หน้าแรก เฝ้าเดี่ยวแบบตามพระธรรม พระธรรมผู้วินิจฉัย เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 10:1-18

เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 10:1-18

1452
0
ภาพจาก https://www.huffingtonpost.com/entry/trump-nominee-bible-constitution_us_59b004cbe4b0354e440e5379

ส่ิงที่เรียนรู้จากพระธรรมวินิจฉัย คือ การที่เราดำเนินชีวิตทอดทิ้งพระเจ้า เป็นการนำผลร้ายมาถึงชีวิตของเราเอง เพราะไม่มีใครจะช่วยเราให้พ้นจากความบาปและความตายได้

เมื่อท่านศึกษาเฝ้าเดี่ยวพระธรรมผู้วินิจฉัยแล้ว ท่านจะพบว่าอย่าเสียเวลาทอดทิ้งพระเจ้า แต่ให้ดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้าจะดีกว่า

โทลาและยาอีร์

1หลังสมัยอาบีเมเลค มีคนขึ้นมาช่วยกู้อิสราเอลชื่อโทลา บุตรของปูวาห์ ผู้เป็นบุตรของโดโด คนอิสสาคาร์ และท่านอยู่ที่เมืองชามีร์ในแดนเทือกเขาเอฟราอิม 2ท่านวินิจฉัยอิสราเอลอยู่ 23 ปี แล้วท่านก็สิ้นชีวิตและถูกฝังไว้ที่เมืองชามีร์

3หลังจากนั้น ยาอีร์คนกิเลอาดได้ขึ้นมาวินิจฉัยอิสราเอลอยู่ 22 ปี 4ท่านมีบุตร 30 คนผู้ขี่ลาหนุ่ม 30 ตัว และพวกเขามีเมือง 30 เมืองในแผ่นดินกิเลอาดซึ่งพวกเขาเรียกว่า ฮาวโวทยาอีร์ จนถึงทุกวันนี้ 5ยาอีร์ก็สิ้นชีวิตและถูกฝังไว้ที่เมืองคาโมน

คนอัมโมนบีบบังคับคนอิสราเอล

6คนอิสราเอลก็ทำสิ่งชั่วในสายพระเนตรพระยาห์เวห์อีก

เขาทั้งหลายไปปรนนิบัติบรรดาพระบาอัลและพระอัชทาโรทพระของคนอารัม พระของไซดอน พระของโมอับ พระของคนอัมโมน พระของคนฟีลิสเตีย

และเขาทั้งหลายละทิ้งพระยาห์เวห์เสีย ไม่ได้ปรนนิบัติพระองค์ 

7และพระพิโรธของพระยาห์เวห์ก็พลุ่งขึ้นต่ออิสราเอล จึงทรงขายพวกเขาไว้ในมือของคนฟีลิสเตีย และในมือของคนอัมโมน 8เขาทั้งหลายได้ข่มเหงและบีบบังคับคนอิสราเอลในปีนั้น พวกเขาได้บีบบังคับคนอิสราเอลทั้งปวงที่อยู่ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนในกิเลอาดในแผ่นดินของคนอาโมไรต์ เป็นเวลา 18 ปี 9ทั้งคนอัมโมนได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดน ไปต่อสู้กับยูดาห์ เบนยามิน และพงศ์พันธุ์เอฟราอิม ดังนั้น อิสราเอลจึงทุกข์ร้อนยิ่งนัก

10และคนอิสราเอลร้องทูลพระยาห์เวห์ว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ทำบาปต่อพระองค์ เพราะได้ทอดทิ้งพระเจ้าของพวกข้าพระองค์ไปปรนนิบัติบรรดาพระบาอัล” 11แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับคนอิสราเอลว่า “เราได้ช่วยกู้เจ้าให้พ้นจากคนอียิปต์ จากคนอาโมไรต์ จากคนอัมโมน และจากคนฟีลิสเตียไม่ใช่หรือ? 12ทั้งคนไซดอน คนอามาเลข และคนมาโอนได้บีบบังคับพวกเจ้า

เจ้าทั้งหลายได้ร้องทุกข์ถึงเรา และเราก็ได้ช่วยพวกเจ้าให้พ้นมือเขาทั้งหลาย 13แต่เจ้าทั้งหลายยังได้ละทิ้งเราไปปรนนิบัติพระอื่นๆ ดังนั้นเราจะไม่ช่วยกู้เจ้าทั้งหลายอีกต่อไป 

