Acts Daily

ตอนที่ 8 เรียนรู้จาก:ความสัมพันธ์ของพระเยซูคริสต์กับคริสตจักร

ลักษณะชีวิตคริสเตียนที่ดำเนินชีวิต “สัมพันธ์สนิทกับคริสตจักรของพระคริสต์” (ชุมชนของพระเจ้า:เรียนรู้จากลักษณะคริสตจักรทั้งเจ็ด วว2:1-3:22)

ก้าวที่ 38 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองเอเฟซัส (วว2:1-7)

ก้าวที่ 39 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองสเมอร์นา (วว2:8-11)

ก้าวที่ 40 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองเปอร์กามัม (วว2:12-17)

ก้าวที่ 41 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองธิยาทิรา (วว2:18-29)

ก้าวที่ 42 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองซาร์ดิส (วว3:1-6)

ก้าวที่ 43 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองฟีลาเดลเฟีย (วว3:7-13)

ก้าวที่ 44 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองเลาดีเซีย (วว3:14-22)

ก้าวที่ 45 เรียนรู้จาก:ความสัมพันธ์ของพระเยซูคริสต์กับคริสตจักร

ก้าวที่ 46 เรียนรู้จาก: การรับรู้ของพระเยซูคริสต์ที่มีต่อคริสตจักร

ก้าวที่ 47 เรียนรู้จาก:ทัศนคติของพระเยซูคริสต์ต่อคริสตจักร

ก้าวที่ 48 เรียนรู้จาก:พระสัญญาของพระเยซูคริสต์ที่มีต่อคริสตจักร

ลักษณะชีวิตคริสเตียนที่ดำเนินชีวิต 

“สัมพันธ์สนิทกับคริสตจักรของพระคริสต์” 

(ชุมชนของพระเจ้า:เรียนรู้จากลักษณะ

คริสตจักรทั้งเจ็ด วว2:1-3:22)

ก้าวที่ 45 เรียนรู้จาก:ความสัมพันธ์ของพระเยซูคริสต์กับคริสตจักร

ตอนที่ 8 เรียนรู้จาก:ความสัมพันธ์ของพระเยซูคริสต์กับคริสตจักร

1.คริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส (วว2:1)

2.คริสตจักรเมืองสเมอร์นา (วว2:8)

3.คริสตจักรเมืองเปอร์กามัม (วว2:12)

4.คริสตจักรเมืองธิยาทิรา (วว2:18)

5.คริสตจักรเมืองซาร์ดิส (วว3:1)

6.คริสตจักรเมืองฟีลาเดลเฟีย (วว3:7)

7.คริสตจักรเมืองเลาดีเซีย (วว3:14)

โดย อ.กิจขจร  ลิ่วเฉลิมวงศ์ (6 มิ.ย. 2020)

เบื้องหลังของการเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ของพระเยซูคริสต์ กับคริสตจักรทั้ง 7 จากพระธรรม วว2:1-3:22 มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้อ่านรู้ว่าพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเป็นผู้ใดและพระองค์จะทำอะไร ทำอย่างไร สำหรับคริสตจักรทั้ง 7  เพราะสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นย่อมต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคริสตจักรของพระองค์อย่างแน่นอน และสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับปัญหาหรือสถานการณ์ของคริสตจักรที่กำลังเผชิญอยู่ในเวลานั้นๆ เช่นกัน

โดยอ.ยอห์นได้รับการสำแดงจากพระเยซูคริสต์ ให้เขียนเรื่องนี้ไว้ในหนังสือม้วน และส่งไปให้คริสตจักรทั้งเจ็ด (วว1:11) ตรัสว่า “สิ่งที่ท่านเห็นนั้นจงเขียนไว้ในหนังสือม้วน และส่งไปให้คริสตจักรทั้งเจ็ด คือคริสตจักรที่เมือง(1)เอเฟซัส เมือง(2)สเมอร์นา เมือง(3)เปอร์กามัม เมือง(4)ธิยาทิรา เมือง(5)ซาร์ดิส เมือง(6)ฟีลาเดลเฟียและเมือง(7)เลาดีเซีย”

เนื้อหาสำหรับตอนที่ 8 นี้เน้นความสัมพันธ์ของพระเยซูคริสต์กับคริสตจักรทั้ง 7 โดยท่านสามารถเรียนรู้เพื่อสำรวจตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินชีวิตของท่านกับพระเยซูคริสต์เป็นไปตามพระทัยพระเจ้าหรือไม่

และชุมชนของพระเจ้า หรือคริสตจักรท้องถิ่นที่ท่านผูกพันตัวได้ดำเนินพันธกิจเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้าหรือไม่ เพื่อเราจะเป็นผู้ชนะ ได้รับตามสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงสัญญาว่าจะให้เราได้รับในวันสุดท้าย

วว2:1,8,12,18; 3:1,7,14 “จงเขียนถึง ทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส,สเมอร์นา,เปอร์กามัม,ธิยาทิรา,ซาร์ดิส,ฟีลาเดลเฟีย และเลาดีเซีย

“ฑูตสวรรค์” อาจจะหมายถึง ฑูตสวรรค์ที่เป็นวิญญาณจริงๆก็ได้หรือเป็นผู้นำผู้ปกครอง หรือศิษยาภิบาลของคริสตจักรก็ได้ การแปลความให้ใช้บริบทของเนื้อหาเป็นตัวชี้วัดในการตัดสินใจอีกที บางคนก็เชื่อว่าเป็นฑูตสวรรค์จริงๆไม่ใช่หมายถึง ผู้นำหลักของคริสตจักร แต่ไม่มีทัศนไหนบอกว่า

ฑูตสวรรค์ในคริสตจักรทั้งเจ็ดเป็นมนุษย์ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำเท่านั้น

วันนี้เราจึงมาเรียนรู้เรื่อง ลักษณะชีวิตคริสเตียนที่ดำเนินชีวิต

“สัมพันธ์สนิทกับคริสตจักรของพระคริสต์” 

(ชุมชนของพระเจ้า:เรียนรู้จากลักษณะคริสตจักรทั้งเจ็ด วว2:1-3:22)

ตอนที่ 8 เรียนรู้จากความสัมพันธ์ของ

พระเยซูคริสต์กับคริสตจักรทั้ง 7

1.คริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส (วว2:1)

วว2:1 “จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัสว่า ‘พระองค์ผู้ทรงถือดาวทั้งเจ็ดไว้ในพระหัตถ์ขวา และทรงดำเนินอยู่ท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ดนั้นตรัสดังนี้ว่า

เรามาดูรายละเอียดได้เห็นพระเจ้าอย่างไร?

