หน้าแรก คำเทศน์ พระคริสต์ กจ17:1-3  การประกาศพระคริสต์อย่างผู้รับใช้ที่ดี

กจ17:1-3  การประกาศพระคริสต์อย่างผู้รับใช้ที่ดี

3160
0

กิจขจร ลิ่วเฉลิมวงศ์ เทศนา อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 19 

คริสตจักรศาลาธรรมครอบครัวเปี่ยมรัก

กจ17:1-3  การประกาศพระคริสต์อย่างผู้รับใช้ที่ดี

1.ประกาศพระคริสต์ คือ พระเยซู

2.ประกาศราชกิจของพระคริสต์

1เมื่อเปาโลกับสิลาสข้ามเมืองอัมฟีบุรีและเมืองอปอลโลเนียแล้วจึงมายังเมืองเธสะโลนิกา ที่นั่นมีธรรมศาลาของพวกยิว 2เปาโลจึงเข้าไปในธรรมศาลานั้นเช่นเคย และท่านอ้างข้อความในพระคัมภีร์ถกเถียงกับพวกเขาได้สามวันสะบาโต 3อธิบายและพิสูจน์ให้เห็นว่า จำเป็นที่พระคริสต์จะต้องทรงทนทุกข์และเป็นขึ้นจากตาย และกล่าวต่อว่าพระเยซูองค์นี้ที่ข้าพเจ้าประกาศกับท่านทั้งหลายคือพระคริสต์” 

ในพันธกิจรอบที่สองของอาจารย์เปาโลท่านเน้นการประกาศ พระคริสต์ คือ พระเยซู และราชกิจของพระคริสต์ เรามาดูรายละเอียดช่วงนั้น

กจ17:18ปรัชญาเมธีบางคนในพวกเอปิคูเรียนและในพวกสโตอิกก็มาพบท่าน บางคนกล่าวว่าคนเก็บเศษความรู้เล็กๆ น้อยๆ นี้กำลังจะพูดเรื่องอะไรบางคนกล่าวว่าดูเหมือนเขาเป็นคนนำพระต่างประเทศเข้ามาเผยแพร่เพราะเปาโลประกาศเรื่องพระเยซูและการเป็นขึ้นจากตาย

กจ17:31 เพราะพระองค์ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้แล้ว ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรมโดยบุคคลที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ และพระเจ้าทรงให้คนทั้งปวงมีความมั่นใจในเรื่องนี้โดยทรงให้บุคคลผู้นั้นเป็นขึ้นจากตาย

การพิพากษาในอนาคตโดยพระเยซูคริสต์ พระธรรมตอนอื่นก็มี

รม2:16ในวันที่พระเจ้าทรงพิพากษาความลับของมนุษย์โดยพระเยซูคริสต์ ทั้งนี้ตามข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าได้ประกาศนั้น

หลังจากเปาโลประกาศกับคนที่เอเธนส์ การตอบสนองของคนต่อเรื่องที่เปาโลประกาศข่าวประเสริฐมีสองแบบคือ เชื่อ กับปฎิเสธ

กจ17:32-34 เมื่อคนทั้งหลายได้ยินเรื่องการเป็นขึ้นจากตาย บางคนก็เยาะเย้ย แต่บางคนกล่าวว่าเราจะคอยฟังท่านกล่าวเรื่องนี้ต่อไปอีก” 33แล้วเปาโลจึงจากพวกเขาไป 34แต่มีบางคนติดตามเปาโลและเชื่อถือ ท่ามกลางคนเหล่านั้นมีดิโอนิสิอัสสมาชิกสภาอาเรโอปากัส กับหญิงคนหนึ่งชื่อดามาริส และคนอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

คส1:27-28 พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะให้พวกเขารู้ว่า ความล้ำลึกนี้มีศักดิ์ศรีอุดมเพียงไรในหมู่คนต่างชาติ นั่นคือพระคริสต์สถิตในพวกท่าน อันเป็นความหวังที่จะได้รับศักดิ์ศรี 28พระองค์นี้แหละที่เราประกาศ อยู่โดยการเตือนสติและสั่งสอนทุกคนด้วยสรรพปัญญา เพื่อว่าเราจะ ถวายทุกคนที่เป็นผู้ใหญ่แล้วในพระคริสต์

