หน้าแรก คำเทศน์ พันธสัญญาเดิม อพย17:1-13 หารือใช่หาเรื่อง

อพย17:1-13 หารือใช่หาเรื่อง

1947
0
ภาพจาก https://steemit.com/christian-trail/@thoor/7-what-is-the-church-the-church-as-a-community-441e4ae4caddcest

.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี เทศนาเช้า อา 27 ..19

คริสตจักรอันติโอเกียสวนมะลิ

อพย17:1-13  หารือใช่หาเรื่อง

น้ำออกมาจากหิน

(กดว.20:1-13)

1ชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมดเคลื่อนออกจากถิ่นทุรกันดารสินไปเป็นระยะๆ ตามพระบัญชาของพระยาห์เวห์ และมาตั้งค่ายที่เรฟีดิม ที่นั่นไม่มีน้ำให้ประชาชนดื่ม 2เพราะฉะนั้น ประชาชนจึงเอาเรื่องกับโมเสส และกล่าวกับโมเสสว่าให้น้ำพวกข้าดื่มซิโมเสสจึงบอกพวกเขาว่าพวกเจ้าหาเรื่องเราทำไม? ทำไมพวกเจ้าจึงบังอาจลองดีกับพระยาห์เวห์?” 3แต่ประชาชนกระหายน้ำ ที่นั้น จึงบ่นต่อโมเสสว่าทำไมท่านจึงพาเราทั้งบุตรและฝูงปศุสัตว์ของเราออกจากอียิปต์มาเพื่อให้อดน้ำตาย?” 

 

4โมเสสจึงร้องทูลพระยาห์เวห์ว่าข้าพระองค์จะทำอย่างไรกับชนชาตินี้ดี? พวกเขาเกือบเอาหินขว้างข้าพระองค์ให้ตายอยู่แล้ว

5พระยาห์เวห์จึงตรัสกับโมเสสว่าจงเดินล่วงหน้าประชาชนไป และนำพวกผู้ใหญ่บางคนของอิสราเอลไปกับเจ้า จงถือไม้เท้าที่เจ้าใช้ตีแม่น้ำไนล์นั้นไปด้วย 

 

6นี่แน่ะ เราจะยืนอยู่ต่อหน้าเจ้าที่นั่น บนศิลาที่ภูเขาโฮเรบ จงตีศิลานั้น แล้วน้ำจะไหลออกมาให้ประชาชนดื่มโมเสสก็ทำดังนั้นต่อหน้าต่อตาพวกผู้ใหญ่ของอิสราเอล 

7โมเสสเรียกชื่อสถานที่นั้นว่า มัสสาห์ และเมรีบาห์ เพราะคนอิสราเอลหาเรื่องตน ที่นั้น และลองดีกับพระยาห์เวห์ว่าพระยาห์เวห์สถิตอยู่ท่ามกลางพวกข้าพเจ้าจริงหรือ?”

คนอามาเลขโจมตีคนอิสราเอล แต่พ่ายแพ้

(ปฐก.14:7; กดว.13:29; 14:25)

8เวลานั้น คนอามาเลขยกมารบกับคนอิสราเอลที่เรฟีดิม 9โมเสสสั่งโยชูวาว่าจงเลือกผู้ชายฝ่ายเราออกไปสู้รบกับคนอามาเลข พรุ่งนี้เราจะยืนถือไม้เท้าของพระเจ้าอยู่บนยอดเขา” 10โยชูวาก็ทำตามคำสั่งของโมเสส เขาออกไปรบกับคนอามาเลข ส่วนโมเสส อาโรน และเฮอร์ก็ขึ้นไปบนยอดเขานั้น 11โมเสสยกมือขึ้นเมื่อไร อิสราเอลก็ได้เปรียบเมื่อนั้น ท่านลดมือลงเมื่อไร พวกอามาเลขก็ได้เปรียบเมื่อนั้น 

 

12แต่มือของโมเสสเมื่อยล้า เขาทั้งสองจึงนำก้อนหินมาวางให้โมเสสนั่ง อาโรนกับเฮอร์ก็ช่วยยกมือท่านขึ้นคนละข้าง มือทั้งคู่ของท่านจึงชูอยู่จนตะวันตกดิน 13ส่วนโยชูวาปราบกองทัพอามาเลขพ่ายแพ้ไปด้วยคมดาบ

