อ.กิจขจร ลิ่วเฉลิมวงศ์

เทศนาอาทิตย์ที่  8 กันยายน 2019 คริสตจักรชีวิตรุ่งเรือง (GLC)

พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่แท้จริง อสค34:11-16

1.พระเจ้าทรงรื้อฟื้นความสัมพันธ์ (11,13,16)

2.พระเจ้าทรงช่วยให้เรารอด (12)

3.พระเจ้าทรงเลี้ยงดู (13-14)

11“เพราะว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ดูสิ เรา คือเราเองจะค้นหาแกะของเรา และจะเสาะหาแกะ 12เหมือนผู้เลี้ยงแกะเสาะหาฝูงแกะเมื่อเขาอยู่ท่ามกลางแกะของเขาที่กระจัดกระจายไป เราก็จะเสาะหาแกะของเราเช่นนั้น และเราจะช่วยพวกแกะให้รอดพ้นจากสถานที่ทั้งหลายซึ่งพวกเขาได้กระจัดกระจายไปอยู่เมื่อวันที่มีเมฆและมืดทึบ 13เราจะนำเขาทั้งหลายออกมาจาก ชนชาติทั้งหลาย และรวบรวมเขามาจากประเทศต่างๆ และจะนำพวกเขามาไว้ในแผ่นดินของเขาเอง แล้วเราจะเลี้ยงเขาบนภูเขาของอิสราเอลใกล้ห้วยทั้งหลาย และในทุกแห่งของประเทศนั้นที่สามารถอาศัยได้ 14เราจะเลี้ยงพวกเขาในทุ่งหญ้าที่ดี และลานหญ้าของเขาจะอยู่บนภูเขาสูงทั้งหลายของอิสราเอล ที่นั่น พวกเขาจะนอนลงในลานหญ้าที่ดี และเขาจะหากินอยู่ในทุ่งหญ้าอุดมบนภูเขาของอิสราเอล 15ตัวเราเองจะเลี้ยงดูแกะของเรา เราจะทำให้เขานอนลง พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ 16เราจะเสาะหาแกะที่หาย เราจะนำตัวที่หลงกลับมา เราจะพันผ้าให้แกะที่กระดูกหัก และเราจะเสริมกำลังแกะที่อ่อนเพลีย แต่เราจะ ทำลายแกะที่อ้วนและแข็งแรง เราจะเลี้ยงดูเขาด้วยความยุติธรรม

เอเสเคียลเติบโตขึ้นในยุคการปฏิรูปศาสนาของกษัตริย์โยสิยาห์ (องค์ที่18)  และถูกพาไปยังบาบิโลนพร้อมกับกษัตริย์เยโฮยาคินในปี กคศ. 597

เอเสเคียล ทำหน้าที่เป็นทั้งปุโรหิตและผู้เผยพระวจนะ  ได้ประกาศเตือนการ พิพากษาแก่ยิวฝ่ายใต้เรื่องที่ต้องถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยในบาบิโลน และการ รื้อฟื้นชนชาติรับการอวยพรในที่สุดจากพระเจ้า

เอเสเคียลแสดงให้เห็นชัดว่าการเป็นเชลย ไม่ใช่เป็นผลจากฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าที่มีความจำกัดไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้ แต่เหตุการณ์เป็นเชลยของพวกเขาแท้จริงเป็นการลงโทษที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้นเพราะเหตุความบาปของพวกเขา   

เอเสเคียลประกาศ ว่าพระเจ้าจะแก้แค้นผู้ที่จับพวกเขาไปเป็นเชลยในพระราชกิจการปลดปล่อยในที่สุด

พระธรรมเอเสเคียล34 ตอนนี้เป็นเหตุการณ์ช่วงยูดาห์ อิสราเอลฝ่ายใต้เมืองหลวงอยู่ที่เยรูซาเล็ม ถูกนำไปเป็นเชลยที่บาบิโลน พระวิหารถูกทำลาย

อสค33:21และอยู่มาเมื่อวันที่ 5 เดือนที่ 10 ในปีที่ 12 ซึ่งเราได้ถูกกวาดไปเป็นเชลย คนหนึ่งที่หนีมาจากกรุงเยรูซาเล็มมาหาข้าพเจ้า กล่าวว่าเมืองนั้นแตกเสียแล้วอยู่ในเวลาช่วงเดียวกันกับเหตุการณ์ใน