จากเนื้อหาพระคัมภีร์ที่กล่าวมาในตอนต้นทั้งหมด สรุปเป็นหัวข้อคำเทศนาในวันนี้ คือ การประกาศพระคริสต์อย่างผู้รับใช้ที่ดี 2  ประการ

1. ประกาศพระคริสต์ คือ พระเยซู

เราจะศึกษารายละเอียดกิจการบทที่17 ตอนที่เราได้อ่านไป จากพระธรรมเธสะโลนิกา เพราะเป็นจดหมายฝากของอ.เปาโลที่ได้อธิบาย รายละเอียดของเหตุการณ์การประกาศข่าวประเสริฐในเมืองเธสะโลนิกา  เช่น การตอบสนองต่อข่าวประเสริฐที่เปาโลได้ประกาศ ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์

1ธส1:8-9 เพราะว่าคำสอนเรื่ององค์พระผู้เป็นเจ้าได้เลื่องลือออกไปจากพวกท่าน ไม่ใช่แต่ในแคว้นมาซิโดเนียและในแคว้นอาคายาเท่านั้น แต่ความเชื่อของท่านในพระเจ้าได้เลื่องลือไปทุกแห่งหน จนเราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก 9เพราะคนเหล่านั้นร่ำลือกันว่าพวกท่านให้การต้อนรับเราดีขนาดไหน และกล่าวถึงการที่ท่านได้ละทิ้งรูปเคารพและหันมาหาพระเจ้า เพื่อรับใช้พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่และเที่ยงแท้ 

1ธส 4:14,16-18 เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์แล้ว โดยพระเยซูนั้น พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้นมากับพระองค์  16คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยเสียงเรียกของหัวหน้าทูตสวรรค์และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และทุกคนที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน17หลังจากนั้นพระเจ้าจะทรงรับพวกเราซึ่งยังมีชีวิตอยู่ขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละ เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์ 18เพราะฉะนั้น จงหนุนใจกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด

ทีนี้เราลองมาศึกษาดูว่าตอนพระเยซูเสด็จมา พระองค์ประกาศอะไร คำตอบคือ พระเยซูประกาศเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า

มก1:14-15 หลังจากยอห์นถูกจับแล้ว พระเยซูเสด็จมายังแคว้นกาลิลี ทรงประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า 15โดยตรัสว่าเวลากำหนดมาถึงแล้วและแผ่นดินของพระเจ้าก็มาใกล้แล้ว จงกลับใจใหม่ และเชื่อข่าวประเสริฐ

มธ24:14,23-25 ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้านี้จะถูกประกาศไปทั่วโลก ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง 23ในเวลานั้นถ้าใครจะบอกท่านทั้งหลายว่านี่แน่ะ พระคริสต์อยู่ที่นี่หรืออยู่ที่โน่นอย่าเชื่อเลย 24เพราะว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จและผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จหลายคนปรากฏขึ้น แสดงหมายสำคัญและการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อล่อลวงแม้พวกที่พระเจ้าทรงเลือกถ้าเป็นได้ 25นี่แน่ะ เราบอกพวกท่านไว้ก่อนแล้ว

มธ9:35 พระเยซูจึงทรงดำเนินไปตามเมืองและหมู่บ้านโดยรอบ ทรงสั่งสอนในธรรมศาลาของเขาทั้งหลาย ทรงประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า ทรงรักษาโรคและความเจ็บป่วยทุกอย่างให้หาย

ลก4:43แต่พระองค์ตรัสกับเขาว่าเราต้องไปประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าแก่เมืองอื่นๆ ด้วย พระองค์ทรงใช้เรามาก็เพราะเหตุนี้

แล้วสาวกของพระองค์ในสมัยแรก ๆประกาศเรื่องอะไรกัน

ลก16:16“มีเพียงธรรมบัญญัติและผู้เผยพระวจนะจนกระทั่งยอห์นมาปรากฏ ตั้งแต่นั้นมาเขาประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า และทุกคนก็พยายามแย่งชิงกันเข้าไปในแผ่นดินนั้น (ยอห์นบัพติศมา)

กจ8:12 แต่เมื่อฟีลิปประกาศข่าวประเสริฐเกี่ยวกับแผ่นดินของพระเจ้าและพระนามของพระเยซูคริสต์แล้ว คนทั้งหลายก็เชื่อและรับบัพติศมาทั้งชายและหญิง