มีบทเรียนที่ดีจากพระธรรมตอนนี้ เวลาที่เราขอการสำแดงเรื่องการซื้อที่ดิน การย้ายสถานที่ของคริสตจักร  เมื่อสิบปีที่แล้วเราก็ไปดูที่ดินกันจำได้ไหม จากนั้นเรื่องนี้ก็หายไปแล้ว แต่เมื่อเรามีความคิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง อาจจะมีบางคนสนับสนุน บางคนไม่สนับสนุน บางคนเฉยๆ แต่เอาเข้าจริงๆคนเฉยๆจะไม่ไป  วันนี้อยากให้เราเรียนรู้จากพระธรรมตอนนี้เพื่อจะรับใช้พระเจ้าอย่างเกิดผล ด้วยความเข้าใจพระประสงค์ที่ชัดเจนของพระเจ้า  เรามาดูว่าพระคัมภีร์สอนอะไรเราบ้าง

พระธรรมตอนนี้เป็นเหตุการณ์ที่โมเสสบันทึก ข้อ14 พระยาเวห์ตรัสกับโมเสสว่า”จงเขียนข้อความต่อไปนี้ลงในหนังสือเพื่อเตือนความจำ ทั้งเล่าให้โยชูวาฟัง คือ เราจะล้างเผ่าพันธุ์อามาเลขให้สิ้นไม่ให้ปรากฎในความทรงจำของประชาชนภายใต้ฟ้าเลย”

 

พระเจ้าให้โมเสสเขียนข้อความลงในหนังสือเพื่อเตือนความจำคนอิสราเอล ให้เป็นบทเรียน โมเสสเป็นผู้นำอิสราเอลออกจากอียิปต์ถึงถิ่นทุรกันดาร พระเจ้าให้ตั้งค่ายในที่กันดารมากไม่มีน้ำดื่ม

ความจริงเมื่อเราพบปัญหาเราควรนั่งลงปรึกษาหารือกันหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยกัน แต่ข้อ2 เพราะฉะนั้น ประชาชนจึงเอาเรื่องกับโมเสส และกล่าวกับโมเสสว่าให้น้ำพวกข้าดื่มซิโมเสสจึงบอกพวกเขาว่าพวกเจ้าหาเรื่องเราทำไม? ทำไมพวกเจ้าจึงบังอาจลองดีกับพระยาห์เวห์?”

ประชาชนเอาเรื่องโมเสส เอาน้ำให้เราดื่มซิ ทั้งที่โมเสสก็ไม่มีน้ำดื่มเหมือนกัน โมเสสกล่าวว่าพวกเจ้าหาเรื่องกับเราทำไม หาเรื่องกับหารือแตกต่างกัน มีปัญหาควรหารือไม่ใช่หาเรื่อง พวกเขาสร้างความกดดันให้โมเสส โมเสสจึงทูลพระเจ้าว่าพวกเขาจะเอาหินขว้างโมเสสให้ตาย การลงโทษโดยการขว้างหินให้ตายนั้นเป็นการลงโทษ เฉพาะคนที่ทำผิดกับพระเจ้าอย่างรุนแรงเท่านั้น แต่ความเป็นจริงทั้งๆที่โมเสสไม่ได้ทำผิดแบบนั้น แต่พวกคนอิสราเอลคิดอย่างนี้ได้ยังไง

ข้อ1ชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมดเคลื่อนออกจากถิ่นทุรกันดารสินไปเป็นระยะๆ ตามพระบัญชาของพระยาห์เวห์ และมาตั้งค่ายที่เรฟีดิม ที่นั่นไม่มีน้ำให้ประชาชนดื่ม

อิสราเอลเคลื่อนไปตามพระบัญชาของพระเจ้าเป็นระยะๆ พวกเขาน่าจะรู้ว่าไม่ใช่โมเสสที่ให้ตั้งค่ายที่นี่ แต่เป็นพระเจ้าสั่งให้ตั้งค่ายในถิ่นทุรกันดาร โมเสสถูกกดดันเรื่องน้ำและเรื่องประชาชน  โมเสสไม่ตอบโต้เลยแต่ไปร้องทูลพระเจ้า ต่างกับคนอิสราเอลเจอปัญหากับโทษโมเสส แต่โมเสสไม่โทษประชาชน และไม่โทษพระเจ้า