“ถือดาวทั้งเจ็ดดวง” ให้ความหมายถึง บรรดาฑูตสวรรค์ของคริสตจักรทั้งเจ็ด ซึ่งได้อธิบายเรื่องฑูตสวรรค์ไว้ในคำนำตอนต้นไปแล้ว

“ไว้ในพระหัตถ์ขวา” แสดงถึง การกำไว้แน่นคริสตจักรไม่มีทางถูกฉกฉวยไปจากพระองค์ได้ เพราะการทรงครอบครองสูงสุดอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์นั่นเอง

ความหมายในตอนน้ีน่าจะหมายถึง พระเยซูคริสต์ทรงใช้สิทธิอํานาจของ พระองค์ผ่านทางผู้รับใช้ของพระองค์ในคริสตจักร (แสดงว่าผู้รับใช้ต้องใช้สิทธิอำนาจของพระเยซูคริสต์ตามพระทัย ไม่ใช่ตามความพึงพอใจของตน)

“คันประทีปทองคำทั้งเจ็ด” ให้ความหมายถึง พระเยซูคริสต์ทรงดำเนินอยู่ท่ามกลางคริสตจักรทั้งเจ็ด(หรือคริสตจักรต่างๆ) พระองค์ทรงทราบความเป็นไปทุกอย่าง ผลที่เกิดจากการกล่าวแสดงตัวของพระองค์ คือ การให้เห็นว่าพระคริสต์ทรงปรากฎอยู่ที่นั่นท่ามกลางคริสตจักร ทรงเป็นผู้ห่วงไยใกล้ชิด และคอยเอาใจใส่คริสตจักรของพระองค์

ก่อนหน้านั้นพระคัมภีร์ได้อธิบายเองว่าดาวทั้งเจ็ดดวงและคันประทีปคืออะไร

วว1:20 ส่วนความล้ำลึกของดาวทั้งเจ็ดดวงซึ่งเจ้าเห็นในมือขวาของเรา และของคันประทีปทองคำทั้งเจ็ดนั้น ดาวเจ็ดดวงก็คือบรรดาทูตสวรรค์ของคริสตจักรทั้งเจ็ด และคันประทีปเจ็ดคันนั้นก็คือคริสตจักรทั้งเจ็ด

การนำไปประยุกต์ใช้ เราควรตระหนักถึงความห่วงไยของพระเยซูคริสต์ที่มีต่อผู้เชื่อ และคริสตจักร พระองค์ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาภายในคริสตจักรไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตกจากความรักดั้งเดิม หรือการสอนผิดไปจากความเชื่อ หรือมีปัญหาการปกครองในคริสตจักร ทำให้ผู้เชื่อไม่รับพระพร และข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ พระมหาบัญชาไม่ถูกประกาศออกไป

คริสตจักรและผู้เชื่อควรให้ความสำคัญของพระเยซูคริสต์ในการดูแลคริสตจักร ในการปกครองคริสตจักร เพื่อให้คริสตจักรดำเนินตามพระทัยพระเจ้าการใช้สิทธิอำนาจปกครองคริสตจักร การอภิบาลสมาชิกต้องใช้ด้วยความถูกต้องตามพระวจนะ   การสอนพระคัมภีร์ต้องถูกต้องตามพระวจนะ

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ความรักที่มีต่อพระเจ้า และความรักที่มีต่อผู้อื่น

2.คริสตจักรเมืองสเมอร์นา (วว2:8)

วว2:8“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองสเมอร์นาว่า ‘พระองค์ผู้ทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย ผู้ซึ่งสิ้นพระชนม์แล้ว และกลับมีชีวิตอีก

เรามาดูรายละเอียดได้เห็นพระเจ้าอย่างไร?

“เป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย” ให้ความหมายถึง ในพระคัมภีร์เดิมหมายถึง พระนามของพระเจ้า

อสย44:6พระยาห์เวห์ พระมหากษัตริย์ของอิสราเอลและพระผู้ไถ่ของเขา  พระยาห์เวห์จอมทัพ ตรัสดังนี้ว่า“เราเป็นเบื้องต้นและเราเป็นเบื้องปลายนอกจากเราแล้วไม่มีพระเจ้า

พระนามของพระเยซูคริสต์มีฐานะเท่าเทียมกับพระเจ้า

ฮบ13:8 พระเยซูคริสต์ทรงเหมือนเดิมทั้งวานนี้ และวันนี้ และตลอดไปเป็นนิตย์

“ผู้ซึ่งสิ้นพระชนม์แล้ว และกลับมีชีวิตอีก” ให้ความหมายถึง  พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงดำรงอยู่นิรันดร์นั่นเอง

วว1:5,8,17และจากพระเยซูคริสต์พยานผู้ซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นผู้แรกที่ทรงเป็นขึ้นจากตาย และเป็นผู้ทรงครอบครองเหนือบรรดากษัตริย์ในโลกพระองค์ทรงรักเรา ทรงปลดปล่อยเราจากบาปของเราด้วยพระโลหิตของพระองค์ 8พระเจ้าผู้ทรงเป็นอยู่ ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ ผู้ที่จะเสด็จมา และผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ตรัสว่า “เราเป็นอัลฟาและโอเมกา17เมื่อข้าพเจ้าเห็นพระองค์ ข้าพเจ้าก็ล้มลงแทบพระบาทของพระองค์เหมือนอย่างคนตาย และพระองค์วางพระหัตถ์ขวาบนตัวข้าพเจ้า แล้วตรัสว่า “อย่ากลัวเลย เราเป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย

วว21:6 แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “สำเร็จแล้ว เราเป็นอัลฟาและโอเมกา เป็นปฐมและอวสาน ใครที่กระหาย เราจะให้เขาดื่มจากบ่อน้ำพุแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย

วว22:13 เราคืออัลฟาและโอเมกา เป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย เป็นปฐมและอวสาน”

การนำไปประยุกต์ใช้ ส่ิงที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็น สิ่งนั้นจะมีความสัมพันธ์ต่อผู้เชื่อและคริสตจักร โดยเฉพาะเมื่อเผชิญเรื่องการทนทุกข์จนถึงความตาย พระเยซูคริสต์ทรงหนุนใจเราเพราะพระองค์ทรงผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว พระองค์ทรงสิ้น พระชนม์บนไม้กางเขนไถ่บาปเรา และพระองค์เป็นขึ้นจากความตายแล้ว มีชัยชนะเหนือความตาย

ผู้เชื่อก็จะผ่านความทุกข์ยากลำบากไปได้ โดยมีความเชื่อในพระเยซูคริสต์ พระองค์เป็นพระเจ้าทรงดำรงอยู่นิรันดร์ ความตายพ่ายแพ้ต่อพระองค์ ผู้เชื่อจะมีชัยชนะร่วมกันกับพระองค์ในที่สุด ได้รับชีวิตนิรันดร์

คริสตจักรและผู้เชื่อควรให้ความสำคัญกับพระเยซูคริสต์ พึ่งพาพระองค์ เชื่อวางใจในพระองค์ และดำเนินชีวิตผ่านความยากลำบากทุกข์ยาก โดยพึ่งพาพระเยซูคริสต์ รักษาความเชื่อจนวันสุดท้าย ไม่ปฎิเสธความเชื่อ ไม่ประนีประนอมต่อความบาป ไม่ตั้งใจทำบาปผิดต่อพระเจ้า  หรือดำเนินชีวิตผิดไปจากที่พระเจ้าทรงเรียกให้เราเป็นคนชอบธรรมแล้ว

คนเราจะไม่ยอมตายเพื่อคนรู้จัก แต่อาจจะยอมตายเพื่อคนที่ตนเองรักก็เป็นไปได้ คนที่ตายเพราะความเชื่อในพระเยซูคริสต์ก็รักพระองค์เช่นเดียวกัน

3.คริสตจักรเมืองเปอร์กามัม (วว2:12)

วว2:12 ยอห์นถูกบัญชาให้เขียนว่า “พระองค์ผู้ทรงถือดาบสองคมที่คมกริบ ตรัสดังนี้ว่า” ข้อ 16 จะต่อสู้กับพวกเขาด้วยดาบในปากของเรา

เรามาดูรายละเอียดได้เห็นพระเจ้าอย่างไร?

“ดาบ” ให้ความหมายถึง  สิทธิอำนาจในการพิพากษาของพระคริสต์  “ดาบสองคม” ให้ความหมายถึง การวินิจฉัยที่เฉียบคมในการแยกแยะสิ่งที่ถูกและผิด

พระเยซูจึงให้คําบรรยายอันไพเราะและเป็นเอกลักษณ์เกี่ยวกับพระองค์เองอีกครั้งสำหรับผู้เชื่อที่เมืองเปอร์กามัม โดยพระวจนะของพระเจ้าถูกเปรียบว่าเป็นเหมือนกับดาบสองคม

ฮีบรู 4:12 เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิตและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ และคมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งแยกจิตและวิญญาณ ทั้งข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย

ยอห์นก็บรรยายถึงพระองค์แบบนี้ใน ว่าทรงมีพระแสงสองคมออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์

วิวรณ์ 1:16 พระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงถือดวงดาวเจ็ดดวง และมีดาบสองคมที่คมกริบออกมาจากพระโอษฐ์

แม้เมืองเปอร์กามัมจะเป็นเมืองที่อาศัยของผู้ปกครองหรือสมุเทศาภิบาลของโรมที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายได้  แต่ข้อความที่เปิดเผยจากยอห์นนั้นเล็งให้เห็นถึงอำนาจอธิปไตยสูงสุดของพระคริสต์ว่า พระองค์ทรงเป็นผู้พิพากษาที่ทรงอำนาจยิ่งใหญ่กว่าผู้ปกครองคนใดทั้งสิ้น

รม.13:3-4 เพราะว่าผู้ครอบครองนั้นไม่น่ากลัวเลยสำหรับคนที่ประพฤติดี แต่ว่าเป็นที่น่ากลัวสำหรับคนที่ประพฤติชั่ว ท่านไม่อยากจะกลัวผู้มีอำนาจหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็จงทำแต่ความดี แล้วท่านก็จะได้เป็นที่พอใจของผู้มีอำนาจนั้น 4เพราะว่าผู้ครอบครองนั้น เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าเพื่อให้ประโยชน์แก่ท่าน แต่ถ้าท่านทำความชั่วก็จงกลัวเถิด เพราะว่าผู้ครอบครองไม่ได้ถือดาบไว้เฉยๆ แต่เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า และจะเป็นผู้ลงโทษแทนพระเจ้าแก่ทุกคนที่ประพฤติชั่ว

วว2:16 จะต่อสู้กับพวกเขาด้วยดาบในปากของเรา  น่าจะหมายถึง พระเจ้าจะใช้พระวจนะในการจัดการพวกสอนผิด ด้วยสิทธิอำนาจของพระองค์

