หน้าแรก คำสอน รับใช้เกิดผลด้วยความรักของพระเจ้า

รับใช้เกิดผลด้วยความรักของพระเจ้า

3853
0

.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี   อา 2 ..18

คริสตจักรสะพานเหลือง รอบบ่ายกลุ่มสดุดี

(ความรัก) ผลของพระวิญญาณกับการรับใช้

ทุกวันนี้มีคนสอนผิดเพี้ยนมากมายบนพื้นฐานของพระคริสต์ ผิดเพี้ยนจากพระคัมภีร์โดยคริสเตียน  ไม่ใช่สอนผิดเพี้ยนตามปรัชญาของโลก แต่เราที่เป็นผู้เชื่อต้องฟังด้วยสติปัญญา รู้จักแยกแยะคำสอนจริงตามพระคัมภีร์ได้ถูกต้อง

ในความเป็นจริงแล้วไม่มีผู้รับใช้คนใดสมบูรณ์แบบ ไม่มีผิดพลาดหรือบกพร่องเลย ความเป็นจริงคือผู้รับใช้แต่ละคนมีข้อบกพร่องแต่ละอย่าง แต่ละเรื่อง แต่เราต้องฟังให้ออกว่าสอนถูกหรือไม่ หากมีความคับข้องใจก็ถามนะครับ

พระเยซูถูกทดลองจากมารด้วยคำสอนของพระเจ้า แต่พระเยซูไม่สนใจทำตามมาร และบอกมารว่ามันผิดอย่างไรถึงสามครั้ง 

วันนี้ที่จะสอนเรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์กับการรับใช้อย่างเกิดผล เราต้องรู้ความจริงที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ 3 ประการก่อน

1.ในการรับใช้พระเจ้าจะเกี่ยวข้องกับพระเจ้า หรือพระวิญญาณบริสุทธิ์

หมายถึง การรับใช้พระเจ้าต้องมาจากฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ต้องพึ่งพาพระเจ้า อย่าพึ่งพากำลังของตนเอง เพราะเมื่อเราพึ่งพากำลังของตนเองเราจะไปถึงจุดของความท้อใจ ถ้าพี่งพากำลังของตนเอง เราจะเหนื่อย เราจะเบื่อ จะบ่นทำนองว่าเมื่อไหร่จะหมดวาระประธานกรรมการสักที เราจะเลิกรับใช้ และในท้ายที่สุดเราจะชวนคนอื่นเลิกรับใช้ด้วย เช่น คิดดีหรือเปล่าจะมาเป็นประธานกรรมการกลุ่มสดุดี

2.การรับใช้สำเร็จด้วยฤทธิ์เดชของพระองค์

2ธส1:11เพราะเหตุนี้ เราจึงอธิษฐานเพื่อพวกท่านเสมอ ขอพระเจ้าของเราทรงให้ท่านเป็นผู้ที่สมควรแก่การทรงเรียกนั้น และขอพระองค์ทรงให้ความตั้งใจดีทุกประการ และกิจการแห่งความเชื่อทุกอย่างสำเร็จด้วยฤทธิ์เดชของพระองค์

การรับใช้พระเจ้าต้องพึ่งพาของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์  1คร12:

บอกว่าพระเจ้า ให้ของประทานเพื่อรับใช้พระเจ้า ไม่ใช่ประกอบอาชีพ ผมเคยเจอดร.ทางศาสนศาสตร์ไปสมัครงานอาจารย์มหาวิทยาลัยทางฝ่ายโลก ซึ่งมหาวิทยาลัยก็รับดร.ท่านนี้ทำงาน แต่ในความเป็นจริงๆดร.ท่านนี้ควรมารับใช้พระเจ้า เพราะการรับใช้พระเจ้าไม่ใช่ประกอบอาชีพ การประกอบอาชีพมีหลักสำคัญคือ เอาประโยชน์ตนเองเป็นศูนย์กลาง ทำงานเพื่อได้เงิน เพื่อให้ได้ความสำเร็จ

แตกต่างจากการรรับใช้พระเจ้าที่เอาพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง การรับใช้พระเจ้า ทำให้จิตวิญญาณของผู้อื่นเจริญเติบโต บางคนก็มีของประทานแตกต่างกัน เช่น รักษาโรค ความเชื่อ ขับผี เป็นต้น