ข้อ4โมเสสจึงร้องทูลพระยาห์เวห์ว่าข้าพระองค์จะทำอย่างไรกับชนชาตินี้ดี? พวกเขาเกือบเอาหินขว้างข้าพระองค์ให้ตายอยู่แล้ว

โมเสสคิดจะช่วยคนเหล่านี้ยังไง แม้พวกเขาไม่เข้าใจโมเสส แต่โมเสสไม่ได้คิดทอดทิ้งประชาชน ดังนั้นพระเจ้าจึงแนะนำโมเสสให้รู้ขั้นตอนแก้ปัญหา

ข้อ 5 พระยาห์เวห์จึงตรัสกับโมเสสว่าจงเดินล่วงหน้าประชาชนไป และนำพวกผู้ใหญ่บางคนของอิสราเอลไปกับเจ้า จงถือไม้เท้าที่เจ้าใช้ตีแม่น้ำไนล์นั้นไปด้วย 

1.จงเดินล่วงหน้าประชาชนไป

2.นำผู้ใหญ่บางคนไปกับโมเสส

3.เอาไม้เท้าไปด้วย ข้อ6 พระเจ้าให้สัญญาว่าจะอยู่ด้วย

4.จงตีศิลานั้นแล้วจะให้น้ำแก่ประชาชนดื่ม

ปัญหาสองอย่างของโมเสส ปัญหาแรกเป็นเรื่องธรรมชาติ กับปัญหาคน บทเรียนแรกคือ อย่าหาเรื่องแต่ให้หารือ

บางครั้งคนถูกกดดันด้วยการตั้งคำถาม เช่น ไม่ได้เรียนแก้ปัญหาเรื่องนี้ในโรงเรียนพระคัมภีร์หรือ  ระบบการศึกษาบ้านเราเรียนเยอะแต่ไม่ได้เอามาใช้ หลายอย่างเอามาใช้แต่มาจากการไม่ได้เรียน

มีปัญหาอย่าหาเรื่อง แต่ให้หารือ ถ้าเราอยากให้คริสตจักรก้าวหน้าต้องมีการเปลี่ยนแปลง อย่าให้เหมือนเดิม เราต้องก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี โดยเราร่วมกันรับมือกับการเปลี่ยนแปลง รวมหัวกัน อย่าให้ปัญหาของคริสตจักรเป็นของศิษยาภิบาล เพียงคนเดียว แต่สมาชิกทุกคนต้องร่วมกัน เวลามีปัญหาเกิดขึ้นต้องช่วยกัน

เราจะไม่ทำอย่างอิสราเอล ร่วมมือกันต้องทำเพื่อให้สองอย่างเกิดขึ้น

 

1.ไม่เพิ่ม ความกดดันให้ผู้นำ

บางครั้งผู้นำเอาปัญหากลับบ้าน ภรรยาบอกเลิกเหอะออกเหอะ สมาชิกรู้เข้าก็ไปว่าภรรยาผู้นำอีก ทำไมให้สามีลาออก

ผมเคยเจอปัญหานอนไม่หลับแต่พระเจ้าช่วย ขอให้คริสตจักรเข้าหาพระเจ้า พระองค์จะแนะนำเป็นขั้นตอน ให้เราเผชิญปัญหาด้วยกัน รับผิดชอบด้วยกัน ไม่กดดันผู้รับใช้ ผู้รับใช้โดนมารกดดันก็พอแล้ว เพื่อเราจะได้ไม่ทำผิดต่อพระเจ้า

ข้อ 7โมเสสเรียกชื่อสถานที่นั้นว่า มัสสาห์และเมรีบาห์เพราะคนอิสราเอลหาเรื่องตน ที่นั้น และลองดีกับพระยาห์เวห์ว่าพระยาห์เวห์สถิตอยู่ท่ามกลางพวกข้าพเจ้าจริงหรือ?”

