเจ้าของเราได้มอบแซมสันศัตรูของเราไว้ในมือเราแล้ว” 24เมื่อประชาชนเห็นแซมสันก็สรรเสริญพระเจ้าของตนว่า “พระเจ้าของเราได้มอบศัตรูของเราไว้ในมือของเราแล้ว คือผู้ทำลายแผ่นดินของเราและสังหารพวกเราเป็นอันมาก” 25เมื่อจิตใจของพวกเขาร่าเริงแล้ว เขาทั้งหลายจึงพูดว่า “จงเรียกแซมสันมาเล่นตลกให้เราดู” พวกเขาจึงไปเรียกแซมสันออกมาจากเรือนจำ แซมสันก็มาเล่นตลกต่อหน้าเขาทั้งหลาย พวกเขาให้ท่านยืนอยู่ระหว่างเสา 26แซมสันจึงบอกเด็กหนุ่มที่จูงมือตนมาว่า “พาฉันไปคลำเสาที่รองรับตึกนี้อยู่ ฉันจะได้พิงเสานั้น” 27มีผู้ชายและผู้หญิงอยู่เต็มตึกนั้น เจ้านายฟีลิสเตียก็อยู่ที่นั่นทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีชายหญิงประมาณ 3,000 คนบนหลังคาตึก ดูแซมสันเล่นตลก

28แซมสันก็ร้องทูลพระยาห์เวห์ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้านาย ขอทรงระลึกถึงข้าพระองค์ ขอประทานกำลังแก่ข้าพระองค์ครั้งนี้อีกครั้งเดียว เพื่อข้าพระองค์จะได้แก้แค้นคนฟีลิสเตียเพื่อตาสองข้างของข้าพระองค์” 29แซมสันก็จับเสากลางสองต้นที่รองรับตึกนั้นไว้และพิงที่เสานั้น มือขวายันเสาต้นหนึ่ง มือซ้ายยันเสาอีกต้นหนึ่ง 30แซมสันกล่าวว่า “ขอให้ข้าตายกับคนฟีลิสเตียเถิด” แล้วก็โน้มตัวลงด้วยกำลังทั้งสิ้นของตน ตึกนั้นก็พังทับเจ้านาย และประชาชนทุกคนที่อยู่ในนั้น ดังนั้นคนที่ท่านฆ่าเมื่อท่านตายนี้ก็มากกว่าคนที่ท่านฆ่าเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ 31แล้วพี่น้องและครอบครัวบิดาของท่านทั้งสิ้นก็ลงมารับศพของท่านไปฝังไว้ระหว่างเมืองโศราห์กับเมืองเอชทาโอล ในที่ฝังศพของมาโนอาห์บิดาของท่าน ท่านได้วินิจฉัยอิสราเอลอยู่ 20 ปี

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

A : Attitude

เราได้รับความรู้ใหม่ๆ หรือเราได้รับทัศนคติใหม่ๆ จากพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่อ่านเรื่องอะไรบ้าง?

จาก วนฉ14:16 เราได้เรียนรู้เรื่องความสำคัญของความลับไปแล้ว แต่แซมซันก็ยังได้ทำผิดพลาดเรื่องเดิม คือ ได้เปิดเผยความลับที่ที่ให้ตนเองต้องตาย เพราะเขาเลือกแต่งงานกับคนผิด รักเดลิยาห์มากกว่าการเชื่อฟังพระเจ้า

แซมซันอดทนต่อการรบเร้าคำถามเรื่องจุดอ่อนของตนเองไม่ได้ บอกนางไปเพราะทนเซ้าซี้ไม่ไหว นางเดลิยาห์สนใจผลประโยชน์จากสินบน คือ เงินจากทุกคนคนละ 1,000 แผ่น เป็นจำนวนที่มากทีเดียว ทำให้ภรรยายอมขายชีวิตสามีได้

C : Christ in focus

เรามองเห็นพระเยซูเป็นใคร พระองค์ทำอะไรบ้าง ผ่านพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่เราอ่านอย่างไรบ้าง?