3.  ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์เกี่ยวข้องกับการรับใช้

ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์มีผลเก้าอย่าง ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับการรับใช้พระเจ้าทั้งสิ้น การรับใช้พระเจ้าต้องใช้ชีวิตของเราที่เต็มล้นไปด้วยผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ทั้งส้ิน ซึ่งผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์เปรียบเหมือนส้มลูกหนึ่งประกอบไปด้วยหลายๆส่วน เมื่อเราแกะเปลือกก็มีกลีบ แต่ละกลีบแยกออกจากกันได้

ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์มีความแตกต่างกันได้ แยกจากกันได้ แต่รวมกันเป็นผลพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ เหมือนสมองพระเจ้าสร้างมามีพื้นที่น้อย แต่ให้มีความจำเยอะ เพื่อให้ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการจดจำพระคัมภีร์  ไม่ใช่ให้คิดทำบาป เรามาดูพระธรรมที่กล่าวถึงผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์

กท5:22-23 ส่วนผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความยินดี สันติสุข ความอดทน ความกรุณา ความดี ความซื่อสัตย์ 23ความสุภาพอ่อนโยน การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย

ทั้งเก้าอย่าง มีไว้สำหรับเราเพื่อเราจะสามารถรับใช้พระเจ้าอย่างสร้างสรรค์ได้ เราไม่ต้องไปเล่นบทบาทของพระเจ้าในวันที่พระเจ้าพิพากษา ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับเรา เพราะจะมีการลงโทษ มีการทำลายล้าง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระเจ้าผู้เดียว

หน้าที่ของเราในการรับใช้ต้องสร้างกำลังใจ สร้างสรรค์ ไม่ประชด ตำหนิ อย่าให้คำพูดบางคำเช่น เก่งนักเนี่ยทำคนเดียวไปเลย หลุดออกมาจากปากเรา

ความรักนำไปสู่การสร้างสรรค์

ความรัก แปลว่า ไม่มีการทำลายล้างในความรัก ความรักนำส่ิงใหญ่ๆ หรือนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตคนที่มีความรัก 5 ประการ

1.ความถ่อมใจ

เรารักใครจะถ่อมใจต่อคนนั้น ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้

2.สุภาพอ่อนโยน

เรารักใครจะไม่หยาบคายกับใครที่เรารักเลย แต่เวลาเราไม่รักใครเราก็จะหยาบคายใส่คนนั้น

3.ทำให้เรารู้จักการร่วมมือ

หากเรารักใครเรายินดีที่จะทำงานให้คนที่เรารัก งานของพระเจ้าไม่ใช่งานที่สามารถทำได้เพียงคนเดียว บางคนร่วมมือโดยเป็นBoss ทำหน้าที่บริหารจัดการ

4.ทำให้ยินดีทำงานด้วยความยินดี

หากเรารักใคร เราทำงานถวายหัวเลย เวลาไม่รักก็ไม่ยินดี ต่อให้มาขอให้ทำ เราก็จะถามว่ามือคุณไม่มีหรือไง

5. ทำเพื่อคนอื่น

หากเรารักใครเราจะไม่ทำเพื่อเราจะได้อะไร แต่ทำเพื่อคนที่เรารักจะได้อะไรสังเกตเวลาคนมาชวนเราไปทำอะไรกับเขา คนก็จะถามว่าทำแล้วจะได้อะไร แต่คริสเตียนไม่เพียงถามว่ามาเชื่อแล้วจะได้อะไร แต่ต้องจ่ายอย่างน้อยสิบลดอีก

ดังนั้นคนรับใช้พระเจ้าต้องดำเนินชีวิตเพื่อผู้อื่น 2คร5:15และพระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อทุกคน เพื่อบรรดาคนที่มีชีวิตอยู่จะไม่อยู่เพื่อตัวเองอีกต่อไป แต่จะอยู่เพื่อพระองค์ที่สิ้นพระชนม์ และทรงเป็นขึ้นมาเพราะเห็นแก่เขาทั้งหลาย

รับใช้พระเจ้าตามแบบพระคริสต์ คือ อยู่เพื่อคนอื่น ตายเพื่อคนอื่นไม่ใช่ตายเพื่อตนเอง การรับใช้พระเจ้า จึงต้องมีความรักของพระเจ้าจริงๆ ไม่อย่างนั้นเราจะรับใช้พระเจ้าไม่ได้

