หน้าแรก คำสอน ร่วมพันธกิจ สอน 1 กจ22:14 “พระเจ้าเลือกเราให้ร่วมพันธกิจ”

สอน 1 กจ22:14 “พระเจ้าเลือกเราให้ร่วมพันธกิจ”

3477
0

.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี   ค่ายพระสิริ “ร่วมพันธกิจ สู่นิมิตปี 2020″

สอน 1 กจ22:14 “พระเจ้าเลือกเราให้ร่วมพันธกิจ

อังคารบ่าย ที่  2 เม.. 2019  คริสตจักรพระกิตติคุณสมบูรณ์ภาคใต้

คำนำ

กจ22:14 ท่านจึงกล่าวว่าพระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเราทรงเลือกท่านเพื่อให้รู้จักพระทัยของพระองค์ ให้ท่านเห็นพระองค์ผู้ชอบธรรม และได้ยินพระสุรเสียงจากพระโอษฐ์ของพระองค์ 

เมื่อเราทั้งหลายก้าวเข้ามาสู่พันธกิจของพระเยซูคริสต์เจ้า สิ่งที่เราต้องเรียนรู้มีมากมายหลายด้านจากพระคัมภีร์ ทั้งจากคำสอนและจากแบบอย่างชีวิตของบุคคลในพระคัมภีร์ เช่น องค์พระเยซูคริสต์ อัครสาวกเปโตร อัครสาวกเปาโลเป็นต้น

เพื่อให้รู้จักพระเจ้าผู้ชอบธรรม ให้เรารู้น้ำพระทัยพระเจ้าผู้ชอบธรรม

ให้ท่านรู้จักน้ำพระทัยพระเจ้าผ่านพระคัมภีร์ การโกหกเป็นเรื่องชั่ว แต่การโกหกตัวเองเป็นเรื่องที่โง่ ขออย่าให้เราเป็นเช่นนั้น แผ่นดินพระเจ้าไม่มีคนโง่ คนโกหกตัวเองทั้งโง่และชั่ว

พระธรรมกิจการเขียนตอนพระเยซูเสด็จขึ้นไปสู่สวรรค์นานแล้ว แต่พระธรรมกิจการบอกว่าพระเยซู ยังตรัสอยู่ผ่านพระวจนะ และผ่านผู้รับใช้ ขอให้เราเป็นคนที่อนุญาตให้พระเจ้าตรัสกับเราจริงๆ เราต้องรับพระวจนะ  และเอามาเป็นแก่นสารสาระสำคัญของชีวิต ทำความเข้าใจพระวจนะ นำมาใช้ดำเนินชีวิต เมื่อเราตอบสนองพระวจนะมากขึ้นเราจะเจริญขึ้น เราจะดีขึ้น

ในพระธรรมโรม15 .เปาโลได้ชี้แจงให้เราเห็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำพันธกิจในชีวิตของท่านไว้สองประการ

 

หนึ่ง คือ พันธกิจกับคนที่เชื่อ (รม15:14-21)

ข้อ14 พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าท่านบริบูรณ์ด้วยความดี และพร้อมด้วยความรู้ทุกอย่าง สามารถจะเตือนสติกันและกันได้ 

บริบูรณ์ด้วยความดี พร้อมด้วยความรู้ทุกอย่าง เตือนสติกันได้ นี่คือ พันธกิจอันหนึ่ง เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตในพระคริสต์ไม่ตกต่ำ คือ การเตือนกัน หลายคนไม่สามารถรับการเตือนสติซึ่งกันและกันได้ ในครอบครัวก็ไม่ฟังกัน เช่น จงเชื่อฟังสามี ภรรยาบางคนรับสามีไม่ได้ พ่อแม่ก็ไม่สามารถเตือนสติลูกได้ พี่น้องทั้งหลาย หากท่านบริบูรณ์ด้วยความดี แม้เราบกพร่องมากแต่เชื่อว่าคนที่อยู่ในพระเยซูก็บริบูรณ์ด้วยความดี หากเขาเตือนเราเราก็ต้องฟังซิ

