หน้าแรก เฝ้าเดี่ยวแบบตามพระธรรม พระธรรมผู้วินิจฉัย เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 11:29-40

เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 11:29-40

1617
0
ภาพจาก https://www.huffingtonpost.com/entry/trump-nominee-bible-constitution_us_59b004cbe4b0354e440e5379

ส่ิงที่เรียนรู้จากพระธรรมวินิจฉัย คือ เรียนรู้ที่จะยำเกรงพระเจ้า รักษาคำพูดกับพระเจ้า มีความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า

เมื่อท่านศึกษาเฝ้าเดี่ยวพระธรรมผู้วินิจฉัยแล้ว ควรมีความระมัดระวังการดำเนินชีวิต ยำเกรงพระเจ้า สัตย์ซื่อกับพระเจ้า ยินดีตอบสนองต่อพระวจนะของพระเจ้าแม้ตนเองจะเสียประโยชน์ หรือไม่ถูกใจเราเอง แต่ยินดีเสียสละ

29แล้วพระวิญญาณของพระยาห์เวห์ก็สถิตกับเยฟธาห์ ท่านจึงเดินผ่านกิเลอาดและมนัสเสห์และผ่านมิสปาห์แห่งกิเลอาด และจากมิสปาห์แห่งกิเลอาดท่านเดินผ่านไปยังคนอัมโมน 30และเยฟธาห์บนต่อพระยาห์เวห์ว่า “ถ้าพระองค์ทรงมอบคนอัมโมนไว้ในมือของข้าพระองค์จริงๆ แล้ว 31คนใดที่ออกมาจากประตูบ้านของข้าพระองค์เพื่อต้อนรับข้าพระองค์ เมื่อข้าพระองค์มีชัยกลับมาจากคนอัมโมนนั้น คนนั้นจะเป็นของของพระยาห์เวห์ และข้าพระองค์จะถวายคนนั้นเป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัว” 32แล้วเยฟธาห์จึงยกข้ามไปต่อสู้กับคนอัมโมน และพระยาห์เวห์ทรงมอบพวกเขาไว้ในมือของท่าน 33และท่านได้ประหารพวกเขาจากเมืองอาโรเออร์จนถึงที่ใกล้ๆ เมืองมินนิทรวม 20 เมือง และไกลไปจนถึงอาเบลเค-รามิม ผู้คนล้มตายมาก คนอัมโมนถูกปราบจนราบคาบต่อหน้าคนอิสราเอล

บุตรหญิงของเยฟธาห์

34แล้วเยฟธาห์ก็กลับมาบ้านที่มิสปาห์ นี่แน่ะ บุตรหญิงของท่านถือรำมะนาเต้นโลดออกมาต้อนรับท่าน เธอเป็นบุตรหญิงคนเดียว นอกจากบุตรหญิงคนนี้ท่านไม่มีบุตรชายและบุตรหญิงเลย 35และเมื่อท่านเห็นเธอแล้ว ท่านก็ฉีกเสื้อผ้าของท่าน กล่าวว่า “โอ ลูกเอ๋ย เจ้าทำให้พ่อแย่แล้ว เพราะเจ้าเป็นเหตุให้พ่อทุกข์มาก เพราะพ่อได้อ้าปากบนต่อพระยาห์เวห์ไว้ และจะคืนคำก็ไม่ได้” 36เธอจึงพูดกับบิดาว่า “คุณพ่อ เมื่อท่านอ้าปากบนต่อพระยาห์เวห์ไว้อย่างไร ขอให้ท่านทำกับลูกอย่างนั้นเถิด เพราะพระยาห์เวห์ได้ทรงแก้แค้นคนอัมโมนผู้เป็นศัตรูเพื่อท่านแล้ว” 37และเธอพูดกับบิดาของเธอว่า “ลูกขอสิ่งหนึ่งคือ ขอให้ลูกอยู่ตามลำพังสักสองเดือน ลูกจะได้ไปยังภูเขา ร้องไห้คร่ำครวญถึงความเป็นพรหมจารีของลูกร่วมกับเพื่อนๆ ของลูก” 38ท่านจึงตอบว่า “ไปเถิด” และท่านก็ปล่อยเธอไปสองเดือน เธอก็ออกไปกับเพื่อนๆ ของเธอแล้วร้องไห้คร่ำครวญถึงความเป็นพรหมจารีของเธอ 39อยู่มาเมื่อครบสองเดือนแล้ว เธอก็กลับมาหาบิดาของเธอ และท่านก็ทำกับเธอตามที่ได้บนไว้ เธอยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับชายใดเลย 40และก็เป็นธรรมเนียมในอิสราเอลที่บุตรหญิงของอิสราเอลจะไปร้องไห้ไว้ทุกข์ให้บุตรหญิงของเยฟธาห์คนกิเลอาดปีละสี่วัน

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

A : Attitude

เราได้รับความรู้ใหม่ๆ หรือเราได้รับทัศนคติใหม่ๆ จากพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่อ่านเรื่องอะไรบ้าง?

