หน้าแรก คำสอน หว่าน หว่านตอนที่ 3 “ตั้งใจทุ่มเทและตั้งใจละทิ้งในการหว่าน”

หว่านตอนที่ 3 “ตั้งใจทุ่มเทและตั้งใจละทิ้งในการหว่าน”

1983
0
The Sower statue atop Nebraska's State Capitol.

สอน 3 ตอนเที่ยง เสาร์ที่ 16 มี.ค. 19

ตั้งใจทุ่มเทและตั้งใจละทิ้งในการหว่าน

ความตั้งใจที่ดีเป็นก้าวแรกในการดำเนินชีวิตตามแนวทางของพระเจ้า เวลาที่เราจะมีแนวทางในการปฎิบัตินั้น เราต้องมีบทสรุปในสมองของเราก่อน หลังจาก นั้นเราเริ่มกำหนดว่าเรามีความตั้งใจจะไปทำอะไร ถ้าเราตั้งใจแล้วเราไม่ได้ทำ ศัตรูก็จะหว่านเมล็ดพันธ์ุไม่ดีให้เราแทน

คริสเตียนดำเนินชีวิตไปตามวิถีของพระคัมภีร์

ตัวอย่างเหมือนดาเนียล ดนล1:8 แต่ดาเนียลตั้งใจว่าจะไม่ทำให้ตัวเป็นมลทินด้วยอาหารชั้นสูงของกษัตริย์ หรือด้วยเหล้าองุ่นซึ่งพระองค์เสวย ท่านจึงขอหัวหน้าขันทีให้อนุญาตเพื่อท่านจะไม่ทำตัวเองเป็นมลทิน 

เมื่อเรามีความรู้ชัดเจนแล้วเรื่องการหว่าน การดำเนินชีวิตแล้ว เราต้องตั้งใจหว่านในสิ่งที่ตอบสนองพระวิญญาณต่อไป

2ธส1:11เพราะเหตุนี้ เราจึงอธิษฐานเพื่อพวกท่านเสมอ ขอพระเจ้าของเราทรงให้ท่านเป็นผู้ที่สมควรแก่การทรงเรียกนั้น และขอพระองค์ทรงให้ความตั้งใจดีทุกประการ และกิจการแห่งความเชื่อทุกอย่างสำเร็จด้วยฤทธิ์เดชของพระองค์

เปาโลอธิษฐานขอให้กิจการแห่งความเชื่อสำเร็จด้วยความตั้งใจ

ความจริงแล้วดาเนียลเป็นเชลย เขาไม่มีสิทธิ์ต่อรองกับเจ้านายได้ แต่เขามีความตั้งใจที่จะไม่ยอมให้ชีวิตของเขา เปิดช่องในการหว่านเมล็ดพันธ์ที่ไม่ใช่ตอบสนองพระวิญญาณ แม้ว่าเขาจะอยู่ในพื้นที่ของศัตรูเขาก็ไม่ยอม พระคัมภีร์บันทึกไว้เพื่อสอนให้เราเลียนแบบดาเนียล ไม่ทำตัวให้เป็นมลทินด้วยอาหารสูงของพระราชา ทั้งที่พระองค์กำหนดให้ดาเนียลทานอาหารชั้นสูง เพื่อขุนให้เขามีสุขภาพร่างกายดี เพื่อจะเอาเขามาใช้งาน

ดาเนียลฉลาดในการดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้า ไม่ว่าสถานการณ์แบบไหน สถานที่แบบไหน เขาเริ่มที่ความตั้งใจก่อน แล้วต่อมาจึงไปขอคนที่ดูแลเขา บอกว่าอาหารดีมากแต่ผมขอกินผัก เจ้านายบอกว่าคุณกำลังจะทำให้ผมคอหลุดจากบ่า ถ้ากษัตริย์เห็นคุณผอม แต่ดาเนียลตั้งใจจะทำตามส่ิงที่พระเจ้าบอก ไม่ใช่ทำตามความตั้งใจของตัวเอง ดาเนียลทำตามที่พระเจ้ากำหนด เขาตั้งใจอย่างนั้น