การเตือนทำให้เกิดการรักษาคุณภาพชีวิตคริสเตียน ให้คงอยู่ตามมาตรฐานของพระเจ้า

พร้อมด้วยความรู้ทุกอย่าง เตือนด้วยความดี และความรู้ คนรับคำเตือนไม่ได้หากคนเตือนขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง  คนที่บริบูรณ์ด้วยความดีและความรู้เราก็สามารถรับคำเตือนจากคนอื่นได้  พันธกิจเริ่มต้นที่ครอบครัว การรักษาคุณภาพชีวิตคริสเตียนต้อง มีการเตือน พระมหาบัญชาจะสำเร็จได้ เป็นการเตรียมชีวิตเพื่อร่วมพันธกิจกัน

สอง คือ พันธกิจกับคนไม่เชื่อ (ข้อ15-21)

พันธกิจของเปาโลในการทำการกับคนไม่เชื่อ ข้อ22-33 เป็นพันธกิจผ่านเปาโลผ่านคนเชื่อแล้ว

สำหรับคนไม่เชื่อ คือ การประกาศข่าวประเสริฐ ข้อ19 คือด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งหมายสำคัญและการอัศจรรย์ ในฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของพระเจ้าจนข้าพเจ้าได้ประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์อย่างถ้วนถี่ ตั้งแต่กรุงเยรูซาเล็มอ้อมไปยังเมืองอิลลีริคุม

.เปาโลไม่ได้รอในการประกาศเพราะรู้ว่าพระเจ้าแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐกับคนต่างชาติ แต่หัวใจของท่านก็ยังมีภาระใจกับพวกยิวที่เป็นพี่น้องร่วมชาติด้วย

รม1:16ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด พวกยิวก่อน แล้วพวกกรีกด้วย

เริ่มประกาศกับยิวก่อน แต่เปาโลเข้าใจตรงข้ามกับพระเจ้า ซึ่งให้ไปหาคนต่างชาติต่างหาก

การร่วมพันธกิจไปสู่คนไม่เชื่อ เริ่มจากครอบครัวตนเองก่อน ญาติก่อน ยิวก่อนแล้วไปหาคนต่างชาติ  ต้องมีหัวใจเหมือนเปาโลที่มีใจกับคนยิว และมีความรับผิดชอบต่อการแต่งตั้งของพระเจ้าสำหรับการประกาศกับคนต่างชาติ

ทุกวันนี้พระเจ้ากำหนดให้เราทำพันธกิจไม่แตกต่างกับอ.เปาโล  คือ ให้ไปประกาศสั่งสอนชนทุกชาติ เราก็ต้องคิดถึงคนในบ้านก่อน พระเจ้าให้ไปประกาศข่าวประเสริฐ คือ ประกาศข่าวดี ไม่ใช่ไปบอกเรื่องตกนรก ไม่ใช่ไปถกเถียงเรื่องศาสนา ไม่ไปประกาศข่าวร้าย ข่าวพิพากษา พระเจ้าลงโทษ แต่ไปประกาศทำให้คนฟังรู้สึกดีในนามของพระเจ้า

ข่าวดีคือ แผ่นดินสวรรค์มาถึงแล้ว คนทั่วไปกลัวนรก คนกลัวผี คนเชื่อว่าผีมาจากนรก คนเลยไปสร้างศาลให้ผีอยู่ชั่วคราว เราแค่บอกว่ามีสวรรค์  และสวรรค์เป็นของเขาแล้ว พระเยซูสอนเรื่องแผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือน ๆๆๆๆ เต็มไปหมด เพื่อให้คนไม่ต้องกลัว

พระเจ้ายกโทษให้หมดแล้วเมื่อเราทำผิด ไม่มีใครเอาผิดได้ การเล่าเรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูให้เขาฟัง พระเจ้ายกโทษให้หมดสิ้นสำหรับทุกๆคนที่กลับใจใหม่จากบาป ต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด

ข่าวดีไม่ใช่สำหรับคนนับถือศาสนา แต่สำหรับคนทุกศาสนา คนคริสต์ก็ต้องการข่าวดี คนยิวก็ต้องการข่าวดี ผลของข่าวดีจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อพวกเขาตอบสนองข่าวดี เรื่องการตายและเป็นขึ้นมาจากตายของพระเยซูได้

 

 

สวรรค์มีจริงไหม เราตอบเลยโดยความเชื่อว่ามีอย่างแน่นอน แต่พระคัมภีร์บอกว่าแค่เชื่อไม่พอ  สวรรค์มีจริงต้องชิม จะเชื่อหรือไม่ ต้องตัดสินใจ

เรากำลังเอาแผ่นดินสวรรค์ไปให้คน คนจะรู้ได้ไงว่าแผ่นดินสวรรค์มีจริง พวกเขาต้องชิม ต้องให้เขาได้ชิม

มธ6:9-10เพราะฉะนั้นพวกท่านจงอธิษฐานเช่นนี้ว่าข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้สถิตในสวรรค์ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ10ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก

ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างงั้นในแผ่นดินโลก พระเยซูสอนให้เราอธิษฐาน เพื่อให้เราจะเกิดภาระใจกับเรื่องเหล่านี้ ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น พระเยซูไม่ได้เน้นสอนให้อธิษฐานเรื่องอะไรบ้าง 

คนไทยมีความเคารพสักการะด้วยความยำเกรงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนไทยเห็นอะไรศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่กล้าลบหลู่ แต่พอเป็นเรื่องพระเจ้า ก็ไม่กล้าลบหลู่ แต่ที่ลบหลู่เพราะคริสเตียนเราดำเนินชีวิตไม่จริงจัง เช่น เอากางเขนมาแขวน ดอกไม้ แป๊บเดียวคนมานมัสการกางเขนเต็มเลย

พระเยซูอธิษฐานให้สวรรค์ลงมาในโลก เพื่อคนไม่เชื่อจะได้ชิมสวรรค์ ได้สัมผัสสวรรค์เป็นอย่างไร ให้สัมผัสบรรยากาศสวรรค์เป็นอย่างไร

ให้สัมผัสธรรมชาติของสวรรค์เป็นอย่างไร

ผ่านทางคริสตจักรของพระเจ้า

คนไทยเวลาไปที่ไหนแล้วมันดี คนจะไปพูดต่อบอกต่อกันเยอะมาก คริสตจักรยังไม่มีคนไปแล้วกลับมาบอกต่อ เพราะคริสตจักรยังไม่ใช่คำตอบ

เมื่อเราประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า  คนฟังสามารถสัมผัสได้ ไปลองชิมสวรรค์ได้ที่คริสตจักร คริสตจักรเป็นที่เดียวที่แผ่นดินของพระเจ้า มาตั้งอยู่ได้ในแผ่นดินโลก คริสตจักรต้องสะท้อนความจริงของพระเจ้าให้กับคนที่เราไปประกาศข่าวประเสริฐ ห้ามตอบคนไม่เชื่อด้วยประโยคที่ว่าโดยความเชื่อ ถึงจะสัมผัสสวรรค์เพราะคนจะสัมผัสสวรรค์ได้เมื่อเขามาคริสตจักร คริสตจักรเป็นที่เดียวที่พระเจ้า พระเจ้าจะประทับอยู่ด้วย นั่นคือ สวรรค์

เริ่มจากชีวิตของเรา 1คร3:16-17 ท่านทั้งหลายรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าพวกท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในพวกท่าน?  17ถ้าใครทำลายวิหารของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงทำลายคนนั้น เพราะ ว่าวิหารของพระเจ้าเป็นที่บริสุทธิ์ และพวกท่านเป็นวิหารนั้น

