หน้าแรก เฝ้าเดี่ยวแบบตามพระธรรม พระธรรมผู้วินิจฉัย เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 11:12-28

เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 11:12-28

2004
0
ภาพจาก https://www.huffingtonpost.com/entry/trump-nominee-bible-constitution_us_59b004cbe4b0354e440e5379

ส่ิงที่เรียนรู้จากพระธรรมวินิจฉัย คือ การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้แพ้หรือชนะในสงคราม หรือในชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะการสื่อสารที่มีพระเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของเรา

เมื่อท่านศึกษาเฝ้าเดี่ยวพระธรรมผู้วินิจฉัยแล้ว ท่านจะพบว่าการที่เรามีความรู้เข้าใจประวัติศาสตร์ มีความเข้าใจสถานการณ์ จะทำให้เรานำเสนอเนื้อหาที่มีความถูกต้องในการสื่อสารได้ ความมั่นใจในพระเจ้าก็ทำให้การนำเสนอมีความน่าเชื่อถือ

เยฟธาห์จึงส่งผู้สื่อสารไปยังกษัตริย์ของคนอัมโมนถามว่า “ท่านมีเรื่องอะไรกับข้าพเจ้า ท่านจึงยกมารุกรานแผ่นดินของข้าพเจ้า” 13กษัตริย์ของคนอัมโมนตอบผู้สื่อสารของเยฟธาห์ว่า “เพราะเมื่ออิสราเอลออกมาจากอียิปต์ ได้ยึดดินแดนของเราไป ตั้งแต่แม่น้ำอารโนนถึงแม่น้ำยับบอก และแม่น้ำจอร์แดน บัดนี้ขอคืนดินแดนเหล่านั้นเสียโดยดี” 14และเยฟธาห์ก็ส่งผู้สื่อสารไปหากษัตริย์ของคนอัมโมนอีก 15ให้กล่าวว่า “เยฟธาห์กล่าวดังนี้ว่า อิสราเอลไม่ได้ยึดดินแดนของโมอับ หรือดินแดนของคนอัมโมน 16แต่เมื่อออกจากอียิปต์ อิสราเอลได้เดินไปทางถิ่นทุรกันดารถึงทะเลแดง และมาถึงคาเดช 17อิสราเอลจึงส่งผู้สื่อสารไปยังกษัตริย์เอโดมกล่าวว่า ‘ขอให้พวกเรายกผ่านแผ่นดินของท่านไป’ แต่กษัตริย์เอโดมไม่ฟัง และพวกเขาได้ส่งคำขออย่างเดียวกันไปยังกษัตริย์โมอับด้วย แต่ท่านก็ไม่ยอม ดังนั้นอิสราเอลจึงอยู่ที่คาเดช 18แล้วพวกเขาก็เดินไปในถิ่นทุรกันดารอ้อมแผ่นดินเอโดม และแผ่นดินโมอับ และมาทางด้านตะวันออกของแผ่นดินโมอับ และตั้งค่ายอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำอารโนน แต่ไม่ได้เข้าไปในพรมแดนของโมอับ เพราะว่าแม่น้ำอารโนนเป็นพรมแดนของโมอับ 19อิสราเอลจึงส่งผู้สื่อสารไปหาสิโหนกษัตริย์อาโมไรต์ กษัตริย์กรุงเฮชโบน อิสราเอลเรียนท่านว่า ‘ขอให้พวกเรายกผ่านแผ่นดินของท่านไปยังที่ของเรา’ 20แต่สิโหนไม่ไว้ใจอิสราเอลจึงไม่ให้พวกเขายกผ่านเขตแดนของตน ฉะนั้นสิโหนจึงได้ระดมพลทั้งสิ้นของท่าน ตั้งค่ายอยู่ที่ยาฮาส และสู้รบกับอิสราเอล 

21แต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลทรงมอบสิโหน และประชาชนทั้งหมดของท่านไว้ในมืออิสราเอล พวกเขาก็พ่ายแพ้ไป ดังนั้นอิสราเอลจึงยึดครองดินแดนทั้งสิ้นของคนอาโมไรต์ชาวแผ่นดินนั้น 

22และพวกเขายึดเขตแดนทั้งหมดของคนอาโมไรต์ตั้งแต่แม่น้ำอารโนนถึงแม่น้ำยับบอก และตั้งแต่ถิ่นทุรกันดารถึงแม่น้ำจอร์แดน 23บัดนี้พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลได้ขับไล่คนอาโมไรต์ออกเสียต่อหน้าอิสราเอลประชากรของพระองค์ ส่วนท่านจะมาถือเอาเป็นกรรมสิทธิ์อย่างนั้นหรือ? 24ท่านไม่ถือกรรมสิทธิ์สิ่งซึ่งพระเคโมชพระเจ้าของท่านมอบให้ท่านยึดครองหรือ?