การนำไปประยุกต์ใช้ พระเยซูคริสต์มีสิทธิอำนาจเหนือคริสตจักร พระองค์พิพากษาคริสตจักรได้ พระองค์ใช้พระวจนะของพระองค์ในการพิพากษา

ดังนั้นผู้เชื่ออย่ากลัวผู้ที่มีสิทธิอำนาจ ที่ใช้สิทธิอำนาจผิดๆต่อคริสตจักร

ไม่ว่าผู้มีอำนาจนั้นจะเป็นผู้ปกครองบ้านเมือง หรือเป็นผู้นำในคริสตจักร หรือเป็นพวกสอนผิด แต่ให้รู้จักความจริงของพระเจ้าผ่านพระวจนะของ พระเจ้าที่เป็นสิทธิอำนาจของพระเจ้า แล้วยึดมั่นใจพระเจ้า  ไม่ปฎิเสธความเชื่อในพระเยซูคริสต์

คริสตจักรและผู้เชื่อควรให้ความสำคัญของคำสอนของพระเจ้า  อย่าเบื่อหน่ายในการศึกษาพระวจนะ หรือเฝ้าเดี่ยว หรืออ่านพระคัมภีร์  เราจะไม่สามารถแยกแยะคำสอนเท็จได้หากเราไม่รู้ความจริงของพระวจนะ

ให้ระมัดระวังคำสอนเท็จ คำสอนผิด ด้วยการศึกษาพระคัมภีร์ ด้วยการตรวจสอบความถูกต้องของคำสอนด้วยพระวจนะ หรือด้วยการสอบถามจากผู้ที่ศึกษาพระคัมภีร์ สอนถูกต้องและดำเนินชีวิตตามพระวจนะที่พวกเขาสั่งสอน

4.คริสตจักรเมืองธิยาทิรา (วว2:18,23)

18“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองธิยาทิราว่า ‘พระองค์ผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้า ผู้ทรงมีพระเนตรเหมือนอย่างเปลวไฟ และทรงมีพระบาทเหมือนทองสัมฤทธิ์ ได้ตรัสดังนี้ว่า

23เราจะประหารลูกๆ ของนางให้ตาย แล้วคริสตจักรทั้งหมดจะได้รู้ว่าเราเป็นผู้ตรวจสอบความคิดและจิตใจ และเราจะให้กับเจ้าทั้งหลายแต่ละคนตามความประพฤติของพวกเจ้า

เรามาดูรายละเอียดได้เห็นพระเจ้าอย่างไร?

“พระองค์ผู้ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า” แสดงว่าพระองค์มีพระลักษณะแบบเดียวกับพระเจ้าเป็นการเน้นอย่างชัดเจนในคริสตจักรธิยาทิรา จากที่เคยกล่าวมาแล้วว่า “บุตรมนุษย์” ในวว1:13-15

“ผู้ทรงมีพระเนตรเหมือนอย่างเปลวไฟ” แสดงถึงความสัพพัญญูของพระคริสต์ ทรงมีพระเนตรที่มองทะลุปุโปร่งเห็นชัดเจนถึงความจอมปลอมของผู้เผยวจนะหญิง ส่วนไฟ เล็งถึง การชำระให้บริสุทธิ์

“พระบาทเหมือนทองสัมฤทธิ์” เป็นการบ่งชี้ว่าพระองค์ทรงพลังอำนาจและทรงฉับไวอย่างยิ่ง ตามล่าทุกสิ่งที่ชั่วร้าย เหยียบมันไว้อยู่ใต้ฝ่าเท้า

“ผู้ทรงมีพระเนตรเหมือนอย่างเปลวไฟ” และ“พระบาทเหมือนทองสัมฤทธิ์” ทั้งสองอย่างแสดงถึง พระพิโรธและการพิพากษาอันชอบธรรมของพระคริสต์  โดยมีข้อ23 เป็นบริบทสนับสนุน“เราเป็นผู้ตรวจสอบความคิด และจิตใจ”“เราจะให้เจ้าทั้งหลายแต่ละคนตามความประพฤติของเจ้า”

พระเจ้ารู้ความคิดและจิตใจภายใน นี่คือการเห็นเข้าไปถึงท่าทีข้างใน (พระเนตร) พระองค์พิพากษาและตอบแทนคนเหล่านั้นตามแรงจูงใจของเขา ทั้งเรื่องความรอดและบำเหน็จ ก็มาจากแรงจูงใจที่รัก และเชื่อพระเจ้า  จากข้อ19 เรารู้จักความประพฤติของเจ้า รู้เรื่องความรัก ความเชื่อ การปรนนิบัติ และความทรหดอดทนของเจ้า และรู้ว่าความประพฤติในตอนปลายนั้นดีกว่าตอนต้น 

ดังนั้นการประพฤติภายนอกหลอกพระเจ้าไม่ได้  มีพระคัมภีร์สนับสนุนเรื่องนี้

2คร11:15 เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ผู้ปรนนิบัติของซาตาน จะปลอมตัวเป็นผู้ปรนนิบัติของความชอบธรรม บั้นปลายของพวกเขาจะเป็นไปตามการ กระทำของเขา

วว20:12 ข้าพเจ้ายังเห็นบรรดาคนตาย ทั้งคนใหญ่โตและคนเล็กน้อยยืนอยู่หน้าพระที่นั่งนั้น แล้วหนังสือต่างๆ ก็ถูกเปิดออก และหนังสืออีกเล่มหนึ่งก็ถูกเปิดออกด้วย คือหนังสือแห่งชีวิต คนตายก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของเขาทั้งหลายที่เขียนไว้ในหนังสือเหล่านั้น

การนำไปประยุกต์ใช้  รักษาแรงจูงใจที่รักและเชื่อพระเจ้า แสดงออกเป็นการดำเนินชีวิต เป็นพฤติกรรม เป็นการรับใช้ อย่าแสดงออกภายนอกโดยท่าทีภายในไม่ถูกต้อง เราหลอกพระเจ้าไม่ได้  เพราะจะมีการพิพากษา

5.คริสตจักรเมืองซาร์ดิส (วว3:1)

วว3:1“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองซาร์ดิสว่า ‘พระองค์ผู้ทรงมีพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า และทรงมีดาวเจ็ดดวงนั้น

เรามาดูรายละเอียดได้เห็นพระเจ้าอย่างไร?