เจ้าลองดีกับพระเจ้าทำไม การหาเรื่องโมเสสก็เท่ากับลองดีกับพระเจ้าว่าอยู่กับพวกเขาจริงหรือ เวลามีปัญหาเราไปกดดันผู้นำ ไปกดดันทีมผู้ปกครอง เรากำลังจะลองดีกับพระเจ้าด้วย

 

2.ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา

ข้อ 8 ปัญหาที่สอง คนอามาเลขยกกองทัพมารบ เคยคิดไหมว่าทำไมเป็นอามาเลข คำตอบพวกเขารู้ว่าเรดีฟิมไม่มีน้ำ อิสราเอลมาตั้งค่าย พระเจ้ายังไม่ได้ให้เคลื่อนไปไหน พวกศัตรูคิดว่าอิสราเอลอ่อนแอมากใกล้ตายแล้ว เวลานี้จึงเหมาะกับเวลาที่จะโจมตีแล้ว

ฉธบ25:17-18 “จงระลึกถึงสิ่งที่คนอามาเลขทำต่อท่านระหว่างทางที่ท่านออกจากอียิปต์ 18ซึ่งเขาได้ออกโจมตีท่านตามทาง และตัดตอนพวกที่อ่อนแออยู่รั้งท้ายเมื่อท่านอ่อนเพลียเมื่อยล้า และเขาไม่ยำเกรงพระเจ้า

 

โจมตี ตัดตอนพวกที่อ่อนแอที่รั้งท้าย อ่อนเพลียเมื่อยล้า

ได้ข้อคิดว่า หากเราอยากจะหลุดพ้นจากการโจมตี อย่าอยู่ตอนท้าย อย่าอ่อนแอ คริสเตียนต้องเข้มแข็งเพื่อทุกคนจะไม่ถูกโจมตี ขอให้เข้ามาร่วมอยู่ในกองทัพของพระเจ้า ขอให้อยู่แนวหน้า พระเจ้าทำกิจของพระองค์ที่แนวหน้า

เราจะมีประสบการณ์กับพระเจ้าชัดเจน เมื่อเราร่วมกิจกรรมฝ่ายวิญญาณเพื่อเห็นแก่พระเจ้า ที่เราไม่โตเพราะขาดประสบการณ์พระเจ้าเป็นการส่วนตัว หากเราอยู่กับกิจกรรมฝ่ายกายภาพอยู่กับโลกมากเกินไปตลอดเวลา

เรื่องของพระเจ้า ไม่ใช่เรื่องของความรู้ในสมอง แต่เป็นการรู้เรื่องพระเจ้า แบบการรู้จักเป็นการส่วนตัว เป็นความสัมพันธ์

 

คริสเตียนดำเนินชีวิตตามสิ่งที่พระเจ้าให้เราเป็น ไม่ใช่ดำเนินชีวิตตามที่เรารู้ ตัวอย่างเช่น

ดาวิดรู้ว่าสร้างพระวิหารดี เขาจึงวางแผนสร้างพระวิหาร แต่พระเจ้า ไม่ให้ดาวิดทำ เขาเข้าใจความจริงของพระเจ้า และดำเนินตามที่พระเจ้ากำหนด ไม่ใช่ดำเนินชีวิตตามที่เรารู้ เราต้องทำตามพระเจ้าให้ทำ ไม่ใช่ทำให้พระเจ้า

 

ทำสิ่งที่พระเจ้าให้ทำ ไม่ใช่ทำให้พระเจ้า

ตัวอย่าง มีสมาชิกคนหนึ่งพระเจ้าอวยพรเขามาก เขาอยากทาสีใหม่ให้ คริสตจักร อีกคนหนึ่งก็คิดแบบนี้แต่ไม่ได้บอกใคร คนแรกทาสีเขียวใบตองอ่อนคาดสีส้ม สมาชิกบางคนเห็นแล้วไม่ชอบถามว่าจะทำโรงละครหรือ บางคนบอกว่าก็ดีทำให้คนตื่นไม่หลับ ส่วนคนที่อยากทาสีแต่ไม่บอกใครเขาไม่ชอบอย่างแรง อยากเปลี่ยนสีใหม่ซึ่งศิษยาภิบาลก็เห็นด้วย เลยทาสีฟ้าอ่อนอมขาว พอคนแรกที่ทาสีไปเขาลงทุนไปมาก เขาโกรธมากเลยทะเลาะกัน วันนี้ขอพระเจ้าช่วยเราไม่ทะเลาะกัน ถ้าคุณทำตามพระเจ้าให้ทำ ไม่ใช่ทำให้พระเจ้า