พระคัมภีร์ เรียกว่า ความเชื่อ

อับราฮัมเดินออกไปเพราะความเชื่อ พระคัมภีร์ บอกให้เราหว่านในฝ่ายวิญญาณเพราะความเชื่อ เราไม่หว่านส่ิงที่ตอบสนองเนื้อหนัง เชื่อแบบนี้เริ่มที่ความตั้งใจ เกิดขึ้นได้ในทันที เช่น เลิกดูทีวีเลย ละครซักเรื่องก็ไม่ดูเลย ไม่ใช่ไม่เว้นซักเรื่องเดียว เพื่อเราจะเก็บเกี่ยวในส่ิงที่ไม่เปื่อยเน่า มีคำอ้างว่าใครๆก็ดูทีวีทั้งนั้น แต่ขออย่าให้เราลงทุนกับเรื่องเนื้อหนัง แต่ให้ลงทุนกับเรื่องพระวิญญาณ

ดาเนียล ตั้งใจไม่เอา ไม่ไป ไม่ทำ ไม่กิน ไม่ดื่ม ถ้าสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องของการตอบสนองเนื้อหนัง จะรู้ว่าคุณโง่หรือฉลาดก็ดูเวลาอ้างพระคัมภีร์ เพื่อที่จะทำตามเนื้อหนัง

บางคนไปเปลี่ยนชื่อเป็นทิโมธีเพื่อจะกินเหล้า คุณว่าเขาโง่หรือฉลด  ทำไมเราไม่หว่านในส่ิงที่ตอบสนองเนื้อหนัง ก็เพราะว่าคุณจะเก็บเกี่ยวส่ิงที่คุณหว่าน ระวังถ้าคุณหลอกตัวเอง คุณจะหลง พระเจ้าถือว่าคุณล้อเล่นกับพระองค์

ให้เรามีความตั้งใจดีที่จะเป็นพยาน นำเรื่องพระเจ้าให้กับคนอื่น อธิษฐาน เพื่อเขา ให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานในใจเปิดใจเขา ให้เขารับเชื่อเรื่องพระเจ้า ผมอธิษฐานเพื่อพ่อ 30 ปี พ่อต่อต้าน หาว่าโง่ให้ฝรั่งหลอกใช้ ผมเชื่อว่าพ่อเป็นคนฉลาดวันหนึ่งพ่อจะเชื่อพระเจ้า

วันหนึ่งพระเจ้าดลใจให้พูดกับพ่อ ถามพ่อว่าถึงเวลาที่เชื่อพระเจ้าได้หรือยัง พ่อตอบว่าเชื่อ เรางงเลย รอมา 30 ปี เวลาพ่อบอกว่าเชื่อเรากลับไม่เชื่อ ทำไมมันง่ายแบบนี้ ผมเลยไปพาศิษยาภิบาลที่พูดภาษาจีนได้มานำรับเชื่อ พ่อรับเชื่อจริงๆ

ถ้าเราอยากกตัญญูพ่อแม่พาท่านมาเชื่อพระเจ้า ทำให้ท่านรอดจากการ พิพากษา รับชีวิตนิรันดร์