กจ10:36 เรื่องที่พระองค์ทรงฝากไว้กับพวกอิสราเอลคือการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องสันติสุขโดยทางพระเยซูคริสต์ผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเหนือคนทั้งหลาย

รม1:9เพราะพระเจ้าผู้ซึ่งข้าพเจ้าได้รับใช้ด้วยชีวิตจิตใจของข้าพเจ้า ในการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระบุตรของพระองค์นั้น ทรงเป็นพยานของข้าพเจ้าว่า เมื่ออธิษฐานนั้น ข้าพเจ้าระลึกถึงพวกท่านเสมอ 

รม16:25จงถวายพระเกียรติแด่พระองค์ผู้ทรงสามารถให้ท่านทั้งหลายตั้งมั่นคงตามข่าวประเสริฐซึ่งข้าพเจ้าได้ประกาศนั้น คือเรื่องเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ ตามการเปิดเผยข้อล้ำลึก ซึ่งได้ปิดบังไว้ตั้งแต่โบราณกาล

2คร4:4 คือในกรณีของพวกเขา พระของยุคนี้ได้ทำให้ความคิดของคนที่ไม่เชื่อมืดมนไป เพื่อไม่ให้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐ คือเรื่องพระสิริของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระฉายาของพระเจ้า 

2ทธ1:10 และบัดนี้ทรงสำแดงให้ประจักษ์ โดยการเสด็จมาของพระเยซู  คริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา ผู้ทรงทำลายความตายให้สูญสิ้น และทรงทำให้ชีวิตและสภาพอมตะปรากฏชัดโดยทางข่าวประเสริฐ 

สรุปใจความได้ว่า ข่าวประเสริฐ มีเนื้อหาหลักเกี่ยวข้องกับการประกาศ ว่าพระคริสต์ คือ พระเยซู และพระราชกิจของพระคริสต์ ทั้งหมดเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า โดยให้พระเจ้ามาครอบครองในจิตใจของผู้เชื่อผ่านข่าวประเสริฐ เป็นข่าวดีที่ผู้ต้อนรับข่าวประเสริฐจะไม่ถูกลงโทษพิพากษาในวันที่พระคริสต์เสด็จกลับมา

พระคริสต์คือ ใคร ภาษาฮีบรู ใช้คำว่า เมสิยาห์ แปลว่า ผู้ที่ได้รับการเจิม  มีคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เดิมว่าพระคริสต์คือใคร เช่น สดด110ทั้งบท

อสย 61:1พระวิญญาณของพระยาห์เวห์ องค์เจ้านายทรง อยู่เหนือข้าพเจ้าเพราะว่าพระยาห์เวห์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนที่ทุกข์ใจ พระองค์ทรงส่งข้าพเจ้าไปเพื่อปลอบโยนคนชอกช้ำใจและเพื่อประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลยทั้งประกาศการเปิดเรือนจำแก่ผู้ที่ถูกจำจอง

พระคริสต์ในภาษากรีก ใช้คำว่า คริสตอส ภาษาอังกฤษใช้คำว่า    คริสต์ ก่อนหน้านั้นคนเรียก พระเยซูชาวนาซาเร็ธ พระเยซูชาวกาลิลี หลังมีการยอมรับว่าพระองค์คือ พระคริสต์จึงเรียกว่า พระเยซูคริสต์ ตั้งแต่นั้นมา

พระองค์ไม่ได้มาประกาศตัวว่าเป็นพระคริสต์ ดูจากพระกิตติคุณทั้งสี่เล่ม ไม่พบคำพูดที่พระเยซูตรัสเช่นนั้น ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ยิวเข้าใจผิด เพราะชาวยิวเข้าใจว่าพระเมสิยาห์หรือพระคริสต์จะเป็นผู้มาปกครองทางการเมืองปลด ปล่อยพวกยิวจากการปกครองของโรม แต่ถ้ามีใครยอมรับว่าพระองค์เป็นพระคริสต์พระองค์ไม่ปฎิเสธ เช่น เปโตร รวมทั้งมหาปุโรหิตด้วย