ศึกสงครามที่เยฟธาห์ต้องไปรบกับคนอัมโมน เป็นปัญหาที่เกินกำลังของเขา เขาจึงขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า และยินดีที่จะมอบถวายทุกสิ่งแด่พระเจ้าเพื่อขอบพระคุณที่พระเจ้าจะช่วยเหลือให้มีชัยชนะสงคราม

พระเจ้าไม่ได้บังคับเขาให้บนบาน หรือให้เขาชนะเพื่อต้องการสิ่งของที่เขามานำถวาย ตัวเยฟธาห์เองต่างหากที่เห็นว่าควรขอบคุณพระเจ้าที่ประทานชัยชนะ ด้วยการมอบคนที่บ้านของเขาเอง จากครอบครัวของเขาเอง เป็นเครื่องเผาบูชาทั้งตัวแด่พระเจ้า แสดงว่าคนในครอบครัวของเขาต้องตาย ไม่ว่าจะเป็นการพูดโดยไม่ทันคิดหรือเป็นความตั้งใจจริงๆที่จะให้เป็นเช่นนั้น แต่คนที่ไม่เกี่ยวข้องคือ คนที่ต้องถูกเผาถวาย จะตัดสินใจอย่างไร

ลนต27:28-29 “แต่สิ่งใดที่ถวายขาดแด่พระยาห์เวห์ เป็นสิ่งที่เขามีอยู่ ไม่ว่าเป็นคนหรือสัตว์ หรือที่ดินอันเป็นมรดกตกแก่เขา จะขายหรือไถ่ไม่ได้เลย เพราะสิ่งที่มอบถวายแล้ว เป็นของถวายที่บริสุทธิ์ที่สุดแด่พระยาห์เวห์ 29แม้แต่มนุษย์ที่ถูกมอบถวายแล้ว ก็ไถ่ถอนไม่ได้ ผู้นั้นต้องตาย

C : Christ in focus

เรามองเห็นพระเยซูเป็นใคร พระองค์ทำอะไรบ้าง ผ่านพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่เราอ่านอย่างไรบ้าง?

พระเจ้าให้พระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียว มาเพื่อตายไถ่บาปคนเป็นอันมาก คนทุกยุคทุกสมัยได้รับการยกโทษเพราะการตายของพระเยซูคริสต์ พระองค์ยินดีเชื่อฟังพระบิดาและทำตามด้วยความตั้งใจ ด้วยความเต็มใจ แบกรับบาปของคนไว้ด้วยความตายของพระองค์ นี่เป็นการเสียสละเพื่อคนอื่น

T : Transformation

เราต้องการให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในด้านใดบ้าง

ระมัดระวังที่จะยำเกรงพระเจ้า สัตย์ซื่อกับพระเจ้า ไม่บนบานกับพระเจ้าโดยไม่คิดจะทำตาม หรือไม่เอาชีวิตของคนอื่นมาบนบาน เพื่อประโยชน์ของชีวิตเรา

เรียนรู้ที่จะเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อพระเจ้า เหมือนที่พระเยซูคริสต์สละชีวิตพระองค์เองเพื่อยกโทษความบาปผิดของเรา  บุตรหญิงคนเดียวของเยฟธาห์(เสียดายที่พระคัมภีร์ไม่ได้บันทึกชื่อของนาง) ยอมเสียสละเพื่อไม่ให้บิดาผิดคำบนบาน หรือผิดสัญญากับพระเจ้า

กดว30:2เมื่อชายคนไหนบนไว้กับพระยาห์เวห์ หรือสาบานผูกมัดตัวเองด้วยคำสัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็อย่าให้เขาเสียวาจา เขาจะต้องทำตามคำทุกคำที่ออกจากปากของเขา

S : Serve

เราจะดำเนินชีวิตเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และต่อพระเจ้าได้อย่างไรบ้าง?

รับใช้พระเจ้าด้วยความเสียสละ ดำเนินชีวิตอย่างคนมีปัญญาระมัดระวังคำพูดต่อพระเจ้า ยำเกรงพระเจ้า ไม่ใช่พูดไปโดยไม่คิดหรือไม่มีใจขอบพระคุณพระเจ้า ถ้าไม่แน่ใจอย่าสาบาน

มธ5:33-37 “อีกประการหนึ่งท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้แก่คนในสมัยก่อนว่า‘ห้ามเสียคำสัตย์สาบาน คำสัตย์สาบานที่ได้ถวายต่อองค์พระผู้เป็นเจ้านั้น ต้องรักษาไว้ให้มั่น ’ 34ส่วนเราบอกพวกท่านว่า อย่าสาบานเลย ไม่ว่าจะทำโดยอ้างถึงสวรรค์ เพราะสวรรค์เป็นที่ประทับของพระเจ้า 35หรืออ้างถึงแผ่นดินโลก เพราะแผ่นดินโลกเป็นที่รองพระบาทของพระเจ้า หรืออ้างถึงกรุงเยรูซาเล็ม เพราะกรุงเยรูซาเล็มเป็นราชธานีของพระมหากษัตริย์36อย่าสาบานโดยอ้างถึงศีรษะของตน เพราะท่านจะทำให้ผมขาว หรือดำไปสักเส้นหนึ่งก็ไม่ได้ 37จริงก็จงว่าจริง ไม่ก็ว่าไม่ คำพูดที่เกินกว่านี้มาจากความชั่ว

ขอพระเจ้าอวยพร ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 11:12-28
บทความถัดไปเฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 12:1-7

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่