พอศิษยาภิบาลร้องเพลงพระคุณพระเจ้าให้พ่อฟังจบแล้วก็จะกลับ พ่อบอกว่ายังไม่เสร็จไม่ใช่หรือ ต้องบัพติศมาด้วยน้ำก่อน เพราะเชื่อแล้ว ผมงงเลยพ่อไปรู้มาจากไหน ไม่น่าเชื่อว่าพ่อจะรู้เรื่องบัพติศมา เหตุผลเพราะ หกเดือนที่ผ่านมา พ่อไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ฟังวิทยุ ไม่ดูทีวีเลย อ่านแต่พระคัมภีร์อย่างเดียว จากสิบปีที่เคยให้พระคัมภีร์กับพ่อไว้ท่านไม่เคยอ่าน แต่หกเดือนนั้นพ่ออ่านจริงจังมาก ผมดีใจมาก พ่อบัพติศมาในน้ำไม่ได้เพราะผ่าลำไส้ที่หน้าท้อง เลยไปตักน้ำจากโอ่งมารดให้พ่อ พ่อบอกว่าน้ำมันสกปรกให้ไปเอาน้ำจากก๊อกที่สะอาดมาใช้แทน รายละเอียดเหล่านี้ควรแก่การจดจำ เพราะยืนยันว่าคุณพ่อกลับใจใหม่จริงๆ ท่านเชื่อตอนเดือนมกราคม พอเดือนพฤษภาคก็จากไปอยู่กับพระเจ้า

ขอหนุนใจให้เราตั้งใจหว่าน ผมหว่านร่วมสามสิบปี ในที่สุดก็ได้เก็บเกี่ยว อยากให้พี่น้องรอดจากความตาย รอดความบาปไหม ออกไปหว่าน เอาเวลามาทำเรื่องฝ่ายวิญญาณ แทนที่จะเป็นเรื่องเนื้อหนัง เราใช้เวลากับเนื้อหนังในแต่ละวันเยอะมาก เราต้องรู้จักแยกแยะให้ออกว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องของร่างกาย เรื่องไหนเป็นเรื่องของเนื้อหนัง ร่างกายที่ต้องดูแล ต้องกิน ก็เป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณได้ เมื่อเราเข้าใจ เรื่องไร้สาระในฝ่ายเนื้อหนัง ขอให้เราเลิกเลย เรื่องทีวีขอเลย

เพราะเราจะไม่ใช้เวลาไปกับเรื่องที่เปื่อยเน่า มันโง่ มันไม่มีสาระ มันไม่คุ้มกัน อย่าดำเนินชีวิตเหมือนคนไร้ปัญญา เพราะมันมีอันตรายเต็มไปทุกเส้นทางเมื่อเราเดินอยู่ในโลกนี้

ขอให้หว่านในฝ่ายวิญญาณเพื่อเราจะรับพระพร เพื่อปลอดภัย จัดการกับชีวิตที่ไร้สาระ จัดการความคิดที่ไม่ถูกต้อง เช่น อยากรวย แล้วอธิษฐานขอให้พระเจ้ามาร่วมมือกับคุณในเรื่องเนื้อหนัง พระคัมภีร์บอกว่าคนที่อยากรวยตกอยู่ในบ่วงแร้วของมาร

แต่ถ้าพระเจ้าให้คุณรวยขอให้ใช้เงินให้ดี ใช้ให้ครบ ใช้ให้หมด

วางแผนการใช้เงินให้ครบเงินไหนใช้ในวันนี้ เงินไหนใช้วันพรุ่งนี้ เงินไหนใช้ในอนาคต เราควรใช้เงินกับเรื่องอะไรบ้าง ขอให้วางแผนให้ครบ คนที่ได้ 5 ตะลันต์ 2 ตะลันต์ ได้นำไปใช้ และคนที่ได้ 1 ตะลันต์เป็นคนไม่ใช้เลย เอาไปเก็บ พระเจ้าไม่พอพระทัย ที่เราใช้เงินไปกับเรื่องเนื้อหนัง ลองถามตัวเองว่าคุณมีรองเท้ากี่คู่ ซื้อมาจนต้องใช้เงินซื้อตู้รองเท้า เพราะซื้อขาเพิ่มไม่ได้  เวลานาทีทองไปซื้อเสื้อผ้าเยอะมาก วันนี้ขอให้เราอยู่กับความจริงขอพระเจ้า ขอพระองค์ช่วยให้เราเป็นคนฉลาดจริงๆ อย่าให้เราใช้เงินทอง ใช้เวลา หว่านไปกับส่ิงที่เปื่อยเน่า แต่ขอให้เรามีพอเพียง สำหรับทุกอย่าง ซึ่งสอดคล้องกับพระธรรมฟีลิปปี พอใจที่จะอยู่อย่างพอเพียง