พวกอามาเลขเล่นงานอิสราเอลโดยรอให้อ่อนแอที่สุด แล้วมาลุยพวกเขา ดังนั้นคริสเตียนอ่อนแอไม่ได้ในมุมจิตวิญญาณ

1ปต5:8 จงควบคุมตัวเอง จงระวังระไวให้ดี ศัตรูของพวกท่านคือมาร ดุจสิงโตคำรามเดินวนเวียนเที่ยวเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้

พระคัมภีร์บอกให้เราระวังมารวนเวียนรอบเรา เสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้ เพราะมันวนเวียนรอเราอ่อนแอ หาโอกาสจะกัดกินเรา คริสเตียน อ่อนแอไม่ได้

คริสตจักรจะเจริญขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง แต่ผมไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงเพราะการเปลี่ยนแปลงทำให้ไม่คุ้นเคย แต่วันนี้เราต้องเรียนรู้ร่วมมือ อย่าแตกแยก อย่าทะเลาะกัน เพราะจะทำให้อ่อนแอ อามาเลขไม่รู้ว่าเบื้องหลังแล้วพระเจ้าช่วยอิสราเอลให้เข้มแข็ง

ข้อ 8-13 ชัยชนะเกิดขึ้นมาจากความร่วมมือทุกฝ่าย โมเสสได้รับความช่วยเหลือจากอาโรนและเฮอร์ โยชูวาไปรบต่อสู้ปราบอามาเลข ชัยชนะขึ้นอยู่กับผู้นำทุกคน ขึ้นอยู่กับทีมงาน ขึ้นอยู่กับประชาชน ขึ้นอยู่กับสมาชิก ถ้าทีมของโมเสสไม่ทำหน้าที่ของตนร่วมกับคนอื่นๆ ต่อให้โยชูวารบเต็มที่ก็แพ้ ในทางตรงกันข้ามถ้าโมเสสทำหน้าที่เต็มที่ แต่โยชูวารบไม่เต็มที่ก็แพ้ ดังนั้นชัยชนะก็ขึ้นอยู่กับทุกคน

 

วันนี้ถ้าสมาชิกทุกคนไม่ร่วมมือร่วมใจกับคริสตจักร ร่วมมือเรื่องฝ่ายวิญญาณอย่างเต็มที่ จะทำให้คริสตจักรอ่อนแอลง

ไม่มีใครมาถึงคริสตจักรแห่งนี้โดยบังเอิญ พระเจ้าให้เรามีส่วนเรื่องอะไรในคริสตจักร  แท้จริงคริสเตียนถูกเรียกเพื่อมารับใช้พระเจ้า  และคริสเตียนตอบสนองการทรงเรียกด้วยการรับใช้ 5 แบบ

 

1) รับใช้ตามการทรงเรียก ตามพระมหาบัญชา มธ28:18-20

พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับพวกเขาว่า “สิทธิอำนาจทั้งหมดในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว 19เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ 20และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้ และนี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”

 

2) รับใช้ตามของประทาน อฟ4:11

และพระองค์เองประทานให้บางคนเป็นอัครทูต บางคนเป็นผู้เผยพระวจนะ บางคนเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาลและอาจารย์ 

เราทุกคนมีของประทาน เช่น งานการทำอาหารกลางวัน มีบางคนไปซื้อ บางคนเป็นแม่ครัว บางคนเป็นคนกิน ทำเสร็จไม่กินเกิดปัญหาแน่ เสียหาย ไม่ต้องตำหนิคนกินเยอะ เดี๊ยวเขาไม่มากินอีก คนที่ยังไม่ได้มีส่วนในการรับใช้ ขอให้มองหาสิ่งที่จะรับใช้ได้ นักร้องก็ไปร้องเพลงไม่ต้องไปเทศน์ อย่าให้คนใดคนหนึ่งไม่ได้รับใช้

 