มธ16:15-17,20 แล้วพระองค์ตรัสถามเขาทั้งหลายว่าแล้วพวกท่านว่าเราเป็นใคร?” 16ซีโมนเปโตรทูลตอบว่าพระองค์เป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่” 17พระเยซูตรัสกับเขาว่าซีโมนบุตรโยนาห์เอ๋ย ท่านก็เป็นสุข เพราะมนุษย์ไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้แก่ท่าน แต่พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ทรงเปิดเผยให้ทราบ 20พระองค์ทรงกำชับพวกสาวกของพระองค์ไม่ให้บอกใครว่า พระองค์เป็นพระคริสต์

มก16:61-62 แต่พระองค์ทรงนิ่งอยู่ไม่ได้ตอบประการใด มหาปุโรหิตจึงถามพระองค์อีกว่าเจ้าเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้สมควรแก่การนมัสการหรือ?” 62พระเยซูทรงตอบว่าเราเป็น และ ท่านทั้งหลายจะเห็นบุตรมนุษย์ประทับข้างขวาของผู้ทรงฤทธิ์เดชและเสด็จมาในเมฆแห่งฟ้าสวรรค์

2.ประกาศราชกิจของพระคริสต์

กจ17: 3อธิบายและพิสูจน์ให้เห็นว่า จำเป็นที่พระคริสต์จะต้องทรงทนทุกข์และเป็นขึ้นจากตาย และกล่าวต่อว่าพระเยซูองค์นี้ที่ข้าพเจ้าประกาศกับท่านทั้งหลายคือพระคริสต์ข้อนี้ได้บอกราชกิจของพระคริสต์ไว้ โดยเราสามารถเห็นราชกิจของพระคริสต์ผ่านพระธรรมเล่มอื่น เช่น พระธรรมโรมบทที่ 3:21-26 แต่ในข้อเหล่านี้ ก็มีพระธรรมตอนอื่นๆ สนับสนุนเช่นกัน

รม 3:21-26 แต่เดี๋ยวนี้ความชอบธรรมของพระเจ้านั้นปรากฏนอกเหนือธรรมบัญญัติ ความชอบธรรมดังกล่าวก็ได้รับการยืนยันจากหมวดธรรมบัญญัติและพวกผู้เผยพระวจนะ 22คือความชอบธรรมของพระเจ้า ซึ่งปรากฏโดย ความเชื่อในพระเยซูคริสต์แก่ทุกคนที่เชื่อ โดยไม่ทรงถือว่าเขาแตกต่างกัน 

มีคำพยากรณ์เขียนถึงเรื่องราชกิจของพระคริสต์ จะมาทำอะไร

(อสย53:10-11แต่พระยาห์เวห์ยังทรงประสงค์ให้ท่านบอบช้ำด้วยการ บาดเจ็บเมื่อชีวิตของท่านเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาป ท่านจะเห็นพงศ์พันธุ์ของท่าน ท่านจะยืดวันเวลาของท่าน พระประสงค์ของพระยาห์เวห์จะเจริญขึ้นในมือของท่าน 11ภายหลังความลำบากของตัวเขาเขาจะเห็นและจะพึงพอใจโดยความรู้ของเขา ผู้รับใช้ชอบธรรมของเราจะทำให้คนจำนวนมากเป็นคนชอบธรรมและเขาจะแบกความบาปผิดทั้งหลายของพวกเขา )

รม 3:23 เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า 

รม 3:24แต่พระเจ้าทรงมีพระคุณให้เขาเป็นผู้ชอบธรรมโดยไม่คิดมูลค่า โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้ว (ราชกิจในการไถ่บาป)

(คส1:12-14และให้ท่านขอบพระคุณพระบิดาผู้ทรงทำให้พวกท่านสามารถมีส่วนในมรดกของธรรมิกชนในความสว่าง 13พระองค์ทรงช่วยเราให้พ้นจากอำนาจของความมืด และทรงย้ายเราเข้ามาไว้ในอาณาจักรของพระบุตรที่รักของพระองค์ 14ในพระบุตรนั้นเราได้รับการไถ่ คือการยกโทษจากบาปทั้งหลาย