พระวิหารของพระเจ้านั้นศักดิ์สิทธิ์ บริสุทธิ์ เพราะพระเจ้าอยู่กับท่าน เราเปรียบเหมือนวิหารของพระเจ้า ถ้าเราจะร่วมพันธกิจกับพระเจ้า  เราต้องทำให้คริสตจักรของพระเจ้ารองรับข่าวประเสริฐ

คำว่าวิหารเป็นเอกพจน์ แต่คำว่าพวกท่านเป็นพหูพจน์ แสดงว่า คริสตจักรต้องมีเป็นเอกภาพ ผู้เชื่อทุกคนต้องมีส่วนร่วมทุกคน ไม่ใช่แค่ศิษยาภิบาลทำอยู่คนเดียว

อย่าปล่อยตัวเองให้ไม่มีส่วนร่วมในคริสตจักร ที่ท่านอยู่โดยเด็ดขาด พวกย้ายคริสตจักรบ่อยๆก็ต้องระวังให้ดี  อย่าไม่มีส่วนร่วมในพันธกิจของพระเจ้า ในคริสตจักรที่พระเจ้ากำหนดให้เรามีส่วนร่วม อย่าให้เป็นเพราะเราไม่ต้องการร่วมทำพันธกิจ เราเลยย้ายคริสตจักร สาเหตุที่นิมิตของพระเจ้า ไม่สำเร็จก็เพราะพระกายไม่ทำตามการทรงเรียก  พระคริสต์พร้อมแล้วเพื่อพันธกิจสำหรับช่วยเราแต่เราพร้อมไหมในการร่วมงานพันธกิจกับพระองค์ 

เราทั้งหลายในพระคริสต์ รวมกันเป็นวิหารเดียว น้ำหนึ่งใจเดียวกัน เห็นเอกภาพของสวรรค์ เป็นการดึงดูดให้คนไม่เชื่อเข้ามาเชื่อ เข้ามาชิมสวรรค์ในคริสตจักร เมื่อเขารู้ว่าใช่ เขาจะไม่ก้าวออกไป คริสตจักรบางที่คนในมีแต่อยากออกจากคริสตจักร ขอให้คริสตจักรไม่ทะเลาะกัน ไม่เถียงกัน เพราะเรามีความรู้ และความดีพร้อม

ธรรมชาติของสวรรค์ 1คร3:17ถ้าใครทำลายวิหารของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงทำลายคนนั้น เพราะว่าวิหารของพระเจ้าเป็นที่บริสุทธิ์ และพวกท่านเป็นวิหารนั้น

สวรรค์เป็นที่บริสุทธิ์ ไม่มีบาปเลย สวรรค์มีสีเดียวคือ สีขาวล้วน พระเยซูสร้างคริสตจักรที่ไม่มีบาป เป็นชุมชนที่ไม่มีบาปเลย

เพราะผลจากการสิ้น พระชนม์ของพระคริสต์ ไม่ต้องรอศิษยาภิบาล รอผู้นำเราชำระบาปหรือสารภาพบาป แต่เกี่ยวกับเราแต่ละคนที่ไม่มีบาปเลย มารวมตัวกันเป็นชุมชน

รม15:16 เพื่อให้เป็นผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ไปยังคนต่างชาติ และทำหน้าที่ปุโรหิตฝ่ายข่าวประเสริฐของพระเจ้า เพื่อคนต่างชาติจะเป็นเครื่องบูชาที่ชอบพระทัย คือเป็นที่ชำระไว้โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ 

เราถูกแต่งตั้งให้เป็นปุโรหิตแห่งข่าวประเสริฐ 

1ปต2:9 แต่พวกท่านเป็นพงศ์พันธุ์ที่ทรงเลือกสรร เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นชนชาติบริสุทธิ์ เป็นประชากรอันเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้าเพื่อให้พวกท่านประกาศพระเกียรติคุณของพระองค์ผู้ได้ทรงเรียกพวกท่านให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์

