หน้าแรก เฝ้าเดี่ยวแบบตามพระธรรม พระธรรมผู้วินิจฉัย เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 7:1-25

เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 7:1-25

1373
0
ภาพจาก https://www.huffingtonpost.com/entry/trump-nominee-bible-constitution_us_59b004cbe4b0354e440e5379

ส่ิงที่เรียนรู้จากพระธรรมวินิจฉัย คือ พระเจ้าเป็นผู้นำหลักในการศึกครั้งนี้ พระองค์ประทานชัยชนะให้กับคนของพระองค์แม้ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลย  สำหรับผู้นำเป็นเพียงมนุษย์ที่ร่วมงานกับพระเจ้าเท่านั้น

เมื่อท่านศึกษาเฝ้าเดี่ยวพระธรรมผู้วินิจฉัยแล้ว ท่านจะพบว่าชัยชนะเป็นของพระเจ้า พระองค์เลือกคน เลือกแผนการ แต่พระองค์ให้เรามีประสบการณ์ร่วมกับพระเจ้า เพื่อให้เราเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้า มั่นใจในพระองค์ เชื่อฟังพระองค์ ผ่านสถานการณ์ปัญหายากลำบากที่เรารู้ว่าโดยกำลังของเราเราไม่สามารถทำได้ แต่เมื่อเรามีพระเจ้าและเราร่วมมือกับพระองค์ พระเจ้าประทานชัยชนะให้กับเรา เมื่อเราร่วมมือกับพระองค์

กิเดโอนทำให้คนมีเดียนแตกกระเจิง

1เยรุบบาอัล (คือกิเดโอน) และคนทั้งหมดที่อยู่กับท่านก็ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ ไปตั้งค่ายที่ริมน้ำพุฮาโรด ส่วนค่ายของพวกมีเดียนอยู่ทางเหนือของเขา คืออยู่ในหุบเขาที่ภูเขาโมเรห์

2พระยาห์เวห์ตรัสกับกิเดโอนว่า “คนที่อยู่กับเจ้ายังมีมากเกินไปที่เราจะมอบคนมีเดียนไว้ในมือของพวกเขา เกรงว่าอิสราเอลจะทะนงตัวต่อเรา โดยกล่าวว่า ‘มือของข้าเองได้กู้ข้าไว้’ 

3เพราะฉะนั้น เดี๋ยวนี้จงประกาศให้ประชาชนได้ยินว่า ‘คนไหนกลัวจนตัวสั่น ก็ให้กลับไปเสียจากภูเขากิเลอาด’ ” และมีคนกลับไป 22,000 คน และยังเหลืออยู่ 10,000 คน

4พระยาห์เวห์ตรัสกับกิเดโอนว่า “ประชาชนยังมากอยู่ จงพาพวกเขาลงไปที่น้ำ และเราจะทดสอบเขาทั้งหลายให้เจ้าที่นั่น คนที่เราบอกเจ้าว่า ‘ให้คนนี้ไปกับเจ้า’ คนนั้นต้องไปกับเจ้า คนที่เราบอกว่า ‘คนนี้อย่าให้ไป’ คนนั้นก็ไม่ต้องไป” 

5ท่านจึงพาประชาชนลงไปที่น้ำ พระยาห์เวห์ตรัสกับกิเดโอนว่า “ทุกคนที่ใช้ลิ้นเลียน้ำดังสุนัข จงรวมเขาไว้พวกหนึ่ง ส่วนคนที่คุกเข่าลงดื่มน้ำจงรวมไว้อีกพวกหนึ่งด้วย” 6จำนวนคนที่ใช้มือวักน้ำขึ้นเลียมี 300 คน แต่ประชาชนทั้งสิ้นที่เหลือคุกเข่าลงดื่มน้ำ 

7พระยาห์เวห์ตรัสกับกิเดโอนว่า “เราจะช่วยกู้เจ้าทั้งหลายด้วยจำนวนคนสามร้อยที่เลียน้ำนั้น และมอบคนมีเดียนไว้ในมือของเจ้า นอกนั้นให้ทุกคนกลับบ้าน” 

8ท่านจึงส่งอิสราเอลที่เหลือกลับไปยังเต็นท์ของตนทุกคน แต่ให้ 300 คนนั้นอยู่ โดยให้ถือเสบียงและเขาสัตว์ทั้งหมดไว้ และค่ายของมีเดียนก็อยู่ข้างล่างท่านในหุบเขา