3) รับใช้พระเจ้าตามภาระใจ กจ15:36-38 

เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง เปาโลจึงพูดกับบารนาบัสว่า “ไปกันเถอะ กลับไปเยี่ยมพี่น้องในทุกเมืองที่เราประกาศพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า ดูว่าเขาทั้งหลายเป็นอย่างไรกันบ้าง” 37บารนาบัสนั้นอยากจะพายอห์นผู้มีอีกชื่อหนึ่งว่ามาระโกไปด้วย 38แต่เปาโลเห็นว่าไม่ควรพาไป เพราะครั้งก่อนยอห์นละท่านทั้งสองที่แคว้นปัมฟีเลียและไม่ได้ไปทำงานด้วยกัน

เปาโลมีภาระใจเยี่ยมพี่น้องที่ไปประกาศไว้ ไม่ได้มีการสำแดงอะไรจากพระเจ้า บรานาบัสมีใจไปร่วมด้วยและมีภาระใจ อยากพามาระโกไปด้วย

คริสเตียนบางคนไม่มีภาระใจ แต่ส่วนใหญ่มีภาระใจ เช่น มีภาระใจกับเด็กแต่คุยกับครูรวีไม่รู้เรื่อง ก็ลองหาทางปรึกษาหารือไม่ใช่หาเรื่อง

 

4) รับใช้พระเจ้าตามนิมิต กจ16:6

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงไม่ให้กล่าวพระวจนะของพระเจ้าในแคว้นเอเชีย พวกท่านจึงไปทั่วแว่นแคว้นฟรีเจียกับกาลาเทีย

เปาโลอยากไปเอเซียแต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ให้ไปมาซิโดเนีย เมื่อแน่ใจว่าพระเจ้าเรียกให้ไปประกาศท่านก็ทำตาม การรับใช้ต้องมีนิมิต มีสถานการณ์ มีคน มีเวลาที่เจาะจง ให้เราทำตามนิมิตที่พระเจ้าให้

 

5) รับใช้พระเจ้าตามสถานการณ์ กจ23:11

ในคืนวันนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมายืนอยู่ข้างเปาโลตรัสว่า “เจ้าจงมีใจกล้า เพราะว่าเจ้าเป็นพยานให้เราในกรุงเยรูซาเล็มอย่างไร เจ้าจะต้องเป็นพยานในกรุงโรมอย่างนั้น”

.เปาโลเร่ิมพันธกิจตอนแรกโดยไปเรี่ยไรเงินช่วยคนจนแถวยูเดีย ระหว่างเดินทางก็คิดว่าพอเสร็จงานนี้ จะไปประกาศที่โรม วางแผนจะแวะตรงไหนบ้าง จะรับความช่วยเหลือจากใครบ้าง จะพักที่ไหนบ้าง ปรากฎว่าพอทำพันธกิจเสร็จอ.เปาโลโดนจับติดคุก ท่านก็คงคิดว่าพระเจ้าจะให้ไปโรมได้อย่างไร สถานการณ์แย่แล้ว แต่พระเจ้าให้ท่านมีใจกล้าไปเป็นพยานที่โรม แม้สถานการณ์ดูไม่ดี แต่เป็นโอกาสให้สำเร็จมากขึ้น

ฟป1:12-14พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้านั้น ได้กลับเป็นเหตุให้ข่าวประเสริฐแผ่ขยายออกไป 13ฉะนั้นจึงเป็นที่รู้กันในหมู่ผู้คุมประจำกองบัญชาการทั้งหมดและคนอื่นๆ ทุกคนว่า การที่ข้าพเจ้าถูกคุมขังนั้นก็เพื่อพระคริสต์ 14และพี่น้องส่วนมากก็เกิดความมั่นใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าจากการที่ข้าพเจ้าถูกคุมขัง และพวกเขามีความกล้ามากขึ้นที่จะกล่าวพระวจนะโดยปราศจากความกลัว

เหตุการณ์ทำให้ข่าวประเสริฐแผ่นขยายออกไป พี่น้องมีใจกล้ามากขึ้น ใช้เปาโลประกาศกับนายคุกมากขึ้น