2พกษ25:1-4 และอยู่มาเมื่อวันที่ 10 เดือน 10 ปีที่ 9 แห่งรัชกาลของเศเดคียาห์ (king 21th)เนบูคัดเนสซาร์พระราชาแห่งบาบิโลนได้ทรงยกทัพทั้งสิ้นของพระองค์มาโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม และล้อมกรุงนั้นไว้และเขาทั้งหลายได้สร้างเครื่องล้อมไว้รอบ 2กรุงนั้นจึงถูกล้อมอยู่ถึงปีที่ 11 แห่งรัชกาลกษัตริย์เศเดคียาห์ 3เมื่อถึงวันที่ 9 ของเดือนที่ 4 เกิดการกันดารอาหารรุนแรงในกรุงนั้น ไม่มีอาหารให้แก่ประชาชนของแผ่นดิน 4แล้วกรุงนั้นก็แตก ทหารทั้งสิ้นหนีออกไปในเวลากลางคืนตามทางประตูเมือง ระหว่างกำแพงทั้งสองซึ่งอยู่ริมพระราชอุทยาน (ทั้งๆ ที่คนเคลเดียอยู่รอบเมือง) และพระราชาก็เสด็จตามทางไปลุ่มแม่น้ำจอร์แดน

สถานการณ์ของยูดาห์ในเวลานั้นคือ การสิ้นชาติ เจอความทุกข์ยากลำบากต้องไปเป็นเชลย ครอบครัวพลัดพราก ความมั่นคงไม่มี อนาคตไม่มี ศักดิ์ศรีไม่มี พวกเขาเป็นประชากรของพระเจ้า ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์ร้ายเช่นนี้  ให้เรามาศึกษาพระธรรม อสค34:11-16 ด้วยกันครับ หัวข้อคำเทศนาในวันนี้ คือ

พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่แท้จริง อสค34:11-16

1.พระเจ้าทรงรื้อฟื้นความสัมพันธ์ (11,13,16)

11“เพราะว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ดูสิ เรา คือเราเองจะค้นหาแกะของเรา และจะเสาะหาแกะ  ( แกะที่หลงไปและทำบาปกับพระเจ้า )

(แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกๆอย่างที่ไม่ดี ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราจะเกิดจาก การทำบาปผิดอย่างเดียว แต่หลายครั้งอาจเป็นการทดสอบความเชื่อ หรือเป็นการทดลองใจก็ได้ หรืออาจเป็นการข่มเหงก็ได้ แต่อสค34 ตอนนี้พระเจ้าบอก ชัดว่าเป็นการลงโทษจากการทำผิด)

13เราจะนำเขาทั้งหลายออกมาจาก ชนชาติทั้งหลาย และรวบรวมเขามาจากประเทศต่างๆ ( พระเจ้าต้องใช้พลังอย่างมากเหนือชนชาติต่างๆ ) และจะนำพวกเขามาไว้ในแผ่นดินของเขาเอง แล้วเราจะเลี้ยงเขาบนภูเขาของอิสราเอลใกล้ห้วยทั้งหลาย และในทุกแห่งของประเทศนั้นที่สามารถอาศัยได้ ( พระเจ้าเลี้ยงดูด้วยพระคุณไม่ใช่เพราะเราทำดีหรือน่ารัก )

16เราจะเสาะหาแกะที่หาย เราจะนำตัวที่หลงกลับมา เราจะพันผ้าให้แกะที่กระดูกหัก และเราจะเสริมกำลังแกะที่อ่อนเพลีย (พระเจ้ามีใจอดทน มีใจกรุณาสงสาร ) แต่เราจะ ทำลายแกะที่อ้วนและแข็งแรง เราจะเลี้ยงดูเขาด้วยความยุติธรรม (จะอธิบายข้อนี้ในตอนต่อไป)

พระคำเหล่านี้เป็นความหวังให้กับเรา แม้เราทำผิดบาปกับพระเจ้ามากมาย พระองค์อยากรื้อความสัมพันธ์ที่ดีกลับมา เราจึงมีความหวังที่จะกลับมาคืนดีกับพระเจ้าได้ กลับมาหาพระเจ้าได้

