หน้าแรก คำเทศน์ พันธสัญญาใหม่ การทรงเรียกสาวก ยน1:35-51

การทรงเรียกสาวก ยน1:35-51

2272
0

อ.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี เทศนารอบ 2 คริสตจักรสะพานเหลือง

อาทิตย์ 10 .. 2019

การทรงเรียกสาวก ยน1:35-51 

35รุ่งขึ้น ยอห์นยืนอยู่ที่นั่นอีกกับศิษย์ของท่านสองคน 36และท่านมองดูพระเยซูขณะที่พระองค์เสด็จผ่านไป และท่านกล่าวว่าจงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า” 37ศิษย์สองคนนั้นได้ยินท่านพูดอย่างนี้ก็ติดตามพระเยซูไป 38พระเยซูทรงเหลียวกลับและทอดพระเนตรเห็นเขาทั้งสองตามพระองค์มา จึงตรัสถามเขาว่าท่านหาอะไร?” เขาทั้งสองทูลพระองค์ว่ารับบี (ซึ่งแปลว่าท่านอาจารย์) ท่านพักอยู่ที่ไหน?” 39พระองค์ตรัสตอบพวกเขาว่ามาดูเถิดเขาก็ไปและเห็นที่ซึ่งพระองค์ประทับ และวันนั้นก็พักอยู่กับพระองค์ เพราะขณะนั้นประมาณสี่โมงเย็นแล้ว 40คนหนึ่งในสองคนนั้นที่ได้ยินยอห์นพูดและติดตามพระองค์ไป คืออันดรูว์น้องชายของซีโมนเปโตร 41แล้วอันดรูว์ก็ไปหาซีโมนพี่ชายของตนก่อน และบอกเขาว่าเราพบพระเมสสิยาห์แล้ว” (ซึ่งแปลว่าพระคริสต์42อันดรูว์จึงพาซีโมนไปเฝ้าพระเยซู เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเขาแล้วก็ตรัสว่าท่านคือซีโมนบุตรยอห์น คนจะเรียกท่านว่าเคฟาส” (ซึ่งแปลว่าศิลา)

พระเยซูทรงเรียกฟีลิปและนาธานาเอล

43รุ่งขึ้นพระเยซูตั้งพระทัยจะเสด็จไปยังแคว้นกาลิลี พระองค์ทรงพบฟีลิปจึงตรัสกับเขาว่าจงตามเรามา” 44ฟีลิปมาจากเบธไซดาเมืองของอันดรูว์และเปโตร 45ฟีลิปไปหานาธานาเอลและบอกเขาว่าเราพบคนที่โมเสสกล่าวถึงในหนังสือธรรมบัญญัติ และคนที่พวกผู้เผยพระวจนะกล่าวถึง คือ เยซูชาวนาซาเร็ธบุตรโยเซฟ” 46นาธานาเอลถามเขาว่าสิ่งดีๆ จะมาจากนาซาเร็ธได้หรือ?” ฟีลิปตอบว่ามาดูเถอะ” 47พระเยซูทอดพระเนตรเห็นนาธานาเอลมาหา พระองค์จึงตรัสเกี่ยวกับตัวเขาว่านี่แหละ ชาวอิสราเอลแท้ ในตัวเขาไม่มีอุบาย” 48นาธานาเอลทูลพระองค์ว่าท่านรู้จักข้าพเจ้าได้อย่างไร?” พระเยซูตรัสตอบเขาว่าเราเห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อก่อนที่ฟีลิปจะเรียกท่าน” 49นาธานาเอลทูลตอบพระองค์ว่ารับบี พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล” 50พระเยซูตรัสตอบเขาว่าเพราะเราบอกท่านว่าเราเห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อท่านจึงเชื่อหรือ? ท่านจะเห็นเหตุการณ์ใหญ่กว่านั้นอีก” 51แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่าเราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ท่านจะเห็นท้องฟ้าแหวกออกและพวกทูตสวรรค์ของพระเจ้าขึ้นลงอยู่เหนือบุตรมนุษย์