14จงไปร้องทูลต่อพระต่างๆ ซึ่งเจ้าทั้งหลายได้เลือกปรนนิบัตินั้นเถิด ให้พระเหล่านั้นช่วยกู้พวกเจ้าในยามทุกข์ยาก” 15และคนอิสราเอลทูลพระยาห์เวห์ว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ทำบาปแล้ว ขอพระองค์ทรงทำแก่ข้าพระองค์ตามที่ทรงเห็นชอบ ข้าพระองค์ขอวิงวอนเพียงว่า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นภัยในวันนี้เถิด” 16ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงเลิกถือพระต่างด้าวและมาปรนนิบัติพระยาห์เวห์ ส่วนพระองค์ร้อนพระทัยด้วยความทุกข์เข็ญของอิสราเอล

17คนอัมโมนถูกเรียกให้รบ พวกเขาตั้งค่ายในกิเลอาด ส่วนคนอิสราเอลก็มาชุมนุมกันตั้งค่ายอยู่ที่มิสปาห์ 18และประชาชน พวกผู้นำของคนกิเลอาดพูดกันว่า “ใครเป็นคนแรกที่เข้าต่อสู้กับคนอัมโมน? คนนั้นจะเป็นหัวหน้าของชาวกิเลอาดทั้งหมด”

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

A : Attitude

เราได้รับความรู้ใหม่ๆ หรือเราได้รับทัศนคติใหม่ๆ จากพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่อ่านเรื่องอะไรบ้าง?

คนอิสราเอลทอดทิ้งพระเจ้าไปหาพระองค์อื่น จนเขารู้ว่าพระองค์อื่นช่วยไม่ได้จึงกลับมาหาพระเจ้า เราที่เป็นคนของพระเจ้าอย่าเสียเวลาทำแบบนั้น ใช้เวลาศึกษาเรื่องของพระเจ้า และรู้จักพระองค์ให้มากขึ้นจะดีกว่า

คนบาปไม่ต้องการพระเจ้า ไม่ต้องการนมัสการพระเจ้า ไม่เห็นคุณค่าพระเจ้า ไม่กตัญญูต่อพระเจ้าเพราะไม่เห็นความดีของพระเจ้าที่มีผ่านการทรงสร้าง พวกเขาต้องการเลือกพระของเขาเอง เน้นพระที่ให้พระพร ความสุข ความสงบ ความปลอดภัย

C : Christ in focus

เรามองเห็นพระเยซูเป็นใคร พระองค์ทำอะไรบ้าง ผ่านพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่เราอ่านอย่างไรบ้าง?

พระเยซูมาเป็นความหวังสำหรับคนที่ต้องการรอดพ้นจากบาป จากความทุกข์ จากเคราะห์เวรกรรม พระเยซูมาเพื่อช่วยเหลือคนบาปแต่หลายคนปฎิเสธเขาจึงไม่ได้รับพระพร แต่ก็มีหลายคนได้เชื่อวางใจพระเยซู ถึงกระนั้นบางคนก็ไม่ได้ดำเนินชีวิตโดยเห็นคุณค่าของการเสียสละของพระเยซูจริงๆ จะแสวงหาพระเจ้าก็ต่อเมื่อมีความทุกข์ยากลำบากเท่านั้น

T : Transformation

เราต้องการให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในด้านใดบ้าง

เราเรียนรู้ที่จะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ในการรู้จักพระเจ้าให้มากขึ้น นมัสการพระเจ้ามากขึ้น อย่านมัสการหรือแสวงหาพระเจ้าเฉพาะเวลาที่มีปัญหาต้องการความช่วยเหลือ

เมื่อเรามีความมั่นใจในพระเจ้ามากขึ้น เวลาที่เราเจอการข่มเหง หรือปัญหาความทุกข์ยาก เราจะไม่พ่ายแพ้ต่อปัญหาความทุกข์ยากลำบากที่เผชิญอยู่ เพราะพระเจ้าจะช่วยเหลือเราให้ผ่านไปได้ ทำให้เราเติบโตกับพระเจ้ามากขึ้นด้วยผ่านประสบการณ์เหล่านั้น

S : Serve

เราจะดำเนินชีวิตเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และต่อพระเจ้าได้อย่างไรบ้าง?

รับใช้พระเจ้าด้วยชัยชนะในชีวิตที่มีประสบการณ์กับพระเจ้า เพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆให้รู้จักพระเจ้า ให้เติบโตกับพระเจ้า สร้างชีวิตด้วยพระวจนะ นมัสการพระเจ้าส่วนตัว เห็นคุณค่าของพระเจ้า เห็นความดีงามของพระเจ้า ให้กำลังใจผู้คนที่อยู่ในความยากลำบาก ให้กลับมาหาพระเจ้าและอธิษฐานให้พระองค์ช่วยเหลือ อดทนรอคอยการช่วยกู้ของพระเจ้าที่จะมาถึง

ขอพระเจ้าอวยพร ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 9:22-57
บทความถัดไปเฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 11:1-11

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่