เวลาเราชิงชังใครเราก็ไม่อยากฟังคนนั้น ความรักของมนุษย์ถูกกำหนดด้วยเหตุผลตามความคิดของเขาที่เห็นดี เห็นชอบแตกต่างกัน เช่น บางคนรักคนตามความน่ารักของคน เช่น เด็กร้องไห้ไม่หยุดตีสามก็ไม่หยุด เขาจะรู้สึกเกลียดเด็ก ถ้าต้องจ้างคนมาเลี้ยงเด็กคนรับจ้างก็ไม่อยากมาเลี้ยงเด็ก ความรักของมนุษย์เราจำกัดอย่างมาก ความรักของเราจึงไม่เพียงพอที่จะรับใช้ผู้อื่น

ดังนั้นเราจึงต้องรับความรักจากพระเจ้าเพื่อจะรับใช้

เพราะว่าความรักของพระเจ้าไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเหตุผลแบบมนุษย์ เรามาดูว่าความรักของพระเจ้าที่สอนในพระคัมภีร์เป็นอย่างไร

A รักคนที่น่าเกลียดด้วยคือ รักศัตรู

มธ5:43-47 “ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่าจงรักเพื่อนบ้านของท่าน และเกลียดชังศัตรูของท่าน’ 44แต่เราบอกพวกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน และจงอธิษฐานเพื่อบรรดาคนที่ข่มเหงพวกท่าน 45เพื่อว่าพวกท่านจะเป็นบุตรของพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ เพราะว่าพระองค์ทรงให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นส่องสว่างแก่คนดีและคนชั่วเสมอกัน และให้ฝนตกแก่คนชอบธรรมและคนอธรรม 46เพราะว่าถ้าพวกท่านรักคนที่รักท่าน พวกท่านจะได้บำเหน็จอะไร? พวกคนเก็บภาษีก็ทำอย่างนั้นไม่ใช่หรือ47ถ้าพวกท่านทักทายแต่พี่น้องของตนเท่านั้น ท่านได้ทำอะไรพิเศษยิ่งกว่าคนอื่นๆ? พวกต่างชาติก็ทำอย่างนั้นไม่ใช่หรือ?

งานของพระเจ้าคือ ทำให้ศัตรูกลายเป็นมิตรของเรา

ไม่มีมนุษย์คนไหนที่เราควรเป็นศัตรู เราอาจมีความขัดแย้งกับคนอื่นทางผลประโยชน์ หรืออาจมีความเข้าใจผิด หรือมีความรู้สึกไม่ดีต่อกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วมนุษย์เราไม่ใช่ตั้งป้อมเจอใครก็ตั้งตัวเป็นศัตรูต่อกันเลย แต่เป็นเพราะปัญหาความขัดแย้งต่างๆ จึงทำให้เป็นศัตรูต่อกัน

มารก็พยายามให้คนทำลายกัน แต่คริสเตียนทำให้คนเป็นมิตรกันโดยการรักเขา พระคริสต์ตายเพื่อเราทั้งที่ก่อนหน้านั้นเราเป็นศัตรูกับพระองค์  ความรักที่พระเจ้าสอนคริสเตียน คือ ให้เรารักศัตรูของเราให้ได้ ขอพระเจ้าช่วยเราให้เรียนรู้การรักศัตรู

เมื่อเรามาถึงงานรับใช้พระเจ้าไม่ว่าจะทำหน้าที่ตำแหน่งใด งานรับใช้เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคน ไม่ควรต่ำกว่า95%เกี่ยวข้องกับคน ที่เหลือเป็นงานเอกสาร เป็นนโยบาย ซึ่งไม่ควรเกิน 5% ที่เหลือล้วนแต่เป็นคนทั้งสิ้น พระเยซูออกไปรับใช้แต่เช้าก็เจอคน ส่วนใหญ่เป็นคนเดือดร้อน มีปัญหา เป็นคนที่รอความช่วยเหลือ คนขอทาน คนง่อย หรือแม้แต่คนที่ถูกผีเข้า

พระเยซูไปทำกิจท่ามกลางคนมากมาย หนึ่งในนั้นมีคนผีเข้าซึ่งไม่น่ารักเลย แต่น่ากลัวมากกว่า  เคยเห็นการขับผีแล้วคนมีอาการอาเจียนเขียวๆออกมากลิ่นเหม็นมากๆ มิชชั่นนารีคนที่ขับผีไม่ได้แสดงความรังเกียจเลย คนที่ผีเข้าก็ล้อเลียน พระเยซูแสดงความไม่น่ารักเลย แต่ผู้รับใช้ก็ช่วยเขาจนกระทั่งผีออกเมื่ออธิษฐาน