วันนี้เราจะมาดูรูปแบบการตอบสนองของสาวก 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเป็นอย่างไรบ้าง

ในตอนนี้เราจะเห็นสาวกที่ยอห์นบัพติศมาบอกให้มาตามพระเยซู  และมีฟิลลิป นาธันนาเอล ทั้งสองกลุ่มนี้ก็มาดูพระเยซู พอเขาเห็นพระเยซูแล้วก็จบ

สาวกกลุ่มที่ 1 : รุ่นตามมาดู

ข้อ50-51พระเยซูตรัสตอบเขาว่าเพราะเราบอกท่านว่าเราเห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อท่านจึงเชื่อหรือ? ท่านจะเห็นเหตุการณ์ใหญ่กว่านั้นอีก” 51แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่าเราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ท่านจะเห็นท้องฟ้าแหวกออกและพวกทูตสวรรค์ของพระเจ้าขึ้นลงอยู่เหนือบุตรมนุษย์

พระเยซูบอกว่าพวกสาวกท่านจะเห็นเหตุการณ์ใหญ่กว่านั้นอีก พระเยซู ต้อง การให้พวกเขามาเป็นสาวก แต่พวกเขาสนใจแค่มาดูพระองค์ พระเยซูก็ไม่ได้ว่าอะไรพวกเขาที่ต้องการแค่ตามมาดูพระองค์ 

ปัจจุบันนี้มีคนมาเป็นคริสเตียน แล้วมาแค่ดู มาแค่ลองดูพระเยซู  มาจ่ายค่าดูที่คริสตจักร คือ ถวายสิบลด 

แต่ถามว่ามีกี่คน ที่มาเป็นคริสเตียนแล้วมีส่วนต่อการรับใช้ในคริสตจักรนี้บ้าง ถ้าเรามาเชื่อแล้วเราไม่ได้ทำงานรับใช้อะไรเลย เราก็เป็นเหมือนสาวกกลุ่มนี้ คือ เป็นสาวกรุ่นแค่ตามมาดู  ทางคริสตจักรเลยจัดนักเทศน์มาไม่ซ้ำหน้าเพื่อให้ไม่ผู้มาดูเบื่อเสียก่อน

แต่พระเยซู ไม่ตำหนิเขา ข้อ51 ท่านจะได้เห็นสิ่งที่คนอื่นๆไม่เห็น ทั้งๆที่พวกเขาพอใจแค่มาดูพระเยซู เท่านั้น แต่พระองค์ อยากให้พวกเขาเห็นพระองค์มาก กว่านั้น วันนี้เราอย่ามาคริสตจักรเพื่อมาดูเฉยๆ