“พระวิญญาณทั้งเจ็ด” ให้ความหมายถึง พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าที่ตรัสกับคริสตจักรทั้งเจ็ด ซึ่งจะลงท้ายในจดหมายฝากไปยังคริสตจักรทั้งเจ็ดเสมอ วว2:7,11,17,29; 3:6,13,22 “ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณได้ตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย”

วว1:4 ยอห์น ขอเรียนคริสตจักรทั้งเจ็ดที่อยู่ในแคว้นเอเชียขอให้ท่านทั้งหลายได้รับพระคุณและสันติสุขจากพระองค์ผู้ทรงเป็นอยู่ ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ และผู้ที่จะเสด็จมาและจากพระวิญญาณทั้งเจ็ดที่เฝ้าอยู่หน้าพระที่นั่งของพระองค์

วว5:6 และระหว่างพระที่นั่งกับสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น และท่ามกลางพวกผู้อาวุโส ข้าพเจ้าเห็นพระเมษโปดกทรงยืนอยู่ เหมือนดังถูกปลงพระชนม์แล้ว พระองค์ทรงมีเขาเจ็ดเขาและมีดวงตาเจ็ดดวง ซึ่งเป็นพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า ที่พระเจ้าทรงส่งออกไปทั่วแผ่นดินโลกแล้ว

“มีดาวเจ็ดดวง” ให้ความหมายถึงผู้นำหลัก ศิษยาภิบาล ของทั้งเจ็ดคริสตจักร ก็อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ หรือฑูตสวรรค์ที่พระเยซูคริสต์ใช้สื่อสารดูและคริสตจักรของพระองค์

วว1:16,20 พระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงถือดวงดาวเจ็ดดวง และมีดาบสองคมที่คมกริบออกมาจากพระโอษฐ์ และพระพักตร์ของพระองค์เหมือนอย่างดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงแรงกล้า 20ส่วนความล้ำลึกของดาวทั้งเจ็ดดวงซึ่งเจ้าเห็นในมือขวาของเรา และของคันประทีปทองคำทั้งเจ็ดนั้น ดาวเจ็ดดวงก็คือบรรดาทูตสวรรค์ของคริสตจักรทั้งเจ็ด และคันประทีปเจ็ดคันนั้นก็คือคริสตจักรทั้งเจ็ด

(การสำแดงเรื่องดาวเจ็ดดวง เหมือนกันกับการสำแดงกับคริสตจักรเมืองเอเฟซัส) วว2:1จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัสว่า ‘พระองค์ผู้ทรงถือดาวทั้งเจ็ดไว้ในพระหัตถ์ขวา และทรงดำเนินอยู่ท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ดนั้นตรัสดังนี้ว่า

การนำไปประยุกต์ใช้ ส่ิงที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็น สิ่งนั้นจะมีความสัมพันธ์ต่อผู้เชื่อและคริสตจักร พระองค์ทรงสื่อสารคริสตจักรให้กลับมามีชีวิตฝ่ายวิญญาณกับพระองค์ พระองค์ยังทรงปกครอง ทรงดูแลคริสตจักรของพระองค์ผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่พระเจ้าทรงประทานให้กับผู้เชื่อ และดูแลคริสตจักรของพระองค์ ผ่านผู้นำหลัก ศิษยาภิบาล ผู้ปกครองของคริสตจักรอีกด้วย

คริสตจักรและผู้เชื่อควรให้ความสำคัญกับเรื่องชีวิตฝ่ายวิญญาณ ในการสร้างชีวิตส่วนตัวกับพระเจ้า ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่ใช่แผนงานที่ประชุมโดยกรรมการบริหารคริสตจักรแต่เพียงอย่างเดียว ให้ความสำคัญกับการรู้จักพระเยซูคริสต์มากขึ้น ไม่ใช่กับกิจกรรมหรือโปรแกรมของคริสตจักรที่จัดขึ้นโดยปราศจากความคาดหวังในการเกิดผลฝ่ายวิญญาณ

6.คริสตจักรเมืองฟีลาเดลเฟีย (วว3:7)

วว3:7“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองฟีลาเดลเฟียว่าพระองค์ผู้บริสุทธิ์ ผู้ทรงสัตย์จริง ผู้ทรงมีลูกกุญแจของดาวิด ผู้ทรงเปิดแล้วจะไม่มีใครปิดได้ ผู้ทรงปิดแล้วจะไม่มีใครเปิดได้นั้น’ ตรัสดังนี้ว่า

เรามาดูรายละเอียดได้เห็นพระเจ้าอย่างไร?