คนที่เรารับใช้อาจกระทบกระเทือนความรักต่อเรา สารพัดรูปแบบแต่เราต้องรักเขา ไม่ทะเลาะกับใครถ้าเรารักใคร เราจะไม่อยากเอาชนะเขา ทะเลาะกับเมียแพ้ทุกที ทะเลาะกันแล้วภรรยาร้องไห้เราก็แพ้แล้ว เวลาลูกมีปัญหาเราก็ควรจะฟังๆๆๆๆไม่ใช่ทะเลาะกับลูก

สภษ25:21-22 ถ้าศัตรูของเจ้าหิว จงให้อาหารเขากินและถ้าเขากระหาย จงให้น้ำเขาดื่ม22เพราะเจ้าจะสุมถ่านที่ลุกโพลงไว้บนศีรษะของเขาและพระยาห์เวห์จะประทานบำเหน็จแก่เจ้า

พระเจ้าสอนให้เราช่วยศัตรูเพราะพระเจ้าจะเป็นผู้ตอบแทนเรา

ถ้ามนุษย์ตอบแทนเราก็ดี แต่เวลาพระเจ้าตอบแทนเรา คุณค่าสูงมากชั่วนิรันดร์ ของตอบแทนจากมนุษย์เราเอาไปไม่ได้เมื่อเราตาย แต่ของพระเจ้าติดตัวเราไปได้

B รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง

ปัญหาคือ ถ้าวันไหนเราเกลียดตัวเองขึ้นมา เราจะไม่สามารถรักเพื่อนบ้านได้เลย เช่น ขมขื่นกับแม่ไม่อยากเป็นลูกแม่เลย ความเป็นจริงแล้วบริบทของพระคัมภีร์ ให้ขอบเขตว่าเวลาควรจะทำอะไรกับเพื่อนบ้านโดยมีสมมติฐานให้เราคิดถึงหัวอกตัวเองก่อน จนกระทั่งเราสามารถรักเพื่อนบ้านเหมือนที่พระเจ้ารักเขา พระองค์พร้อมตายเพื่อเขาแม้เขาจะด่าพระองค์

ความรักต้องมีการพัฒนา ความรักจะไปไกลกว่าเหตุผล และสามารถอยู่เหนือเหตุได้ ความรักนั้นเป็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์  เคยถามบ่าวสาวเวลาแต่งงาน คุณจะแต่งงานเพราะรักเขาด้วยเหตุผลๆๆๆๆๆๆ หลากหลาย แต่เหตุผลเหล่านั้นอาจเปลี่ยนแปลงได้

คส3:14แล้วจงสวมความรักทับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ความรักผูกพันทุกสิ่งไว้อย่างสมบูรณ์

ความรักผูกพันทุกสิ่งให้สมบูรณ์ พระเจ้าบอกให้เราสวมความรักทับสิ่งเหล่านี้ แสดงว่าเราต้องไปอ่านตั้งแต่ข้อต้นๆ ความรักเป็นลักษณะชีวิตที่เราควบคุมได้ เราทำได้ แต่เราจะทำหรือไม่ทำ เช่น

ถามว่าเรารักศัตรูได้ไหม คำตอบคือ ได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าทำได้แต่จะทำหรือไม่ทำ

บางคนอาจจะบอกว่า อาจารย์ไม่รู้หรอกว่าเขาทำร้ายหนูมากขนาดไหน ทำร้ายมากแค่ไหน หนูยกโทษให้เขาไม่ได้หรอก หากเรารักได้ เราจะไม่มาถึงการหย่าร้างเพราะเรามีความรัก อย่าให้ความรักจืดจางลง

1คร13:4-8 ความรักของพระเจ้าไม่มีวันสูญสิ้น แต่ความรักของมนุษย์มีศักยภาพการรองรับความรัก แตกต่างไปตามระดับความรุนแรงที่รับได้แตกต่างกัน ความรักของบางคนแค่โดนตะคอกก็เลิกรักแล้ว บางคนถูกด่าว่าหนักๆก็ยังคงรักได้อยู่ แต่ในที่สุดก็อาจจะทนไม่ไหว อาจะจบเลิกรักกัน

เราต้องรู้จักซึมซับความรักของพระเจ้าเข้ามา เราจะได้ไม่มีปัญหาขัดแย้งกับคนอื่น เพื่อเรายังช่วยเหลือกันและกันได้ ภรรยาที่ฉลาดอย่าไปทะเลาะกับสามี ไม่ควรคุยกันไม่ดี ให้คุยกันดีๆ อย่าทำให้ภรรยาสามีวางตัวต่อกันยากลำบาก เมื่อถึงเวลาที่ต้องอยู่ด้วยกัน