สาวกกลุ่มที่ 2 : รุ่นตามมาลอง

ลก5:1-11 ต่อมาขณะที่พระองค์ทรงยืนอยู่บนฝั่งทะเลสาบเยนเนซาเรท และฝูงชนกำลังเบียดเสียดพระองค์เพื่อฟังพระวจนะของพระเจ้านั้น 2พระองค์ทอดพระเนตรเห็นเรือสองลำจอดอยู่ที่ริมฝั่งทะเลสาบ แต่ชาวประมงขึ้นจากเรือแล้วและกำลังซักอวนอยู่ 3พระองค์จึงเสด็จลงเรือลำหนึ่งซึ่งเป็นเรือของซีโมน ทรงขอให้เขาถอยออกไปจากฝั่งหน่อยหนึ่ง แล้วพระองค์ประทับลงสอนฝูงชนจากเรือลำนั้น 4เมื่อพระองค์ตรัสสอนเสร็จแล้ว จึงตรัสกับซีโมนว่าจงถอยออกไปที่น้ำลึก แล้วหย่อนอวนลงจับปลา” 5ซีโมนทูลตอบว่าอาจารย์ เราทอดอวนมาตลอดทั้งคืนแล้วไม่ได้อะไรเลย แต่ข้าพเจ้าก็จะหย่อนอวนลงตามคำของท่าน” 6เมื่อพวกเขาหย่อนลงแล้วก็จับปลาได้จำนวนมากจนอวนของเขาเริ่มจะปริ 7พวกเขาจึงทำสัญญาณบอกเพื่อนๆ ที่อยู่ในเรืออีกลำหนึ่งให้มาช่วย พวกเขาก็มา และได้ปลาเต็มเรือทั้งสองลำจนเรือเพียบ 8เมื่อซีโมนเปโตรเห็นอย่างนั้นแล้ว ก็ทรุดตัวลงที่เข่าของพระเยซูทูลว่านายเจ้าข้า ขอท่านไปให้ห่างจากข้าพเจ้าเถิด เพราะว่าข้าพเจ้าเป็นคนบาป” 9เนื่องจากเขากับคนทั้งหลายที่อยู่ด้วยกันประหลาดใจเรื่องปลาที่เขาจับได้นั้น 10ยากอบและยอห์นบุตรของเศเบดี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมอาชีพกับซีโมนก็ประหลาดใจเหมือนกัน พระเยซูตรัสกับซีโมนว่าอย่ากลัวเลย ตั้งแต่นี้ไปท่านจะเป็นผู้จับคน” 11เมื่อนำเรือมาถึงฝั่งแล้ว พวกเขาก็สละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างและตามพระองค์ไป

ตอนนี้มามาดูสาวกอีกตอนหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับการทรงเรียก แต่เป็นคนละเหตุการณ์กัน สาวกตอนนี้ตอบสนองการทรงเรียกของพระเยซู  แตกต่างจากกลุ่มแรกที่พระเยซูไม่ได้เรียกแต่ยอห์นบัพติศมาชี้ให้ดูพระเยซู แล้วให้ตามพระองค์ ไป สาวกพวกแรกเขาตามมาดู

พวกที่สองจากพระคัมภีร์ตอนนี้ พระเยซูเรียกให้เขาตาม ให้เขาไปจับคนเหมือนจับปลา

หากพวกเขาตัดสินใจตามพระเยซูมา พระองค์ก็จะลงทุนกับชีวิตของพวกเขา และพวกเขาก็ต้องลงทุนกับพระเยซู โดยการละทิ้งอาชีพประมง 

ขอให้เราตอบสนองการทรงเรียกของพระเยซูโดยตั้งใจมาลองดูพระเยซู จริงๆ ไม่ใช่มาลองเชื่อเล่นๆ พระเยซูจะให้พวกเขามีความสามารถ ให้พวกเขาทักษะจับคนได้เหมือนจับปลา พวกสาวกกลุ่มที่สองนี้ เขาละทิ้งทุกอย่างเพื่อจะตามพระองค์ ไป

ตอนผมหนุ่มๆยังไม่ได้เชื่อพระเจ้า ผมไปเรียนภาษาอังกฤษจากพระคัมภีร์ ประมาณหกเดือน อาจารย์ผู้สอนถึงถามว่าเป็นคริสเตียนหรือยัง ผมเลยเป็นคริสเตียนเพื่อเอาใจฝรั่งที่มาสอน ลองเป็นคริสเตียนเล่นๆ ลงเรียนบัพติสมาในน้ำ โดยอาจารย์ให้เป็นพยานหน้าเวทีด้วย ซึ่งเราก็หลอกเขาสำเร็จ 

เป็นสาวกจริงๆต้องเสียสละ เป็นคริสเตียนต้องเสียสละอะไรบ้างเพื่อพระเจ้า พวกสาวกลงทุนจับปลาทั้งคืน พอได้ปลามาเยอะเต็มเรือ พวกเขาตื่นเต้นกับพระเจ้า แต่ไม่ได้ชื่นชมพระพรหรือปลาที่ได้มา  พวกสาวกตัดสินใจเสียสละความสำเร็จที่ได้ เพื่อติดตามพระเยซู 