ข้อความที่ไปถึงคริสตจักรเมืองฟีลาเดลเฟียเปิดเผยพระคริสต์ว่า

“พระองค์ ผู้บริสุทธิ์  ผู้ทรงสัตย์จริง” คำนี้เล็งถึง พระนามของพระเยซูคริสต์ในฐานะเป็นลูกแกะบริสุทธิ์เพื่อมอบถวายแด่พระเจ้า ในการชำระความผิดบาปของคนบาป ทำให้คนบาปได้รับการชำระชีวิตให้บริสุทธิ์ เพราะพระเยซูคริสต์ คือองค์บริสุทธิ์ คำนี้พบในวิวรณ์ตอนอื่น หมายถึง ลูกแกะของพระเจ้า

วว6:10,1 เขาทั้งหลายร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่องค์เจ้านาย ผู้บริสุทธิ์และสัตย์จริง อีกนานเท่าใดพระองค์จึงจะทรงพิพากษา และแก้แค้นต่อคนทั้งหลายที่อยู่บนแผ่นดินโลกซึ่งหลั่งเลือดของเรา” 1และข้าพเจ้าเห็นพระเมษโปดกทรงแกะตราดวงหนึ่งในเจ็ดดวงนั้น และข้าพเจ้าได้ยินสิ่งมีชีวิตตนหนึ่งในสี่ตนนั้นร้องเสียงดังเหมือนอย่างเสียงฟ้าร้องว่า “มาเถอะ”

ยอห์นเห็นฑูตสวรรค์ออกนามพระเจ้า บริสุทธิ์ๆๆ ตอนนมัสการในสวรรค์

วว4:8 สิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น แต่ละตนมีปีกหกปีก และมีตาอยู่รอบๆ และข้างในเต็มไปหมด และพวกเขาร้องตลอดวันตลอดคืนไม่ได้หยุดเลยว่า

“บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ องค์พระผู้เป็นเจ้าคือพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ ผู้ทรงเป็นอยู่ และผู้ที่จะเสด็จมา”

เหมือนอิสยาห์เห็นเสราฟิม ร้องออกนามพระเจ้า บริสุทธิ์ๆๆ เช่นกัน

อสย6:3ต่างก็ร้องต่อกันและกันว่า “บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระยาห์เวห์จอมทัพแผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มด้วยพระสิริของพระองค์”

นอกจากองค์บริสุทธิ์ที่เล็งถึงพระเมษโปดกแล้ว คำว่า “สัตย์จริง” ยังเล็งถึงพระเมสิยาห์ ผู้ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ได้รับการเจิม

วว19:11,16 แล้วข้าพเจ้าเห็นสวรรค์เปิดออก และ นี่แน่ะ มีม้าสีขาวตัวหนึ่ง พระองค์ผู้ทรงม้านั้นมีพระนามว่า “ซื่อสัตย์และสัตย์จริง” พระองค์ทรงพิพากษาและทรงต่อสู้ด้วยความชอบธรรม16พระองค์ทรงมีพระนามจารึกที่ฉลองพระองค์ และที่ต้นพระอูรุของพระองค์ว่า “กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลายและเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย”

“ทรงมีลูกกุญแจของดาวิด” ให้ความหมายถึง สิทธิอำนาจแห่งการให้ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์เข้าแผ่นดินของพระเจ้า หรือเข้าในอาณาจักรของพระเมสิยาห์ ในฐานะผู้ทรงเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรสวรรค์นั้น

คำนี้ใช้ในวิวรณ์หลายตอน ให้ความหมาย มีอำนาจในการเปิดประตู ให้เข้าในแผ่นดินของพระเจ้า เพราะถ้าใช้กุญแจไข ก็เป็นการเปิดประตูทางเข้าอาณาจักรของพระเจ้า ออกให้กับวิญญาณเข้าในแผ่นดินของพระเจ้า ถ้าไม่ไขกุญแจก็เข้าอาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้นั่นเอง

วว1:18 เป็นผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ เราได้ตายแล้ว แต่นี่แน่ะ เรายังดำรงชีวิตอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ และเราถือลูกกุญแจทั้งหลายแห่งความตายและแห่งแดนคนตาย

วว9:1เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่ห้าเป่าแตรขึ้น ข้าพเจ้าเห็นดาวดวงหนึ่งที่ได้ตกจากฟ้าลงมาที่แผ่นดินโลกแล้ว พระเจ้าประทานลูกกุญแจสำหรับช่องของบาดาลลึกให้แก่ดาวดวงนั้น

วว20:1แล้วข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ ท่านถือลูกกุญแจของบาดาลลึก และถือโซ่เส้นใหญ่ในมือของท่าน 

พระเยซูคริสต์ใช้ในความหมาย ให้สิทธิอำนาจของพระคริสต์ (พระเมสิยาห์) กับพวกสาวก หลังแห่งความตายมีชัยต่อคริสตจักรไม่ได้

มธ16:19เราจะมอบลูกกุญแจต่างๆ แห่งแผ่นดินสวรรค์ให้ไว้แก่ท่าน สิ่งใดที่ท่านกล่าวห้ามในโลก สิ่งนั้นก็จะถูกกล่าวห้ามในสวรรค์ และสิ่งใดที่ท่านกล่าวอนุญาตในโลก สิ่งนั้นก็จะได้รับอนุญาตในสวรรค์”

และคำว่า กุญแจของดาวิด เคยใช้ในพระคัมภีร์เดิม พระเจ้าให้อิสยาห์เผยวจนะว่าจะตั้งเอลียาคิมคนใหม่ ดูแลแทนเชบนา ผู้ดูแลราชสำนักของดาวิด

อสย22:21-22 เราจะเอาเสื้อยศของเจ้ามาสวมให้เขา และจะเอาสายคาดเอวของเจ้าคาดเขาไว้ แล้วจะมอบอำนาจของเจ้าไว้ในมือของเขา เขาจะเป็นเหมือนบิดาของชาวกรุงเยรูซาเล็ม และของเชื้อวงศ์ยูดาห์22 และเราจะวางลูกกุญแจแห่งวังของดาวิดไว้บนบ่าของเขา เมื่อเขาเปิดแล้วก็จะไม่มีใครปิดได้ และเมื่อเขาปิดแล้วก็จะไม่มีใครเปิดได้

สรุปความหมาย  พระองค์เป็นใครและมีสิทธิอำนาจอะไร(เกี่ยวข้องกับคริสตจักรอย่างไรนั่นเอง)