1ปต4:8 หนือสิ่งอื่นใดก็คือ จงรักกันและกันให้มาก เพราะความรักให้อภัยบาปมากมายได้

พระคัมภีร์สอนให้เราจงรักซึ่งกันและกันให้มาก เพราะความรักลบล้างความผิดมากมายได้ ความรักทำให้เราไม่ถือสาไม่ถือโทษโกรธกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นความผิดในปัจจุบันหรือแม้แต่ในอนาคต ถ้าเราจะรับใช้พระเจ้า ความรักเป็นหัวใจสำคัญอย่างมากในการรับใช้

C  เรียนรู้จะรักพระเจ้า

ยน21:15-17 เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว พระเยซูตรัสกับซีโมนเปโตรว่าซีโมนบุตรยอห์นเอ๋ย ท่านรักเรามากกว่าพวกนี้หรือ?” เขาทูลพระองค์ว่าใช่ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทราบว่าข้าพระองค์รักพระองค์พระองค์ตรัสสั่งเขาว่าจงเลี้ยงดูลูกแกะของเราเถิด” 16พระองค์ตรัสกับเขาครั้งที่สองว่าซีโมนบุตรยอห์นเอ๋ย ท่านรักเราหรือ?” เขาทูลตอบพระองค์ว่าใช่ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทราบว่าข้าพระองค์รักพระองค์พระองค์ตรัสกับเขาว่าจงดูแลแกะของเราเถิด” 17พระองค์ตรัสกับเขาครั้งที่สามว่าซีโมนบุตรยอห์นเอ๋ย ท่านรักเราหรือ?” เปโตรเสียใจมากที่พระองค์ตรัสถามเขาครั้งที่สามว่าท่านรักเราหรือ?” เขาจึงทูลพระองค์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง พระองค์ทรงรู้ดีว่าข้าพระองค์รักพระองค์พระเยซูตรัสกับเขาว่าจงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด

พระเจ้ารับคนที่รักพระเยซูเพื่อให้มารับใช้ไ ม่ใช่รับทุกคนที่ต้องการจะรับใช้

พระเยซูมอบงานให้เปโตรเพราะเขารักพระองค์

พระองค์ให้เขาเลี้ยงแกะของพระองค์  พระเจ้ามอบงานให้คนที่รักพระองค์ 

ผลของพระวิญญาณคือ ความรัก พระเจ้าให้ความรักเพื่อให้เรารับใช้พระเจ้า เมื่อเราเติบโตขึ้น เราจะเปลี่ยนจากการขอให้พระเจ้ารักเรา เปลี่ยนเป็นเราขอรักพระเจ้าให้มากขึ้น

1ปต5:1-4 เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงตักเตือนบรรดาผู้อาวุโสในพวกท่าน ในฐานะที่ข้าพเจ้าก็เป็นทั้งผู้อาวุโส และเป็นพยานถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์ และเป็นหุ้นส่วนที่จะรับศักดิ์ศรีที่กำลังจะปรากฏ 2จงเลี้ยงฝูงแกะของพระเจ้าที่อยู่ท่ามกลางพวกท่าน [โดยเอาใจใส่ดูแลไม่ใช่ด้วยความฝืนใจ แต่ด้วยความเต็มใจ [ตามพระประสงค์ของพระเจ้าไม่ใช่ด้วยใจโลภในทรัพย์สิ่งของ แต่ด้วยใจกระตือรือร้น 3และไม่เป็นเหมือนผู้ใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มขี่ผู้ที่อยู่ในความดูแล แต่ให้เป็นแบบอย่างแก่ฝูงแกะนั้น 4และเมื่อพระผู้เลี้ยงผู้ยิ่งใหญ่เสด็จมาปรากฏ พวกท่านจะได้รับมงกุฎแห่งศักดิ์ศรีที่ไม่มีวันร่วงโรย 

เราจะรับใช้พระเจ้าได้โดยเราต้องมีพื้นฐานความรักแบบพระเยซู พระองค์เป็นผู้เลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ เป็นต้นแบบให้เราทำตาม

เมื่อเรามีความรัก ความเต็มใจความเต็มที่ เราก็จะรับใช้พระเจ้าด้วยความรักพระเจ้า  ไม่ใช่รับใช้เพราะมีความโลภในทรัพย์สิน เงินทอง  ลาภยศสรรเสริญ หรือตำแหน่งประธาน