คนที่ได้รับการไถ่บาป ชีวิตเขาจะไม่ทำบาป และไม่อยู่ในบาปอีกต่อไป

1ยน 2:1-6ลูกของข้าพเจ้าเอ๋ย ข้าพเจ้าเขียนข้อความเหล่านี้ถึงท่านทั้งหลายเพื่อท่านจะได้ไม่ทำบาป และถ้าใครทำบาป เราก็มีผู้ช่วยทูลขอพระบิดาเพื่อเรา คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเที่ยงธรรมนั้น 2และพระองค์ทรงเป็นเครื่องบูชาลบบาปของเรา และไม่ใช่แค่บาปของเราเท่านั้น แต่ของทั้งโลกด้วย 3ถ้าเราประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ เราจะมั่นใจได้ว่าเรารู้จักพระองค์ 4ผู้ที่กล่าวว่าข้าพเจ้ารู้จักพระองค์แต่ไม่ได้ประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ คนนั้นเป็นคนพูดมุสาและสัจจะไม่ได้อยู่ในเขาเลย 5แต่ผู้ที่ประพฤติตามพระวจนะของพระองค์ ความรักของพระเจ้าก็บริบูรณ์อยู่ในผู้นั้นอย่างแท้จริง เพราะเหตุนี้แหละเราจึงรู้ว่าเราอยู่ในพระองค์ 6ผู้ที่กล่าวว่าตนอยู่ในพระองค์ ผู้นั้นก็ควรดำเนินชีวิตเหมือนพระองค์ ) 

ความเชื่อจึงได้ผล เพราะพระเจ้าชอบธรรม พระเจ้าจึงยกบาปให้

รม 3:25พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปโดยพระโลหิตของพระองค์ ความเชื่อจึงได้ผล ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นความชอบธรรมของพระเจ้า ในการที่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัย และทรงยกบาปที่ได้ทำไปแล้วนั้น 

(คส1:20 และโดยพระองค์ พระเจ้าทรงให้ทุกสิ่งคืนดีกับพระองค์เอง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะอยู่บนแผ่นดินโลกหรืออยู่บนสวรรค์ โดยทรงทำให้เกิดสันติภาพโดยพระโลหิตแห่งกางเขนของพระองค์)

รู้ได้อย่างไรว่าผู้เชื่อได้รับการไถ่บาปจากพระเยซูคริสต์

1ยน 1:7แต่ถ้าเราเดินอยู่ในความสว่าง เหมือนอย่างที่พระองค์สถิตในความสว่าง เราก็มีสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น

รม 3:26และเพื่อจะสำแดงในปัจจุบันนี้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ชอบธรรม และทรงให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูเป็นผู้ชอบธรรมด้วย

(รม1:17เพราะว่าในข่าวประเสริฐนั้น ความชอบธรรมซึ่งเกิดมาจากพระเจ้าก็ได้สำแดงออกโดยความเชื่อ และเพื่อความเชื่อ ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ”)

ผมให้หลักการการประกาศในพระธรรมฟิลปปี เพราะเป็นคริสตจักรที่เกิดขึ้นในรอบพันธกิจที่สองของ .เปาโล ซึ่งท่านไปประกาศก่อนที่จะมายังเธสะโลนิกา เพื่ออธิบายเรื่องการประพระคริสต์ของอ.เปาโลในช่วงเวลานั้น

กจ16:12 และเมื่อออกจากที่นั่นแล้วก็ไปยังเมืองฟีลิปปีซึ่งเป็นเมืองเอกในเขตแคว้นมาซิโดเนียและเป็นอาณานิคมของโรมัน เราจึงพักอยู่ในเมืองนั้นหลายวัน

ฟป3:9-10 และจะได้เห็นว่าข้าพเจ้าอยู่ในพระองค์ ไม่มีความชอบธรรม ที่ได้มาจากธรรมบัญญัติ มีแต่ที่ได้มาโดยความเชื่อในพระคริสต์ คือความชอบธรรมที่มาจากพระเจ้าโดยความเชื่อ 10ข้าพเจ้าต้องการจะรู้จักพระองค์ คือรู้จักฤทธิ์เดชแห่งการคืนพระชนม์ของพระองค์และรู้จักการมีส่วนร่วมในความทุกข์ของพระองค์ และเป็นเหมือนกับพระองค์ในความตายนั้น