แท้ที่จริงแล้วพระเจ้าไม่อยากพิพากษาลงโทษอิสราเอล ด้วยการกันดาร

อาหาร ด้วยโรคระบาด ด้วยดาบ ด้วยการกระจายพวกเขาไป  แต่พระเจ้ามีเหตุผลในการพิพากษา

อสค5:12 หนึ่งส่วนสามของพวกเจ้าจะล้มตายเพราะโรคระบาด หรือถูกผลาญด้วยความอดอยากท่ามกลางพวกเจ้า อีกหนึ่งส่วนสามจะล้มตายด้วยดาบ อยู่รอบๆ เจ้า และอีกหนึ่งส่วนสามนั้น เราจะให้กระจัดกระจายไปตามลมในทุกทิศทาง และเราจะชักดาบออกไล่ตามเขาทั้งหลายไป

อสค14:21-23เพราะพระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด เมื่อเราส่งภัยแห่งการพิพากษาร้ายแรงทั้งสี่ประการของเราคือ ดาบ การกันดารอาหาร สัตว์ร้ายและโรคระบาดมาเหนือเยรูซาเล็ม เพื่อกำจัดมนุษย์และสัตว์เสียจากนครนั้น 22นี่แน่ะ จะมีคนรอดตายเหลืออยู่ในนั้น บุตรชายและบุตรสาวทั้งหลายของเขาจะถูกนำออกมา เขาทั้งหลายออกมายังพวกเจ้า และพวกเจ้าจะเห็นวิถีชีวิตและการกระทำของพวกเขา แล้วพวกเจ้าจะเบาใจในเรื่องการร้ายซึ่งเราได้นำมาเหนือเยรูซาเล็ม คือทุกสิ่งที่เรานำมาเหนือนครนั้น 23คนเหล่านั้นจะทำให้พวกเจ้าเบาใจ เมื่อเจ้าได้เห็นวิถีชีวิตและการกระทำของพวกเขาแล้ว แล้วเจ้าจะทราบว่า เราไม่ได้ทำสิ่งต่างๆ ที่เราได้ทำแล้วในนครนั้น

โดยปราศจากเหตุผล พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ

ดังนั้นพระเจ้าให้เอเสเคียลเป็นใบ้ แต่ให้เตือนพวกเขาให้กลับใจใหม่จากบาปก่อนล่วงหน้าด้วยการแสดงให้เห็นถึงการใช้ชีวิตยาก ลำบากในการเป็นเชลยแทนการพูด

เอเสเคียลเตือนก่อนเป็นเชลยถึง 7 ปี อสค1:1-2 ในวันที่ 5 เดือนที่ 4 ปีที่ 30 ขณะเมื่อข้าพเจ้าอยู่ท่ามกลางพวกเชลยที่ริมแม่น้ำเคบาร์ ท้องฟ้าเปิดออก และข้าพเจ้าได้เห็นพระเจ้าในนิมิต 2ในวันที่ 5 เดือนนั้น (คือในปีที่ 5 ที่

กษัตริย์เยโฮยาคีนตกเป็นเชลย

อสค3:26 VS อสค33:21-22

อสค3:26 และเราจะทำให้ลิ้นของเจ้าติดกับเพดานปากของเจ้า ดังนั้นเจ้าจะเป็นใบ้ เจ้าจะไม่สามารถว่ากล่าวพวกเขา เพราะว่าเขาทั้งหลายเป็นพงศ์พันธุ์ที่มักกบฏ 

อสค33:21และอยู่มาเมื่อวันที่ 5 เดือนที่ 10 ในปีที่ 12 ซึ่งเราได้ถูกกวาดไปเป็นเชลย คนหนึ่งที่หนีมาจากกรุงเยรูซาเล็มมาหาข้าพเจ้า กล่าวว่า เมืองนั้นแตกเสียแล้ว 22ในเวลาเย็นนั้น ก่อนที่ผู้ลี้ภัยจะมา พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์ได้มาอยู่เหนือข้าพเจ้า แล้วพระองค์ทรงเปิดปากข้าพเจ้าในเวลาที่ชายคนนั้นมาถึงในตอนเช้า  ดังนั้นปากของข้าพเจ้าจึงถูกเปิดออก และข้าพเจ้าก็ไม่ได้เป็นใบ้อีกต่อไป