“พระองค์ผู้บริสุทธิ์ ผู้ทรงสัตย์จริง ผู้ทรงมีลูกกุญแจของดาวิด” คือ พระนามของพระเยซูคริสต์ในฐานะเป็นลูกแกะ(พระเมษโปดก) บริสุทธิ์เพื่อมอบถวายแด่พระเจ้า ในการชำระความผิดบาปของคนบาป ทำให้คนบาปได้รับการชำระชีวิตให้บริสุทธิ์ และพระเมสิยาห์ ในฐานะทรงเป็นกษัตริย์ผู้ได้รับการเจิม แห่งอาณาจักรของพระเจ้า ผู้ทรงมีสิทธิอำนาจในการอนุญาตให้วิญญาณของผู้ที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้วเข้าในแผ่นดินของพระองค์

การนำไปประยุกต์ใช้ เรื่องการเปิดเผยของพระเยซูคริสต์ว่าพระองค์เป็นใครสำหรับคริสตจักร จะมีความสัมพันธ์กับสถานการณ์ หรือสัมพันธ์กับคริสตจักรในช่วงเวลาขณะนั้น

จากพระธรรมตอนนี้เรารู้ว่า พระเยซูคริสต์เป็นผู้ตายไถ่บาป(ตามที่พระเจ้ากำหนด ตามวิธีการที่พระเจ้ากำหนด ไม่ใช่มนุษย์เราคิดพิธีกรรมนี้ขึ้นเอง) และพระเยซูคริสต์ทรงเป็นกษัตริย์แห่งแผ่นดินสวรรค์

เราทั้งหลายต้องรับความจริงที่ยอห์นบันทึกไว้ด้วยความเชื่อ และดำเนินชีวิตบริสุทธิ์เหมือนพระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์ ดำเนินชีวิตให้สมกับการเป็นพลเมืองแห่งแผ่นดินของพระเจ้า เพราะพระเยซูคริสต์เป็นผู้เดียวที่เปิดประตูแห่งแผ่นดินสวรรค์นั้นได้

คริสตจักรและผู้เชื่อควรให้ความสำคัญกับราชกิจของพระเยซูคริสต์ ในเรื่องการประกาศข่าวประเสริฐ เรื่องการไถ่บาปของพระเยซูคริสต์ ประกาศความจริงนี้ออกไป โดยการดำเนินชีวิตบริสุทธิ์ รักษาความเชื่อในพระเยซูคริสต์

7.คริสตจักรเมืองเลาดีเซีย (วว3:14)

วว3:14“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองเลาดีเซียว่า ‘พระองค์ผู้เป็นพระอาเมน ทรงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์(4103)และสัตย์จริง(228) และทรงเป็นต้นกำเนิดของสิ่งสารพัดที่พระเจ้าทรงสร้างนั้น ตรัสดังนี้ว่า

เรามาดูรายละเอียดได้เห็นพระเจ้าอย่างไร?

“พระอาเมน ทรงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์(4103vpistos) ” ให้ความหมายถึง พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพยานด้วยพระองค์เอง เป็นผู้ซึ่งไว้วางใจได้ เชื่อถือได้ ในส่ิงที่พระองค์ ทรงกระทำ สิ่งที่พระองค์สอนสั่งบัญชา ส่ิงที่เป็นราชกิจของพระองค์ ทรงมีความน่าเชื่อถือ มีน้ำหนัก เป็นพยานเรื่องจริงไม่ใช่การเป็นพยานเท็จ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของพวกเขา(ผู้เชื่อ)  เน้นย้ำความเป็นพระเจ้าที่สมบูรณ์ ความสัตย์ซื่อของพระองค์

“สัตย์จริง หรือ ความจริง” เป็นสิ่งที่บำรุงเลี้ยงจิตวิญญาณจนถึงชีวิตนิรันดร์ เน้นย้ำความจริง ตอนนี้ ด้วยคำว่า อาเมน กับ สัตย์จริง (GK228. aléthinos (adj)อ่านว่า(al-ay-thee-nos’) แปลว่า ความจริง, จริงแท้)

ตอนนี้เป็นการย้ำ คำว่า “ซื่อสัตย์” ซึ่งได้เคยกล่าวไว้ตอนต้นของวิวรณ์

วว1:5 และจากพระเยซูคริสต์พยานผู้ซื่อสัตย์(4103 pistos) ซึ่งเป็นผู้แรกที่ทรงเป็นขึ้นจากตาย และเป็นผู้ทรงครอบครองเหนือบรรดากษัตริย์ในโลกพระองค์ทรงรักเรา ทรงปลดปล่อยเราจากบาปของเราด้วยพระโลหิตของพระองค์

และในตอนท้ายของวิวรณ์ใช้คำว่า ซื่อสัตย์และสัตย์จริง เหมือนวว3:14 ยืนยันว่าพระเยซูคริสต์ จะเสด็จกลับมาพิพากษา

วว19:11แล้วข้าพเจ้าเห็นสวรรค์เปิดออก และ นี่แน่ะ มีม้าสีขาวตัวหนึ่ง พระองค์ผู้ทรงม้านั้นมีพระนามว่า “ซื่อสัตย์(4103)และสัตย์จริง(228)” พระองค์ทรงพิพากษาและทรงต่อสู้ด้วยความชอบธรรม

“เป็นต้นกำเนิด” ให้ความหมายถึง ทุกส่ิงถูกสร้างขึ้นโดยพระองค์ ไม่ใช่พระเยซูคริสต์ถูกสร้างขึ้นเป็นสิ่งแรกแล้วส่ิงอื่นๆจึงถูกสร้างตามมา พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าทรงพระชนม์อยู่โดยพระองค์เอง ไม่ได้ถูกสร้าง

คส1:15-16 พระคริสต์ทรงเป็นพระฉายาของพระเจ้าผู้ไม่ทรงปรากฏแก่ตา ทรงเป็นบุตรหัวปีเหนือทุกสิ่งที่ทรงสร้าง 16เพราะว่าโดยพระองค์ทุกสิ่งได้รับการทรงสร้างขึ้น ทั้งสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้าและบนแผ่นดินโลก ทั้งสิ่งที่มองเห็นและสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นบัลลังก์แห่งพวกภูตผี หรือพวกภูตผีที่ปกครอง หรือพวกภูตผีที่ครอบครอง หรือพวกภูตผีที่มีอำนาจ ทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นโดยพระองค์และเพื่อพระองค์