ถ้าคุณจะเดินห้างขออย่าไปหว่านสิ่งที่เปื่อยเน่า แต่ขอให้นำพาคนมาเชื่อพระเยซู ถ้าจะเลื้ยงข้าวใครขอให้เขาได้เชื่อพระเจ้า คุณจะเข้าไปอีกโลกหนึ่ง ที่คุณใช้ทรัพย์สินถูกต้อง พระเจ้าจะให้คุณมีทรัพย์สินเงินทองมากขึ้น คนใช้ 5 และ 2 ตะลันต์พระเจ้า ชมเชยว่าเป็นทาสที่ดี ซื่อสัตย์ วันนี้ไม่ต้องไปซื้อรองเท้าอีก จนกว่ารองเท้าจะขาด ซ่อมแล้วซ่อมอีก แล้วไม่ต้องไปซื้อรองเท้าใหม่ เสื้อผ้าก็เหมือนกัน เราได้เก็บเกี่ยวจากเงินที่เราใช้ไป เงินที่เราได้หว่านไป

ผมรับใช้พระเจ้าตั้งแต่หนุ่ม รับใช้ตั้งแต่ยังไม่มีเงินเดือน ควักเงินซื้อใบปลิวเอง แต่ทุกวันนี้มีบ้านอยู่ไม่ต้องผ่อน ขับรถไม่เป็นเพราะคิดว่าไม่มีเงินซื้อรถ แต่ทุกวันนี้มีเงินซื้อรถให้ภรรยาขับ ผมก็ยังขับรถไม่เป็นอยู่ดี แต่พระเจ้าส่งคนมาขับรถให้ตลอด แถมพาผมไปกินข้าวด้วย จ่ายค่าน้ำมันให้ด้วย พระเจ้าทรงดูแล

เราไม่ต้องกลัวจน ไม่ต้องอยากรวย ไม่ต้องอยากมั่งมี หรืออยากขอมีมั่ง คำนี้ฟังดูดีแต่เต็มไปด้วยความโลภ เมื่อเราหว่านในเรื่องตอบสนองฝ่ายวิญญาณ พระเจ้าที่ยิ่งใหญ่จะทรงอวยพร ทรงดูแล และทรงจัดสรรให้เราได้

 

ขอให้หยุดคิดเรื่องการหว่านในการตอบสนองเนื้อหนัง ต่อให้เราที่เป็นคนเล็กน้อย แต่เรามีความตั้งใจที่ดี ที่ตรงกับน้ำพระทัยพระเจ้า  ความสำเร็จจะมาจากฤทธิ์เดชของพระเจ้า  เพราะเกียรติเป็นของพระเจ้า

อย่าคิดว่าขอรวยก่อนแล้วจะหว่าน มันไม่เกี่ยวกันเลย การหว่านเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความตั้งใจในวิถีที่พระเจ้ากำหนด  วันนี้ขอให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเรา ใช้เวลาให้ดี  หว่านในส่ิงที่ตอบสนองพระวิญญาณ

กท6:8 คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองเนื้อหนังของตน ก็จะเก็บเกี่ยวความเปื่อยเน่าจากเนื้อหนังนั้น แต่คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองพระวิญญาณ ก็จะเก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์จากพระวิญญาณนั้น

เน้นเรื่องการหว่านส่ิงที่ตอบสนองพระวิญญาณก็จะเก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์