9ในคืนวันนั้นพระยาห์เวห์ตรัสกับท่านว่า “จงลุกขึ้นลงไปตีค่ายเถิด เพราะเรามอบเขาไว้ในมือของเจ้าแล้ว 10ถ้าเจ้ากลัวไม่กล้าลงไปตี เจ้าก็จงลงไปกับปูราห์คนใช้ของเจ้าที่ค่ายนั้น 11เจ้าจะได้ยินว่าพวกเขาพูดอะไรกัน ภายหลังมือของเจ้าจะมีกำลังขึ้นที่จะลงไปตีค่ายนั้น” ท่านจึงลงไปกับปูราห์คนใช้ของท่าน จนถึงด่านนอกที่มีทหารถืออาวุธซึ่งอยู่ในค่าย 12บรรดาคนมีเดียน และคนอามาเลขกับชาวตะวันออกนอนอยู่ตามหุบเขาเหมือนตั๊กแตนปาทังก้าเป็นฝูงๆ ฝูงอูฐของเขาก็นับไม่ถ้วน มากดุจเม็ดทรายที่ฝั่งทะเล 13ขณะที่กิเดโอนแอบมา นี่แน่ะ ชายคนหนึ่งกำลังเล่าความฝันให้เพื่อนฟังว่า “นี่แน่ะ เราฝันเรื่องหนึ่ง มีขนมบาร์เลย์ก้อนหนึ่งกลิ้งเข้ามาในค่ายของพวกมีเดียน มาชนเต็นท์ ทำให้เต็นท์ล้มลง และพลิกขึ้น แล้วเต็นท์ก็ราบไป” 

14เพื่อนของเขาจึงตอบว่า “นี่ไม่ใช่อื่นไกลเลย นอกจากดาบของกิเดโอนบุตรโยอาช คนอิสราเอล พระเจ้าได้ทรงมอบพวกมีเดียน และกองทัพทั้งสิ้นไว้ในมือของเขาแล้ว”

15เมื่อกิเดโอนได้ยินเขาเล่าความฝันและคำแก้ฝันเช่นนั้นแล้ว ท่านก็นมัสการและกลับไปยังค่ายอิสราเอลสั่งว่า “จงลุกขึ้นเถิด เพราะว่าพระยาห์เวห์ทรงมอบกองทัพคนมีเดียนไว้ในมือของท่านทั้งหลายแล้ว” 16ท่านจึงแบ่งคน 300 คนนั้นออกเป็นสามกอง ให้ถือเขาสัตว์ทุกคน และถือหม้อเปล่า มีคบเพลิงอยู่ข้างในหม้อนั้น 17และท่านสั่งเขาทั้งหลายว่า “จงดูเรา แล้วให้ทำเหมือนกัน และนี่แน่ะ เมื่อเราไปถึงค่ายด้านนอกแล้ว เราทำอย่างไรก็จงทำอย่างนั้น 18เมื่อเราเป่าเขาสัตว์ คือตัวเรากับทุกคนที่อยู่กับเรา พวกเจ้าก็จงเป่าเขาสัตว์รับให้รอบค่ายทั้งหมดแล้วร้องว่า ‘เพื่อพระยาห์เวห์ และเพื่อกิเดโอน’ ”

19กิเดโอนกับคน 100 คนที่อยู่กับท่านก็มาถึงด้านนอกค่าย ในเวลาต้นยามกลาง พึ่งผลัดเวรยามใหม่ พวกเขาก็เป่าเขาสัตว์ขึ้นและต่อยหม้อซึ่งอยู่ในมือให้แตก 20ทหารทั้งสามกองก็เป่าเขาสัตว์และต่อยหม้อ มือซ้ายถือคบเพลิง มือขวาถือเขาสัตว์จะเป่า และร้องขึ้นว่า “ดาบเพื่อพระยาห์เวห์และเพื่อกิเดโอน” 21แต่ละคนก็ยืนอยู่ตามที่ของตนเรียงรายรอบค่าย ทุกคนในค่ายก็ร้องอื้ออึงวิ่งหนีไป 

22เมื่อเขาทั้งหลายเป่าเขาสัตว์ทั้งสามร้อยอันนั้น พระยาห์เวห์ทรงบันดาลให้พวกเขาเอาดาบฆ่าฟันกันทั่วทุกกอง

กองทัพก็แตกตื่นหนีไปถึงเบธชิทธาห์ ทางไปเศเรราห์ไกลไปจนถึงเขตเมืองอาเบลเมโฮลาห์ ที่ทับบาท 23คนอิสราเอลถูกเรียกออกมาจากนัฟทาลี และจากอาเชอร์ และจากทั่วมนัสเสห์ และติดตามพวกมีเดียนไป