ยูดาส ทรยศพระเยซูให้มหาปุโรหิตนำกำลังมาจับพระองค์ที่สวนเกทเสมนี ไปทรมาน ไปตรึงที่กางเขนสำเร็จ ได้เงิน 30 เหรียญแต่ไม่ได้ใช้ ละอายใจ ฆ่าตัวตายไปก่อน ทั้งหมดนี้พระเจ้ายังควบคุมอยู่ พระองค์อนุญาตให้เกิดขึ้นกับพระเยซูคริสต์ เพื่อให้การรับโทษบาปสำเร็จ พระเยซูอธิษฐานเผื่อสาวกพิทักษ์รักษาเขาให้ปลอดภัย นอกจากลูกแห่งความพินาศ

ยน17:12 เมื่อข้าพระองค์ยังอยู่กับพวกเขา ข้าพระองค์ก็พิทักษ์รักษาเขา ผู้ซึ่งพระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์ไว้โดยพระนามของพระองค์ และข้าพระองค์ปกป้องพวกเขาไว้ และไม่มีใครในพวกเขาพินาศนอกจากลูกแห่งความพินาศ เพื่อให้เป็นจริงตามข้อพระคัมภีร์

T : Transformation

เราต้องการให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในด้านใดบ้าง

ระมัดระวังการดำเนินชีิวิต โดยเฉพาะการล่อลวงที่เกิดขึ้นจากความรัก ความชอบของเราเอง หรือเห็นคุณค่าสิ่งอื่น คนอื่นๆ มากกว่าพระเจ้า เราต้องระวัง เพราะจะนำผลร้ายมาสู่ชีวิตของเราในที่สุด

คนบาปก็ชอบชวนเราไปทำบาป แต่ถ้าเราใกล้ชิดพระเจ้า ใกล้ชิดพี่น้องในความเชื่อ ทำให้เราจะมีกำลังในการต่อสู้กับบาปที่เข้ามาล่อลวง ตามกิเลสตัณหาของเนื้อหนังได้

อย่าให้คนไม่เชื่อพระเจ้ามามีอิทธิพลเหนือชีวิตของเรา แต่ให้พระเจ้าผู้เดียวที่มีอิทธิพลเหนือชีวิตของเรา

S : Serve

เราจะดำเนินชีวิตเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และต่อพระเจ้าได้อย่างไรบ้าง?

รับใช้พระเจ้าด้วยการพึ่งพาพระเจ้าตลอดเวลา ไม่ใช่พึ่งพาแสวงหาพระเจ้าเฉพาะตอนมีปัญหาความยากลำบากเท่านั้น หรือเกิดความผิดพลาดขึ้นมาแล้ว จึงค่อยเริ่มต้นแสวงหาพระเจ้า

อย่าดำเนินชีวิตอยู่ในความประมาท คิดว่าพระเจ้าอยู่กับเราตลอดเวลาแม้เราได้ทำบาปผิดไป ดังนั้นเพื่อให้พระเจ้าอยู่ด้วยกับเราตลอดเวลา เราต้องรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์กับพระเจ้า

หากต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือเริ่มต้นการงานใหม่ เราต้องเริ่มต้นอย่างถูกต้องกับพระเจ้า ป้องกันปัญหาตั้งแต่แรก ในตอนนี้แซมซันแต่งงานกับคนต่างชาติ ทำให้ปลายทางชีวิตครอบครัวไม่ประสบความสำเร็จ และไม่มีความสุขภรรยาขายสามีเพราะผลประโยชน์  ครอบครัวไม่ได้อยู่ด้วยกันในท้ายที่สุดต้องตายจากกัน ให้เราเรียนรู้จากความผิดพลาด ป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดกับเรา

ขอพระเจ้าอวยพร ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่15:1-20
บทความถัดไปเฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่17:1-13

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่