เป็นเรื่องน่ากลัว ถ้าเราหว่านในสิ่งที่ตอบสนองเนื้อหนัง เพราะในที่สุดจะทำให้เราไม่ได้เก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์ พระคัมภีร์พูดชัดมาก สองประการของความประพฤติในการหว่าน

เรารอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ อฟ2:8-10 เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณโดยทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ใช่มาจากตัวท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า 9ไม่ใช่มาจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้ 10เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดี ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ก่อนแล้วเพื่อให้เราดำเนินตาม

พระคัมภีร์บอกเมื่อเรารอดแล้วให้ไปทำการดี ข้อ ๑๐ ได้เปิดเผยให้เรารู้ว่า พระเจ้าทรงประทาน ความรอดให้แก่เราทั้งหลายทุกคน ทางพระคุณและความเชื่อที่พระเจ้าทรงประทานให้ เพื่อให้เราทั้งหลายที่รอดแล้ว นั้นไปทำการดีเพราะความรอดเป็นฝีพระหัตถ์พระเยซู แต่เพื่อให้เราไปทำดี เปรียบเทียบกับ กท6:8-9 คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองพระวิญญาณ จะเก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์

กท6:10 บอกว่าจะได้เก็บเกี่ยว อย่าเมื่อยล้า ถ้าเราไม่หว่าน หรือทำดีเราจะไม่ได้เก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์ หว่านในย่านเนื้อหนังจะกระทบความรอด ชีวิตนิรันดร์ในที่สุด

สรุป ไม่มีพื้นที่ที่จะให้ชีวิตนิรันดร์เกิดขึ้นในชีวิตของผู้ที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของเนื้อหนัง เพราะเมล็ดพันธุ์ของชีวิตนิรันดร์ไม่สามารถ เจริญเติบโตในชีวิตเนื้อหนังได้ ผ่านการหว่านในการตอบสนองเนื้อหนัง

กท5:16-17แต่ข้าพเจ้าขอบอกว่าจงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ แล้วท่านจะไม่สนองความต้องการของเนื้อหนัง 17เพราะว่าความต้องการของเนื้อหนังขัดแย้งพระวิญญาณ และพระวิญญาณก็ขัดแย้งเนื้อหนัง เพราะทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน ดังนั้นท่านทั้งหลายจึงไม่สามารถทำสิ่งที่ท่านปรารถนาจะทำ

เมื่อเราหว่านในสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของเนื้อหนัง เรากำลังปรับพื้นที่ชีวิตของเราปิดสำหรับชีวิตนิรันดร์ เพราะเมล็ดพันธ์แห่งพระวจนะอยู่ในพื้นที่นี้ไม่ได้ แต่ถ้าเราบังเกิดใหม่โดยพระวจนะ เราต้องเปิดพื้นที่ให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้พระวจนะ เติบโตในฝ่ายวิญญาณ ไม่ใช่ให้ฝ่ายเนื้อหนังเติบโต

เรื่องนี้อันตรายกับชีวิตมากกว่าการข้ามถนน ไม่ว่าจะเป็นคนที่เทศนา รับใช้หนักมาก เยอะมาก แต่เป็นการรับใช้ไปตามเนื้อหนังชีวิตนิรันดร์ไม่เกิดขึ้น ชีวิตเขาพระเจ้าไม่รู้จัก  เขาหลงไปแล้วแต่ไม่รู้ตัว

หว่าน เป็นคำคำเดียว แต่เมื่อศึกษาพระคัมภีร์ กับเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุก อริยบทของชีวิต ทุกการตอบสนอง ทุกการตัดสินใจ ทุกการกระทำ เกี่ยวข้องกับการหว่าน ทั้งสิ้น ในทุกๆเรื่อง สิ่งที่เราหว่านออกไป จะถูกจัดว่าเป็นการตอบสนอง ความต้องการฝ่ายเนื้อหนังหรือ ตอบสนองฝ่ายพระวิญญาณ