ประกาศข่าวประเสริฐ จากชีวิตของเรา จากประสบการณ์ชีวิตของเราที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงจากข่าวประเสริฐ ไม่ใช่ประกาศจากความรู้ของเรา

ธรรมชาติสวรรค์ต้องผ่านชีวิตเรา คือ เราไม่ทำบาป ไม่มีบาปเลย ทั้งทางความคิด อารมณ์  คำพูดและการกระทำ

1ยน1:5-7 นี่เป็นข้อความที่เราได้ยินจากพระองค์ และบอกกับพวกท่าน คือว่าพระเจ้าทรงเป็นความสว่าง และความมืดในพระองค์ไม่มีเลย 6ถ้าเราจะว่า เรามีสามัคคีธรรมกับพระองค์ขณะที่ยังเดินอยู่ในความมืด เราก็โกหก และไม่ได้ดำเนินชีวิตตามความจริง 7แต่ถ้าเราเดินอยู่ในความสว่าง เหมือนอย่างที่พระองค์สถิตในความสว่าง เราก็มีสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น

ในมาตรฐานเดียวกันเราต้องมีความสว่างจึงจะสามัคคีธรรมกับพระเจ้า แต่ถ้ามีความมืดอยู่แสดงว่าเราโกหก โกหกเนียนมาก นิมิตไหนก็ไม่สำเร็จเพราะเราไม่เคยชิมสวรรค์ ไม่ว่าจะปีไหนๆก็ตามไม่พบความสำเร็จถ้าเราไม่เคยชิมสวรรค์

1ปต1:15-16 แต่พระองค์ผู้ทรงเรียกพวกท่านนั้นบริสุทธิ์อย่างไร พวกท่านเองก็จงเป็นคนบริสุทธิ์ในชีวิตทุกด้านอย่างนั้น 16เพราะมีคำเขียนไว้แล้วว่า 

พวกท่านจงเป็นคนบริสุทธิ์ เพราะเราเองบริสุทธิ์” 

เป็นคนบริสุทธิ์ในทุกด้าน เหมือนพระเจ้าที่บริสุทธิ์ ดำเนินชีวิตที่ยำเกรงพระเจ้า ถ้าไม่ยำเกรงพระเจ้า เราไม่มีทางมีชีวิตที่บริสุทธิ์ อย่าสนใจแต่ ความสนุก สะดวก สบาย สตางค์ และลงทุนทั้งชีวิตเพื่อจะได้มันมา

ยน17:17-19ขอทรงแยกพวกเขาให้บริสุทธิ์ด้วยความจริง พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง 18พระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มาในโลกอย่างไร ข้าพระองค์ก็ใช้พวกเขาไปในโลกอย่างนั้น 19ข้าพระองค์แยกตัวให้บริสุทธิ์เพราะเห็นแก่เขาทั้งหลาย เพื่อให้เขารับการแยกให้บริสุทธิ์ด้วยความจริง

รับการชำระบริสุทธิ์ด้วยความจริง พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง การดำเนินชีวิตบริสุทธิ์เกี่ยวข้องกับพระวจนะพระเจ้า

ความบริสุทธิ์ถูกกำหนดอยู่ในพระคริสต์ เรามีศักยภาพในการบริสุทธิ์เต็มร้อย เมื่อได้รับการชำระจากพระวจนะ ไม่มีอะไรสามารถดึงเราออกจากความบริสุทธิ์ของพระ คริสต์ได้ เหล็กไนแห่งความบาปทำอะไรเปาโลไม่ได้ เปาโลท้าทายด้วยชีวิต เลย สิทธิอำนาจในการตายไถ่บาปและเป็นขึ้นจากตายทำให้เราบริสุทธิ์ ส่งผลพาเรามาหาพระวจนะพระเจ้า พระเยซู คือ พระวาทะนั้น