เช่นเดียวกัน ที่ใดที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเรามอบให้เรา เราก็จะยึดครองที่นั้นด้วย 

25และบัดนี้ท่านจะดีกว่าบาลาคบุตรสิปโปร์กษัตริย์โมอับหรือ? เขาเคยบาดหมางหรือเคยต่อสู้กับอิสราเอลหรือ? 26เมื่ออิสราเอลอาศัยในเมืองเฮชโบน เมืองอาโรเออร์และชนบทของเมืองนั้นๆ ตลอดจนอาศัยในเมืองทั้งสิ้นที่อยู่ตามฝั่งแม่น้ำอารโนนถึง 300 ปี ทำไมท่านไม่เอาคืนเสียในเวลานั้นเล่า? 

27ฉะนั้นไม่ใช่ข้าพเจ้าเองที่ทำผิดต่อท่าน แต่ท่านกำลังทำผิดต่อข้าพเจ้าโดยทำสงครามกับข้าพเจ้า ขอพระยาห์เวห์ผู้ทรงเป็นตุลาการได้ตัดสินคดีระหว่างคนอิสราเอลกับคนอัมโมนในวันนี้” 

28แต่กษัตริย์ของคนอัมโมนไม่ได้เชื่อฟังคำของเยฟธาห์ซึ่งท่านส่งไปให้

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

A : Attitude

เราได้รับความรู้ใหม่ๆ หรือเราได้รับทัศนคติใหม่ๆ จากพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่อ่านเรื่องอะไรบ้าง?

เนื้อหาที่เยฟธาห์สื่อสารกับคนอัมโมน เป็นเนื้อหาที่มีความถูกต้องตามประวัติศาสตร์ เป็นเนื้อหาที่มีเหตุผล เป็นเนื้อหาที่มีความชอบธรรม เป็นเนื้อหาที่มีน้ำหนัก แสดงว่าเยฟธาห์มีสติปัญญา มีความรู้ประวัติศาสตร์ โดยอ้างกรรมสิทธิ์อันชอบธรรมที่พระเจ้ามอบดินแดนนี้ให้อิสราเอล

คนที่มีเหตุมีผล เมื่อได้ฟังแล้วน่าจะยอมรับและไม่มีการต่อสู้กัน เพราะคนอัมโมนไม่สามารถหาเหตุผลอื่นๆที่ชอบธรรมมาโต้แย้งด้วยได้เลย แต่สงครามก็เกิดขึ้นเพราะคนอัมโมนไม่สนใจความถูกต้อง เพราะหาเหตุที่จะทะเลาะได้เพราะตั้งใจมาต่อสู้เพื่อเอาดินแดน

C : Christ in focus

เรามองเห็นพระเยซูเป็นใคร พระองค์ทำอะไรบ้าง ผ่านพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่เราอ่านอย่างไรบ้าง?

พระเจ้ามาบังเกิดเป็นมนุษย์คือ พระเยซูก็เพื่อสื่อสารเรื่องความรอดให้กับมนุษย์เข้าใจเรื่องการกลับมาคืนดีกับพระเจ้า เพื่อจะได้รอดพ้นจากการพิพากษาในวันสุดท้าย โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ เป็นความหวังเดียวของมนุษย์ในการไม่ตายฝ่ายวิญญาณนิรันดร์ พระเจ้าไม่บังคับด้วยกำลัง แต่สื่อสารให้เข้าใจเพื่อเราจะไม่ถูกลงโทษ

โดยการสื่อสารเชื้อเชิญเราให้รู้จักพระเยซู ตามข่าวประเสริฐของพระเจ้า ให้เราได้มีโอกาสพิสูจน์เรื่องพระเจ้า ตั้งแต่ที่เรายังมีชีวิตอยู่โดยการเชื่อวางใจในพระองค์ มั่นใจในพระเจ้าตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อเราจะไม่กังวลเรื่องชีวิตหลังความตาย

T : Transformation

เราต้องการให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในด้านใดบ้าง

เราเรียนรู้ที่จะสื่อสารเรื่องของพระเจ้าอย่างมีสติปัญญา และใช้สติปัญญาในการสื่อสารทุกเรื่อง ศึกษาพระวจนะอย่างถูกต้อง นำมาใช้อย่างถูกต้อง ไม่นิ่งเฉยหรือหยุดการพัฒนาในความเข้าใจพระวจนะ หรือพอใจแล้ว 

เราควรเรียนรู้ที่จะศึกษาผู้คนที่เราต้องสัมพันธ์ด้วย หรือต้องทำงานด้วย หรือต้องร่วมชีวิตด้วย เพื่อสื่อสารให้ดีไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้ง แม้ในเวลาที่เราต้องสื่อสารเรื่องของพระเจ้า 

S : Serve

เราจะดำเนินชีวิตเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และต่อพระเจ้าได้อย่างไรบ้าง?

ขอพระเจ้าให้เรามีสติปัญญาในการสื่อสารเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจ เริ่มจากแผนการความรอดของพระเจ้า แผนการของพระเจ้าในชีวิตของคนอื่นผ่านการทรงเรียก เพื่อให้เขารับใช้พระเจ้า เป็นพระพรกับผู้อื่น เพื่อให้ความรอดไปถึงคนมากมาย เมื่อเราได้เห็นการเกิดผลมีผู้คนมากมายรับพระพรจากพระเจ้า เราจะมีความมั่นใจในพระเจ้ามากขึ้น

ขอพระเจ้าอวยพร ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 11:1-11
บทความถัดไปเฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 11:29-40

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่