เรามั่นใจไหมว่า ที่ผ่านมาเราตอบสนองพระวิญญาณร้อยเปอร์เซนต์ เราต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น คำนึงถึงเรื่องการหว่านเสมอๆ ตัวอย่างเวลาที่เราเดินเราก็ต้องระวังไม่ทำข้าวของเสียหายเวลาผ่านแผนกเครื่องแก้ว เราระวังของที่เราพกติดตัวกลัวว่าจะหายหรือ ดังนั้นชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน คนที่เทศน์ คนที่ทำการอัศจรรย์ พระคัมภีร์บอกว่าบางคนยังไม่ได้หว่านตอบสนองพระวิญญาณเลย แล้วเราละมั่นใจไหมว่าได้ดำเนินชีวิต หว่านการตอบสนอง ในฝ่ายพระวิญญาณ เราอย่าล้อพระเจ้าเล่น

เวลาที่อ่านพระคัมภีร์ อย่าอ่านเล่นๆไม่ได้ ต้องอ่านจริงจัง ไม่ใช่อ่านเยอะรอบ หรืออ่านมากๆ แต่อ่านให้เข้าใจ อ่านให้รู้พระดำริของพระเจ้า แล้วไปปฎิบัติตาม

ลองถามดูว่าชีวิตของเรามีพื้นที่ให้ชีวิตนิรันดร์ได้เกิดขึ้นบ้างไหม เพราะชีวิตนิรันดร์เกิดจากพระวจนะ

ดังนั้นเราต้องให้เวลากับพระวจนะ มธ13:3-9 พระคัมภีร์บอกว่าสามพื้นที่แรกไม่มีโอกาสให้ชีวิตนิรันดร์เกิดขึ้นได้เลย จึงทำให้ไม่มีโอกาสได้เก็บเกี่ยว เพราะเป็นแต่เรื่องเนื้อหนัง แต่พอใน มธ13:18-23

พระเยซูตรัสคำอุปมาสอนหลายเรื่องและอธิบายเรื่องการหว่านในฝ่ายวิญญาณจะได้เก็บเกี่ยวในที่สุด ส่วนการหว่านในสิ่งที่ตอบสนองฝ่ายเนื้อหนังจะไม่ได้เก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์  ในมัทธิวตอนนี้มีคำหนึ่งละไว้ แต่อยู่ในพระธรรมลูกา

ลก8:15 จึงเกิดผลโดยการเพียร ดินดีร้อยเปอร์เซนต์ จะเกิดผล แต่เกิดผลไม่เท่ากัน อยู่ที่ความพากเพียร และเพราะการดำเนินชีวิตตามจะได้เก็บเกี่ยวแน่นอน ส่วนดินที่มีหินปน ดินที่มีหนามปน ดินที่ไม่ใช่พื้นที่ของพระวิญญาณทั้งหมด ทรัพย์สมบัติก็รัดพระวจนะ ทำให้เราไม่เติบโต

คนที่ประพฤติตามพระวจนะ คือ คนที่หว่านในส่ิงที่ตอบสนองในพระวิญญาณ ไม่ใช่เนื้อหนัง ถ้าเราหว่านในย่านเนื้อหนังจะทำให้เราขัดแย้งกับน้ำพระทัยพระเจ้า วันนี้รู้ไหมว่าเราต้องปรับปรุง เราต้องเปลี่ยนเส้นทางใหม่ เราต้องกลับใจใหม่ พระเจ้าไม่ให้เราหลงอยู่กับความเข้าใจผิดอีกต่อไปแล้ว

 

ไม่มีพื้นที่สำหรับคนที่หว่านในส่ิงที่ตอบสนองความต้องการของฝ่ายเนื้อหนัง เพราะเมล็ดพันธ์ุแห่งพระวิญญาณจะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมันเป็นกฎของพระเจ้าหว่านอะไรเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น