กจ16: เปาโลกับสิลาสอยู่ในคุกก็นำนายคุกเชื่อ ผู้ว่า กษัตริย์ ได้ยินข่าวประเสริฐ จากที่เคยมีความคิดแง่ลบกับพระเจ้า เปาโลได้เป็นพยานจากการแก้คดี ได้ไปโรมโดยไม่ต้องจ่ายเงินค่าเดินทาง แล้วมีการดูแลเปาโลอย่างดีด้วยจากทหาร ทหารก็ได้ยินข่าวประเสริฐด้วย ในโรมมีบ้านให้เปาโลอยู่มีทหารมาเฝ้าทำให้พวกเขาได้ยินข่าวประเสริฐ เราต้องเรียนรู้รับใช้พระเจ้าตามสถานการณ์ ไม่ว่าจะสถานการณ์แย่แค่ไหน เปาโลถูกล่ามแต่ข่าวประเสริฐไม่มีใครล่ามได้

คริสตจักรรับใช้พระเจ้าร่วมกัน ทำตามพระมหาบัญชา ใช้ของประทานพาคนมาเชื่อพระเจ้าให้เยอะ ประสบการณ์ของผมได้มาคริสตจักรอันติโอเกีย แล้วไปรับใช้แถวตรอกถั่วงอกชื่อคริสตจักรพระเจ้าทรงเรียก เริ่มต้นมี 30 กว่าคนส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ จากอาคารพาณิชย์สองห้อง ทุกวันนี้คือคริสตจักรใจสมาน สร้างห้องประชุม1000 คน มี 30 คริสตจักร เขามาทีหลังอันติโอเกียด้วยซ้ำ

 

การรับใช้พระเจ้า เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง ชัยชนะของพระเจ้า ขึ้นอยู่กับทุกคนร่วมมือกัน

อยู่ที่ 3 ฝ่าย พระเจ้า ทีมผู้นำ ทีมสมาชิก เมื่อมีการปลี่ยนแปลงในคริสตจักร  จะมีคนไม่ร่วมมือ แต่อย่าให้เกิดขึ้น อันติโอเกียนี้พระเจ้า สถาปนาขึ้น เราต้องร่วมมือ เราต้องเอาชนะใจตัวเอง อย่าเอาแต่นั่งคอยดูแล้วไม่มีส่วนร่วมอะไร

2ธส1:11-12 เพราะเหตุนี้ เราจึงอธิษฐานเพื่อพวกท่านเสมอ ขอพระเจ้าของเราทรงให้ท่านเป็นผู้ที่สมควรแก่การทรงเรียกนั้น และขอพระองค์ทรงให้ความตั้งใจดีทุกประการ และกิจการแห่งความเชื่อทุกอย่างสำเร็จด้วยฤทธิ์เดชของพระองค์ 12เพื่อพระนามของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราจะได้รับพระเกียรติเพราะท่านทั้งหลาย และท่านจะได้รับเกียรติเพราะพระองค์ ตามพระคุณแห่งพระเจ้าของเรา และแห่งพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า

งานพระเจ้าไม่ง่าย แต่เราเริ่มได้โดยการดำเนินชีวิตให้สมกับการทรงเรียกมารับใช้ และให้ความตั้งใจดีทุกอย่าง กิจการแห่งความเชื่อ ทุกความตั้งใจดีทุกเรื่องทำให้เป็นกิจการแห่งความเชื่อ ให้ตั้งใจสร้างอาคาร ทุกอย่างสำเร็จเพราะ ฤทธิ์เดชของพระเจ้า

 

ไม่มีอะไรต้านทานพระเจ้าได้ พระเจ้าทำผ่านใครก็ได้ ที่ตอบสนองการทรงเรียก ขอให้เราร่วมมือกัน อย่าให้ความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้นนั่นเป็นเพราะมารหลอก

อิสราเอลไม่มีนักรบซักคน อามาเลขมีกองทัพที่แข็งแกร่ง แต่ชัยชนะเป็นของอิสราเอลเพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้า   

ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา หรือเชิญให้เทศนา ให้สอนหรือให้อบรม

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

อ.ประยูรเทศนา
หารือใช่หาเรื่อง
บทความก่อนหน้านี้กุญแจไขพระธรรมสุภาษิต
บทความถัดไปดีที่สุดเพื่อพระเจ้า มลค1:1-14

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่