พูดกับคริสตจักรเมืองสเมอร์นา พระองค์ทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย

วว2:8“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองสเมอร์นาว่า ‘พระองค์ผู้ทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย ผู้ซึ่งสิ้นพระชนม์แล้ว และกลับมีชีวิตอีก ตรัสดังนี้ว่า

2คร1:20เพราะว่าพระสัญญาต่างๆ ของพระเจ้าล้วนแต่เป็นจริงโดยพระเยซู เพราะเหตุนี้เราจึงพูดว่าอาเมนโดยพระองค์ ซึ่งเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

การนำไปประยุกต์ใช้ ส่ิงที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็น สิ่งนั้นจะมีความสัมพันธ์ต่อผู้เชื่อและคริสตจักร เรื่องราวของพระเจ้าเป็นความจริง พระองค์มาเป็นพยานความจริงด้วยตนเอง อย่ากลัวที่จะถูกตำหนิ ถูกตักเตือนให้กลับใจใหม่ ดีกว่าโดนพระเจ้าจะทรงพิพากษาในวันสุดท้าย

คริสตจักรและผู้เชื่อควรให้ความสำคัญกับการดำเนินชีวิตตามความจริงของพระวจนะพระเจ้า ให้ความสำคัญกับการรู้จักพระเยซูคริสต์มากขึ้น แสวงหาพระเจ้ามากขึ้น สร้างความสนิทสนมกับพระองค์มากขึ้น

กล่าวโดยสรุป 

1.คริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส (วว2:1)

ถือดาวทั้งเจ็ดไว้ในพระหัตถ์ขวา – ใช้สิทธิอำนาจผ่านผู้นำคริสตจักร

ทรงดำเนินอยู่ท่ามกลางคันประทีปทองคำทั้งเจ็ด – รู้ความเป็นไปทุกอย่าง

2.คริสตจักรเมืองสเมอร์นา (วว2:8)

พระองค์ผู้ทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย – พระนามของพระเจ้านิรันดร์

สิ้นพระชนม์แล้ว และกลับมีชีวิตอีก – พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้านิรันดร์

3.คริสตจักรเมืองเปอร์กามัม (วว2:12)

พระองค์ผู้ทรงถือดาบสองคมที่คมกริบ – การพิพากษาเฉียบคมด้วยพระวจนะ

4.คริสตจักรเมืองธิยาทิรา (วว2:18)

ผู้ทรงมีพระเนตรเหมือนอย่างเปลวไฟ – ความสัพพัญญูของพระเจ้า

พระบาทเหมือนทองสัมฤทธิ์ – ทรงฤทธิ์อำนาจทุกสิ่งอยู่ภายใต้พระองค์

5.คริสตจักรเมืองซาร์ดิส (วว3:1)

พระองค์ผู้ทรงมีพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า – พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัส

ทรงมีดาวเจ็ดดวง – ใช้สิทธิอำนาจดูแลคริสตจักรผ่านผู้นำ

6.คริสตจักรเมืองฟีลาเดลเฟีย (วว3:7)

พระองค์ผู้บริสุทธิ์ – ลูกแกะมอบถวายไถ่บาปของพระเจ้า

ผู้ทรงสัตย์จริง – พระเมสิยาห์ ผู้ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ได้รับการเจิม

ลูกกุญแจของดาวิด – สิทธิอำนาจของพระเยซูให้ผู้เชื่อเข้าแผ่นดินสวรรค์

7.คริสตจักรเมืองเลาดีเซีย (วว3:14)

พระองค์ผู้เป็นพระอาเมน – เป็นพระเจ้าจริง

ทรงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์และสัตย์จริง – เชื่อถือได้ เป็นจริง

และทรงเป็นต้นกำเนิดของสิ่งสารพัด – รวมทั้งชีวิตของเราทุกคน

ขอพระเจ้าอวยพรท่าน ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

อ้างอิง:
1https://biblehub.com/greek/32.htm
2Kenneth L. Barker และคณะ. พระคริสต์ธรรมคัมภีร์อมตธรรมร่วมสมัย ฉบับค้นคว้า. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: องค์การอมตธรรม, 2011, หน้า 2559.
3เจ. เกลน มอริส. แปลโดย ดารณี ประดับชนานุรัตน์. คู่มือศึกษาพระคัมภีร์ใหม่ วิวรณ์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงเรียนคริสตศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์, 2019, หน้า 42-50.
4เจ. เกลน มอริส. แปลโดย ดารณี ประดับชนานุรัตน์. คู่มือศึกษาพระคัมภีร์ใหม่ วิวรณ์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงเรียนคริสตศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์, 2019, หน้า62-68.
5https://biblehub.com/greek/4442.htm
6จอห์น เอฟ วาลวูร์ด. แปลโดย ธนาภรณ์  ธรรมสุจริตกุล. วิวรณ์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: ศูนย์ทีรันนัส (สำนักพิมพ์ จีพี), 2001, หน้า 136-139.
7https://biblehub.com/commentaries/meyer/revelation/3.htm
8https://biblehub.com/greek/40.htm
9https://biblehub.com/greek/228.htm
10https://biblehub.com/greek/2807.htm
11https://biblehub.com/greek/3144.htm
12https://biblehub.com/greek/4103.htm
13https://biblehub.com/greek/228.htm
14เจ. เกลน มอริส. แปลโดย ดารณี ประดับชนานุรัตน์. คู่มือศึกษาพระคัมภีร์ใหม่ วิวรณ์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงเรียนคริสตศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์, 2019, หน้า78-82.

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top