ฟป2:5-11 จงมีจิตใจเช่นนี้ในพวกท่านเหมือนอย่างที่มีในพระเยซู  คริสต์ 6ผู้ทรงสภาพเป็นพระเจ้า ไม่ทรงถือว่าความทัดเทียมกับพระเจ้าเป็นสิ่งที่จะต้องยึดไว้ 7แต่ทรงสละพระองค์เองและทรงรับสภาพทาส ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์ และทรงปรากฏอยู่ในสภาพมนุษย์ 8พระองค์ทรงถ่อมตัวลง ทรงยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา กระทั่งมรณาบนกางเขน 9เพราะฉะนั้นพระเจ้าจึงทรงยกพระองค์ขึ้นสูงสุด และประทานพระนามเหนือนามทั้งหมดแก่พระองค์ 10เพื่อที่ว่าเพราะพระนามของพระเยซูนั้น ทุกชีวิตในสวรรค์ บนแผ่นดินโลก และใต้พื้นแผ่นดินโลก จะคุกเข่าลงกราบพระองค์ 11และเพื่อที่ว่าทุก ลิ้นจะยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นการถวายพระ    เกียรติแด่พระเจ้าพระบิดา

คส2:6-7และพระองค์ทรงทำให้เราเป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์ และทรงให้เรานั่งด้วยกันกับพระองค์ในสวรรคสถานในพระเยซูคริสต์ 7เพื่อว่าในยุคต่อๆ ไป พระองค์จะทรงสำแดงพระคุณอันอุดมเหลือล้นของพระองค์ ด้วยพระกรุณาที่มีต่อเราในพระเยซูคริสต์ 

หนุนใจให้เราประกาศพระคริสต์อย่างถูกต้อง แรงจูงใจถูกต้อง

ฟป1:15-18จริงอยู่ที่มีบางคนประกาศพระคริสต์ด้วยความอิจฉาและการวิวาท แต่ก็มีบางคนที่ประกาศด้วยเจตนาดี 16ฝ่ายหนึ่งประกาศด้วยความรัก โดยรู้ว่าข้าพเจ้าได้รับการแต่งตั้งไว้ให้กล่าวปกป้องข่าวประเสริฐนั้น 17แต่อีกฝ่ายหนึ่งประกาศพระคริสต์ด้วยการชิงดีกัน ไม่ใช่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ จงใจจะเพิ่มความยากลำบากแก่ข้าพเจ้าในระหว่างถูกคุมขัง 18แต่จะเป็นอะไรไปล่ะ ไม่ว่าจะประกาศด้วยการเสแสร้งหรือด้วยความจริงใจ พระคริสต์ก็ถูกประกาศไปในทุกที่ เรื่องนี้แหละที่ทำให้ข้าพเจ้ายินดี และข้าพเจ้ายังจะมีความยินดีต่อไปด้วย 

ต้องพิจารณาข่าวประเสริฐที่ถูกต้อง แล้วดำเนินตามนั้น

1คร15:1-4,พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอให้คำนึงถึงข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าเคยประกาศแก่ท่านทั้งหลายนั้น พวกท่านได้รับไว้และได้ตั้งมั่นอยู่บนนั้นแล้ว 2และท่านจะได้รับความรอดโดยข่าวประเสริฐนั้นถ้าพวกท่านยังยึดมั่นในคำที่ข้าพเจ้าประกาศนั้น นอกจากว่าท่านเชื่อแบบไร้ผล3เพราะว่าข้าพเจ้าได้มอบเรื่องสำคัญที่สุดที่ได้รับมานั้นแก่พวกท่านคือพระคริสต์วายพระชนม์เพราะบาปของเรา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ 4และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

1คร15:20,25-28 แต่บัดนี้ พระคริสต์ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และทรงเป็นผลแรกของพวกที่ล่วงหลับไป 25 เพราะว่าพระคริสต์ทรงต้องครอบครองจนกว่าพระเจ้าจะทรงปราบศัตรูทั้งหมดให้อยู่ใต้พระบาทของพระคริสต์ 26ศัตรูตัวสุดท้ายที่จะถูกทำลายคือความตาย 27เพราะว่า พระเจ้าทรงให้ทุกสิ่งอยู่ใต้อำนาจภายใต้พระบาทของพระบุตร”  แต่เมื่อพระคัมภีร์กล่าวว่าทรงให้ทุกสิ่งอยู่ใต้อำนาจนั้น ก็รู้ชัดกันอยู่แล้วว่า ยกเว้นพระเจ้าผู้ทรงให้ทุกสิ่งอยู่ใต้อำนาจพระองค์ 28เมื่อทุกสิ่งอยู่ใต้อำนาจพระองค์แล้ว เมื่อนั้นพระบุตรพระองค์เองก็จะทรงอยู่ใต้อำนาจพระเจ้า ผู้ทรงให้ทุกสิ่งอยู่ใต้อำนาจพระองค์ เพื่อพระเจ้าจะทรงเป็นเอกในทุกสิ่ง