คริสเตียนส่วนใหญ่อธิษฐานขอแต่พระพร ขอให้พระเจ้าอวยพร ทั้งที่สมัยก่อนในพระคัมภีร์เขาประกาศและชักชวนให้มาดูว่าเป็นพระคริสต์หรือไม่  ไม่ใช่ให้ประกาศเพื่อให้มาหาพระพรของพระเจ้า

สมัยก่อนคริสตจักร เปิดให้คนบาปเข้ามา แต่เดี๊ยวนี้คริสตจักรปิดระหว่างสัปดาห์ไม่กล้าให้คนมาคริสตจักร เพราะกลัวจะมีคนมาขโมยของ เพราะคริสตจักรมีทรัพย์มากนั่นเอง

ข้อ10-11ยากอบและยอห์นบุตรของเศเบดี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมอาชีพกับซีโมนก็ประหลาดใจเหมือนกัน พระเยซูตรัสกับซีโมนว่าอย่ากลัวเลย ตั้งแต่นี้ไปท่านจะเป็นผู้จับคน” 11เมื่อนำเรือมาถึงฝั่งแล้ว พวกเขาก็สละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างและตามพระองค์ไป

อย่ากลัวเลยที่จะวางมือจากอาชีพที่เราทำประจำ เพราะพระเจ้า จะเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตของเรา ถ้าพระเจ้าเรียกเรามารับใช้ พระเยซูพัฒนาชีวิต พัฒนาทักษะซีโมนในการจับคน เพราะเปโตรไว้วางใจพระเยซู ถ้าเป็นสาวกของพระเยซู เราต้องไม่กลัวที่จะตอบสนองการทรงเรียกเพื่อการรับใช้

การที่เราจะต้องก้าวออกมาจากที่ๆเราเคยอยู่ ที่ๆเราคุ้นเคย ที่ๆเรารู้สึกปลอดภัยมั่นคงจำเป็นต้องใช้ความเชื่อ ต้องใช้ความกล้า  เพราะถ้าเราอยู่เหมือน เดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เราจึงไม่ต้องเสียสละอะไรเลย  แต่เพราะวิถีทางของพระเยซู แตกต่างและสวนทางกับวิถีของโลก คนที่มาลองพระเจ้าจริงๆ จังส่วนใหญ่จะดำเนินชีวิตไปต่อกับพระเจ้า  ส่วนคนที่มาลองพระเจ้าเล่นๆ เมื่อเจออุปสรรคปัญหาก็จะเลิกไปเองในที่สุด

สาวกกลุ่มที่ 3 : รุ่นตามมาร่วม

มก8:34-35 พระองค์จึงทรงเรียกฝูงชนกับพวกสาวกให้เข้ามา แล้วตรัสกับพวกเขาว่าถ้าใครต้องการจะตามเรามา ให้คนนั้นปฏิเสธตนเอง รับกางเขนของตนแบกและตามเรามา 35เพราะว่าใครต้องการจะเอาชีวิตรอด คนนั้นจะเสียชีวิต แต่ใครยอมเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เราและข่าวประเสริฐ คนนั้นจะได้ชีวิตรอด

สาวกกลุ่มที่สามนี้ เป็นรุ่นตามเรามา หมายถึงตามมาร่วมรับใช้กับพระเยซู พวกเขาปฎิเสธเนื้อหนังความต้องการของตนเอง พวกเขาแบกกางเขน ตอนนั้นพระเยซูเริ่มต้นราชกิจโดยหาแนวร่วม พระองค์มองหาคนขยัน คนมีอาชีพ และพระองค์ก็พบสาวกรุ่นนี้ คือ รุ่นตามมาร่วม