วว19:8 และโปรดให้เจ้าสาวสวมใส่ผ้าป่านเนื้อละเอียด มันระยับและสะอาดเพราะว่าผ้าป่านเนื้อละเอียดนั้นคือการประพฤติอันชอบธรรมของธรรมิกชน

ในอนาคต เจ้าสาวจะสวมใส่ผ้าป่านเนื้อละเอียด นั่นคือ การประพฤติอันชอบธรรมของธรรมิกชน แปลความว่า เราสามารถทำได้ คือการไม่ทำบาปเลย เราจะอยู่ที่นั่นด้วย สวมใส่ผ้าป่านนั้นด้วย ถ้าทำบาปจะไม่ได้อยู่ที่นั่น

วว22:14 คนทั้งหลายที่ชำระล้างเสื้อผ้าของตนก็เป็นสุข เพื่อว่าพวกเขาจะมีสิทธิ์ในต้นไม้แห่งชีวิตและเข้าไปในนครนั้นโดยทางประตูได้ 

คนชำระล้างเสื้อผ้าของตนก็เป็นสุข เสื้อผ้า คือ ความประพฤติอันชอบธรรม

วว7:14 ข้าพเจ้าตอบท่านว่าท่านเจ้าข้า ท่านเองก็ทราบอยู่แล้วท่านจึงบอกข้าพเจ้าว่าคนเหล่านี้เป็นคนที่มาจากความยากลำบากครั้งยิ่งใหญ่พวกเขาชำระล้างเสื้อผ้าของเขาด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดกจนขาวสะอาด

ชำระล้างเสื้อผ้า คือ การไม่ทำบาปอีกจนตัวตาย ส่ิงที่ทำให้เรากลับไปทำบาปอีกครั้ง เราต้องระวัง สิ่งเหล่านั้น คือ ความบันเทิง ความสนุก ลาภยศ เกียรติ การสรรเสริญ เงินทอง ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย เรื่องเพศ หรือแม้แต่เรื่องการศึกษา

พระเจ้าเตือนเรื่องบาปเกิดจากปาก คือไปกินผลไม้ต้องห้าม แต่เขาอาย ที่จะเห็นอวัยวะเพศไม่ได้รับการปกปิด  ไปกิน แต่เวลาพระเจ้ามา พวกเขากลับอาย ไปปกปิดอวัยวะเพศ ให้ระวังอะไรที่เป็นเหตุทำให้เราทำบาป ขอให้เราอยู่ห่างๆ อยู่ไกลๆ อย่าข้องแวะ สัมพันธ์ด้วยก็ไม่ได้ สังสรรค์ด้วยก็ไม่ได้ ขอพระเจ้าชำระล้างการประพฤติของเราให้สะอาด ด้วยผลการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์

บรรยากาศของสวรรค์ คือ ความศักดิ์สิทธิ์ ความอบอุ่น ความรัก ฤทธิ์เดช ในสวรรค์ไม่มีการป่วยไข้อีกต่อไป

คริสตจักรไม่ควรทะเลาะกัน การทะเลาะกันเริ่มจากอาดัมเอวา เริ่มต้นทะเลาะกันในสวนเอเดน หลังจากนั้นไม่มีใครสามารถเข้าไปเอเดนได้อีกเลย

พระเจ้า สร้างสวนเอเดนใหม่ คือ คริสตจักร

โดยเราไม่ควรทำบาปในคริสตจักรเหมือนอาดัมเอวาอีก คริสตจักร เป็นสวรรค์ที่เชื้อเชิญให้คนเข้ามา คริสตจักรควรเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น การปลอบโยน เรื่องเหล่า นี้เป็นพื้นฐานกับพันธกิจสำหรับคนไม่เชื่อ

ให้เราร่วมใจอธิษฐาน

บทความก่อนหน้านี้ชื่นชมยินดีในความทุกข์ยาก ยก1:1-8
บทความถัดไปสอน 2 รม15:14-21 “พันธกิจสำหรับคนที่ไม่เชื่อ”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่