เรารับใช้พระเจ้า เราทำเพื่อพระเจ้าจะได้รับเกียรติ ไม่ใช่เรารับใช้โดยทำตามคนอื่นๆ หรือเรารับใช้ไม่ใช่รอให้มีคนมาชมหรือไม่ชม เราไม่ต้องขมขื่นในการรับใช้ ไม่ต้องไปเคืองใจ หากมีความผิดพลาดที่เราทำไป มีคนมาต่อว่าเรา ขอให้เราฟัง แล้วขอโทษ เราไม่ต้องไปแก้ตัว เพราะมันก็จะเหมือนคนที่มาต่อว่าเราเขาจะเห็นว่าเราแก้ตัวไม่ยอมรับความผิด ก็ยังคงทำให้มีความบาดหมางใจกัน

ในเมื่อเราไม่ได้มีความตั้งใจในการทำให้เขาบาดเจ็บอยู่แล้ว  การแก้ไขความผิดไม่แก้ตัวจะทำให้เราได้พี่น้องของเรากลับคืนมา

ความรักไม่มีวันสูญส้ิน ดูจากที่พระเยซูถามเปโตรว่า รักพระองค์ไหม ตอนแรกเขาเคยปฎิเสธพระองค์ถึงสามครั้ง ตอนหลังเปโตรไม่ปฎิเสธพระองค์เลยแม้เขาต้องถูกข่มเหงจนตาย แม้ที่ผ่านมาเขาผิดพลาด

ความรักทำให้ไม่ปฎิเสธใคร ตัวอย่างแม่อ.ประยูร ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้  อาจารย์ไม่มีความรู้สึกรังเกียจแม่เลย เราควรรักคนตามแบบที่พระเจ้ารัก เพราะเขาถูกสร้างตามพระฉายาของพระเจ้า แม้ว่าเขาได้ทำผิดบาปต่อเรา แต่เมื่อเรามีความรักเหมือนพระองค์ที่ไม่สูญสิ้น เราก็จะไม่เลิกรับใช้

ด้วยฤทธิ์เดชของพระเจ้า เราจะไม่เหนื่อย เราจะไม่ท้อ เราจะไม่เลิก เราจะไม่เบื่อ เราจะไม่ชวนคนอื่นเลิกรับใช้

คส1:11ให้พวกท่านมีกำลังด้วยฤทธานุภาพทั้งสิ้นตามอานุภาพแห่งพระสิริของพระองค์ เพื่อให้ท่านมีความทรหดอดทน และมีความอดทนในทุกสิ่ง พร้อมทั้งมีความยินดี

ให้มีความทรหดอดทนนาน ด้วยความยินดี เป็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่สัมพันธ์กับความรัก ความรักนั้นก็อดทนนาน อดทนด้วยความขมขื่นจะทำให้อดทนได้ไม่นาน แต่การอดทนด้วยความยินดีจะทำให้เราอดทนได้นาน

ดังนั้นขอให้เรารับใช้ด้วยความรัก เราจะอดทนนานด้วยความยินดี

1ยน3:18 ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง

ขอให้เรารักกันด้วยการกระทำและความจริง ขอให้ความรักที่มีต่อกันและกันเช่นพระธรรมตอนนี้ ปรากฎเป็นความจริงท่ามกลางเราที่รับใช้พระเจ้า  ถ้าเป็นอย่างนั้น เราจะรับใช้ด้วยความเพลิดเพลินสนุกสนาน รับใช้ด้วยความรักของพระเจ้า แม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย ปัญหาเหล่านั้นมันจะแยกออก มันจะเปิดทางออก เพราะความรักของพระเจ้าอยู่ในชีวิตของเรา

พระเยซูเดินผ่านไปหาความตายด้วยความรักที่มีต่อเรา ความตายยังต้องพ่ายแพ้ให้กับความรักของพระองค์

ขออย่าให้ความรักของพระเจ้า ออกจากชีวิตของเรา แต่ขอให้มีความรักมากขึ้น เพื่อเราจะรับใช้อย่างเกิดผลตามพระทัยพระเจ้า

ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา
www.facebook.com/FORWARD.CH.TH
Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้คส3:21 คุณพ่อฉลาด(smart)
บทความถัดไปก้าวที่ 12 ชีวิตที่มีชัยชนะในพระเจ้า (รม8:31-39)

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่