จากสาวกรุ่นตามมาดู รุ่นตามมาลอง ตอนนี้คือ รุ่นตามมาร่วม สาวกเหล่านี้เป็นคนที่พร้อมจะเสียสละ โดยเฉพาะเสียสละชีวิตของตนเอง

กางเขน แปลว่าพร้อมที่จะตาย ยินดีที่จะตาย

เรื่องการตายนี้เป็นเรื่องนี้ยาก แต่พระเยซูก็ได้เชื้อ เชิญ ซึ่งถ้าสาวกคนใดหรือใครจะตาม ต้องมีความตั้งใจที่พร้อมจะตายกับพระองค์ ถึงตามมาร่วมรับใช้กับพระองค์ได้

การออกไปสั่งสอนชนทุกชาติอาจไม่ตายเสมอไป ทุกครั้ง ทุกที่ แต่ความลำบาก ความยากมีอย่างแน่นอน 

ถ้าหากมาหาพระเยซูเพราะต้องการความสะดวก ต้องการความสบาย ต้องการความสนุก ต้องการสตางค์ ต้องการขอแต่พระพร สิ่งเหล่านี้ไม่ตรงตามการทรงเรียกของพระเจ้าในการให้เรามาเป็นสาวก

แต่พระเจ้าทรงเรียกเรา เพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงเราให้เราเป็นผู้เป็นคนดี ให้เราทำดีได้

สาวกกลุ่มที่ 4 : รุ่นตามมาเป็นตัวแทน

มธ28:18-20 พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับพวกเขาว่าสิทธิอำนาจทั้งหมดในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว 19เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ 20และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้ และนี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค

พวกสาวกต้องเรียนรู้จากพระองค์ เพื่อจะเป็นตัวแทนของพระเยซู  พระเจ้า ถามว่าใครจะไปแทนเรา  พระเจ้าถามอิสยาห์  พระเยซูมีสิทธิอำนาจที่จะมอบให้เราไปทำแทนพระองค์ ในการนำสาวกมาเป็นของพระเยซู

2คร5:17-20 ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น 18สิ่งทั้งหมดนี้เกิดจากพระเจ้า ผู้ทรงให้เราคืนดีกับพระองค์โดยทางพระเยซูคริสต์ และประทานพันธกิจในเรื่องการคืนดีนี้แก่เรา 19คือพระเจ้าทรงให้โลกนี้คืนดีกับพระองค์โดยพระคริสต์ ไม่ทรงถือโทษในความผิดของพวกเขา และทรงมอบเรื่องราวการคืนดีนี้ให้เราประกาศ 20เพราะฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายผ่านทางเรา เราจึงวิงวอนท่านในนามของพระคริสต์ให้คืนดีกับพระเจ้า 

คนที่อยู่ในพระคริสต์ต้องถูกสร้างใหม่ พระเจ้าประทานพันธกิจการคืนดีให้เราไปประกาศ เราเป็นฑูตของพระคริสต์ เราเป็นตัวแทนของพระเจ้า เหมือนฑูตประเทศไหนก็เป็นตัวแทนของคนในประเทศนั้น

พระเจ้า ไม่ต้องการแค่ให้พวกเรานั่งดู หรือแค่มาลองเชื่อ แต่พระเจ้าต้องการให้คริสเตียนเป็นตัวแทน นี่คือสิ่งที่พระเจ้ากำหนดไว้

ถ้าเราทำการในฐานะที่เราเป็นตัวแทนของพระเจ้า พระองค์จะประทานสิทธิอำนาจให้กับเราทำการแทนพระองค์  งานของพระเจ้ายังไม่จบ งานของพระองค์ ต้องมีตัวแทนมาทำงานต่อไป ไม่ใช่แค่มาดู หรือมาร่วม หรือมาลอง

ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา หรือเชิญให้เทศนา ให้สอนหรือให้อบรม

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้กท5:25 ดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ
บทความถัดไปแนวทางการเลี้ยงดูบุตรในแบบคริสเตียน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่