จาก กท6:8 ประยุกต์ใช้ให้เป็นการกระทำ สองประการ

ประการที่หนึ่ง 

ทุ่มเทกับการหว่านในส่ิงที่ตอบสนองพระวิญญาณอย่างเต็มที่

เพราะจะได้เก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์ ขอให้หว่านอยู่ในย่านการตอบสนองพระวิญญาณเต็มที่

ประการที่สอง

ละเว้นการหว่านสิ่งที่ตอบสนองเนื้อหนังของตนอย่างสิ้นเชิง

เราจะไม่คิด ไม่อยาก ไม่ต้องการ ไม่ทำเลยในเรื่องการหว่านในสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของเนื้อหนัง  เราสามารถทำได้จริงถ้าเราตั้งใจมีความเชื่อ พระเจ้าให้ฤทธิ์เดชทำให้สำเร็จ ไม่ใช่เพราะเราทำเอง หรือใช้ความสามารถของเรา

ตอนผมมาเชื่อพระเจ้าใหม่ๆ ผมอยากให้เพื่อนๆรับความรอด ผมไปประกาศเลยแต่ไม่มีใครเชื่อ เพื่อนคริสเตียนบอกว่าต้องไปเรียนพระคัมภีร์ก่อน จะได้ไปรับใช้ได้ แต่พอไปเรียนผมโดนไล่ออกสี่ครั้งจากสามโรงเรียน ผมไม่ได้เป็นผู้รับใช้ตามที่ตั้งใจ แต่ผมไม่หว่านย่านเนื้อหนัง ผมตั้งใจหว่านย่านพระวิญญาณ คือ รับใช้ ไม่เลิกในการรับใช้ ผมโดนคนขอร้องอย่ารับใช้เลย เพราะจะทำให้สถาบันผู้รับใช้เสียหาย แต่ผมไม่เลิกเพราะเป็นความตั้งใจที่ดี ทุกวันนี้งานรับใช้มีความสำเร็จ เพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้า ผมเชื่อในพระคัมภีร์จริงๆเพราะพระคัมภีร์เป็นจริง เป็นเรื่องจริง

2ธส1:11 มีคำสำคัญอยู่สองคำ ความตั้งใจดีทุกประการ และกิจการแห่ง ความเชื่อทุกอย่าง จะสำเร็จด้วยฤทธิ์เดชของพระเจ้า

แนวคิดแรก

ความตั้งใจดีของชีวิตคริสเตียน มีทั้งดีและไม่ดี ความตั้งใจไม่ดีก็มีหลายอย่าง ความตั้งใจดีก็มีหลายอย่างในเวลาเดียวกัน และดูเหมือนพระคัมภีร์ ขอให้เรามีเฉพาะความตั้งใจที่ดีทุกอย่างเท่านั้นที่จะสำเร็จ

แนวคิดที่สอง

ขอให้ทุกคนมีความตั้งใจดี และทุกๆความตั้งใจต้องดี ไม่สามารถให้ความตั้งใจไม่ดีเกิดขึ้นได้เลย เพราะเราเกิดจากเมล็ดพันธ์พระวจนะที่ดี เราไม่มีพื้นที่ หรือเราไม่หว่านในเรื่องการตอบสนองเนื้อหนังเลย นั่นจึงเป็นความตั้งใจที่ดี ในงานรับใช้ฝ่ายวิญญาณเราจะสำเร็จโดยฤทธิ์เดชของพระเจ้า ไม่ว่างานนั้นจะใหญ่ขนาดไหน จะยากขนาดไหน ถ้าเราหว่านจากความตั้งใจที่ดี พระเจ้าจะช่วยให้สำเร็จด้วยฤทธิ์เดชของพระองค์ เราจะได้เก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์

ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

บทความก่อนหน้านี้หว่านตอนที่ 2 “อย่าหลงและอย่าล้อ”
บทความถัดไปหว่านตอนที่ 4 “การหว่านในภาคปฎิบัติ”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่