ถ้าเราตายพระเจ้าทำให้เป็นขึ้นมาได้ในวันสุดท้าย วันนี้ถ้าเราเชื่อในพระเจ้า หลายอย่างที่กำลังจะตาย ก็จะเป็นขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เศรษฐกิจ ครอบครัว ความสัมพันธ์ การเรียน ความเจ็บไข้ได้ป่วย การงาน เป็นต้น

เมื่อเราเข้าใจการเป็นขึ้นมาของพระคริสต์เราต้องมีแรงจูงใจใหม่

คส 3:1-4เพราะฉะนั้นเมื่อพระเจ้าทรงทำให้พวกท่านเป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์แล้ว ก็จงแสวงหาสิ่งที่อยู่เบื้องบนในที่ซึ่งพระคริสต์สถิตอยู่ คือประทับอยู่เบื้องขวาของพระเจ้า 2จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน ไม่ใช่สิ่งที่อยู่บนแผ่นดินโลก 3เพราะว่าท่านตายแล้ว และชีวิตของพวกท่านซ่อนไว้กับพระคริสต์ในพระเจ้า 4เมื่อพระคริสต์ผู้ทรงเป็นชีวิตของท่านทั้งหลายทรงปรากฏ ในเวลานั้นท่านก็จะปรากฏพร้อมกับพระองค์ในศักดิ์ศรีด้วย

ขอให้เราเป็นคนที่เข้าใจข่าวประเสริฐอย่างถูกต้อง และประกาศไป

กจ28:31ทั้งประกาศแผ่นดินของพระเจ้าและสั่งสอนเรื่องพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความกล้าหาญอย่างยิ่งโดยปราศจากการขัดขวาง

1ยน1:1-3 เราขอแจ้งเกี่ยวกับสิ่งที่มีมาตั้งแต่ปฐมกาล ซึ่งเราได้ยิน ได้เห็นกับตา ได้พินิจดู และจับต้องด้วยมือของเรานั้น คือพระวาทะแห่งชีวิต 2(และชีวิตที่ว่านี้ปรากฏขึ้น เราได้เห็น และเป็นพยาน และประกาศชีวิต นิรันดร์นี้กับพวกท่าน เป็นชีวิตที่ดำรงอยู่กับพระบิดาและมาปรากฏแก่เรา3สิ่งที่เราได้เห็นและได้ยินนั้น เราก็ประกาศให้พวกท่านรู้ด้วย เพื่อท่านจะได้มีสามัคคีธรรมกับเรา และเราก็มีสามัคคีธรรมกับพระบิดา และกับพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์

ระมัดระวังเรื่องการประกาศ และหมั่นตรวจสอบ

กท1:6-7 ข้าพเจ้ารู้สึกประหลาดใจที่พวกท่านด่วนละทิ้งพระองค์ผู้ซึ่งทรงเรียกท่านมาโดยพระคุณของพระคริสต์ และหันไปหาข่าวประเสริฐอื่นเสีย 7ซึ่งที่จริงไม่ใช่ข่าวประเสริฐ แต่มีบางคนทำให้พวกท่านยุ่งยาก และปรารถนาบิดเบือนข่าวประเสริฐของพระคริสต์

การดำเนินชีวิตตามข่าวประเสริฐ เป็นเรื่องสำคัญเพราะจะรอดพ้นจากการพิพากษา และทำให้เราประกาศอย่างถูกต้อง

2ธส1:8 ด้วยเปลวเพลิง พระองค์จะลงโทษสนองคนที่ไม่รู้จักพระเจ้า และคนที่ไม่ดำเนินชีวิตตามข่าวประเสริฐเรื่องของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา หรือเชิญให้เทศนา ให้สอนหรือให้อบรม

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้รม1:1-7   ความสัมพันธ์ของพระเยซูกับเรา
บทความถัดไปกจ9:31 คริสตจักรที่สงบสุขและเจริญเติบโต

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่