24และกิเดโอนก็ใช้ผู้สื่อสารออกไปทั่วแดนเทือกเขาเอฟราอิมประกาศว่า “จงลงมารบกับพวกมีเดียน และยึดลำน้ำทั้งหลาย ไกลไปถึงเบธบาราห์และแม่น้ำจอร์แดนด้วย” พวกเขาก็เรียกคนเอฟราอิมทั้งสิ้นออกมา เขายึดลำน้ำทั้งหลายถึงเบธบาราห์และแม่น้ำจอร์แดนไว้ 25จับโอเรบและเศเอบเจ้านายสองคนของพวกมีเดียนได้ เขาฆ่าโอเรบเสียที่ศิลาโอเรบ และฆ่าเศเอบเสียที่บ่อย่ำองุ่นชื่อเศเอบ แล้วก็ไล่ติดตามพวกมีเดียนไป และนำเอาศีรษะโอเรบ และเศเอบมาให้กิเดโอนที่ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

A : Attitude

เราได้รับความรู้ใหม่ๆ หรือเราได้รับทัศนคติใหม่ๆ จากพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่อ่านเรื่องอะไรบ้าง?

เราจะสังเกตพบว่างานของพระเจ้า พระเจ้าจะเรียกคนรับใช้ที่จะทำตามพระทัยของพระเจ้า เรียกผู้นำที่จะนำคนตามพระทัยของพระองค์ พระเจ้ามีการเตรียมคน มีการคัดสรรคน พระเจ้าให้แผนการวิธีการในการต่อสู้ ทำสงคราม

สำหรับคนมีเดียนประมาทเพราะมั่นใจในปริมาณของกองทัพที่ยิ่งใหญ่กว่าอิสราเอล แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับพระเจ้าและคนของพระองค์ที่มีปริมาณน้อยกว่า อ่อนแอกว่า เพื่อให้รู้ว่าชัยชนะนี้มาจากพระเจ้า

C : Christ in focus

เรามองเห็นพระเยซูเป็นใคร พระองค์ทำอะไรบ้าง ผ่านพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่เราอ่านอย่างไรบ้าง?

พระเยซูเพียงคนเดียวได้มาในโลกนี้ ประกาศแผนการช่วยกู้มนุษย์พ้นจากการลงโทษเพราะความผิดบาป คืนดีกลับพระเจ้า พระองค์ทำผ่านสาวกที่เชื่อฟัง ในเวลาที่จำกัด ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้เลย

แต่ประวัติศาสตร์สองพันกว่าปี พิสูจน์ให้เห็นว่าแผนการของพระเจ้าสำเร็จเป็นจริง ผู้นำคริสตจักรต่างๆเป็นเพียงผู้ร่วมงานกับพระเจ้าในแผนการความรอดผ่านทางพระเยซูคริสต์ผู้เป็นศรีษะของคริสตจักรเท่านั้น

T : Transformation

เราต้องการให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในด้านใดบ้าง?  

เราต้องเรียนรู้พึ่งพาพระเจ้าในการดำเนินชีวิต อย่าดำเนินชีวิตในความประมาท ไม่ฟังเสียงพระเจ้า ไม่พึ่งพาพระเจ้า แต่พึ่งพากำลังของตนเอง ปลายทางจะพ่ายแพ้ในสงครามชีวิต

การพบชัยชนะในชีวิตของเรามาจากการที่เราให้พระเจ้าเป็นผู้นำในชีวิต ส่วนของเราเรียนรู้จะเชื่อฟังและทำตาม เราจะไม่กลัวปัญหา ไม่กลัวความยากลำบาก อุปสรรคต่างๆ เพราะเรารู้ว่าพระเจ้าประทานชัยชนะให้เราได้

S : Serve

เราจะดำเนินชีวิตเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และต่อพระเจ้าได้อย่างไรบ้าง?

รับใช้พระเจ้าตามการทรงนำ รับใช้ตามพระประสงค์ของพระเจ้า รับใช้ตามการทรงเรียกของพระเจ้า โดยมีความเป็นเอกภาพเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันร่วมกันกับคนของพระเจ้า การรับใช้ควรถวายเกียรติความสำเร็จเป็นของพระเจ้า ไม่ใช่ของตนเอง

การคัดสรรคนและทีมงานก็ต้องมีเกณฑ์ มีมาตรฐาน มีการเตรียม มีการทดสอบเพื่อพร้อมจะรับใช้เกิดผลได้

ขอพระเจ้าอวยพร ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 6:36-40
บทความถัดไปเฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 8:1-21

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่