ก่อนหน้านั้นเตือนให้เห็นจากสะมาเรีย อิสราเอลฝ่ายเหนือล่มสลาย ปี ...722ก่อนที่อิสราเอลฝ่ายใต้ เยรูซาเล็มจะเป็นเชลยบาบิโลนปีก...597 เตือนก่อน 125 ปี แต่เยรูซาเล็มก็ไม่ได้กลับใจใหม่

พระเจ้าทรงถ่อมพระทัยที่จะเข้าหาเราก่อน รื้อฟื้นไมตรีให้ก่อน ถ้าเราหยิ่งเราจะไม่แคร์คน ไม่ง้อคน ไม่ยกโทษคนที่ทำผิดกับเราก่อน แต่พระเจ้าถ่อมใจ

พระเจ้าต้องการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเรา พระองค์เป็นผู้เริ่มต้น พระองค์ เตือนเราให้ดำเนินชีวิตให้ถูกต้องจะได้ไม่ต้องทำผิดกับพระองค์ทำให้เราโดนพิพากษา แม้เรารับผลบาปแล้ว พระเจ้าก็อยากให้เรากลับมาคืนดีกับพระองค์ พระเจ้าต้องการรื้อฟื้นเรากลับมาสัมพันธ์กับพระเจ้า

ระองค์พร้อมยกโทษให้เรา แต่เราพร้อมกลับใจใหม่จากบาปหรือเปล่า

2.พระเจ้าทรงช่วยให้เรารอด (12)

12เหมือนผู้เลี้ยงแกะเสาะหาฝูงแกะเมื่อเขาอยู่ท่ามกลางแกะของเขาที่กระจัดกระจายไป เราก็จะเสาะหาแกะของเราเช่นนั้น และเราจะช่วยพวกแกะให้รอดพ้นจากสถานที่ทั้งหลายซึ่งพวกเขาได้กระจัดกระจายไปอยู่เมื่อวันที่มีเมฆและมืดทึบ (แกะที่กระจัดกระจายเป็นอาหารของสัตว์ป่าได้ง่าย เสียชีวิตได้ง่าย)

ในเวลานั้นความรอดของพวกเขา คือ ไม่ต้องไปเป็นเชลยในบาบิโลน ไม่ต้องถูกลงโทษ แต่พระเจ้า หมายถึง การที่พวกเขาจะได้กลับจากการเป็นเชลยในบาบิโลนหลังจากพระเจ้าชำระแผ่นดินนั้นแล้ว พวกเขาจะได้กลับมายังแผ่นดินพันธสัญญาที่พระเจ้าได้มอบไว้ เริ่มสร้างชาติกันใหม่ ดำเนินชีวิตเป็นประชากรของพระเจ้าใหม่อีกครั้ง พระเจ้าบอกไว้ก่อนล่วงหน้า 70 ปี

ดนล9:2ในปีที่หนึ่งแห่งรัชกาลของท่าน ข้าพเจ้าดาเนียล ได้ดูในหนังสือพบจำนวนปี ซึ่งตามพระวจนะของพระยาห์เวห์ที่ทรงมีถึงเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ จะต้องผ่านพ้นไปก่อนสิ้นวันกรุงเยรูซาเล็มร้างเปล่าคือจำนวน 70 ปี

เป้าหมายสูงสุดของพระเจ้าคือ ให้เรารอดพ้นจากอันตราย ความทุกข์ยากลำบากนิรันดรไม่ใช่รอดเพียงชั่วคราวบนแผ่นดินโลก

นั่นคือ ฝ่ายวิญญาณจิตของเราได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ไม่มีบาป จึงจะเข้าอยู่ในสวรรค์ที่ประทับในแผ่นดินของพระเจ้านิรันดร

คำทำนายแก้ฝันของดาเนียลให้กษัตริย์เนบูคัดเนซาร์เป็นการสำแดงให้เห็นอนาคตฝ่ายวิญญาณ คือ อาณาจักรของพระเจ้าจะตั้งมั่นอยู่เป็นนิตย์ เพราะพระเจ้าปกครองแผ่นดินนั้น

ดนล2:44 และในสมัยของพระราชาเหล่านั้น พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์จะทรง

สถาปนาราชอาณาจักรหนึ่ง ซึ่งไม่มีวันถูกทำลาย หรือถูกมอบให้ชนชาติอื่น ราชอาณาจักรนั้นจะทำให้ราชอาณาจักรเหล่านี้ทั้งหมดแตกเป็นชิ้นๆ จนพินาศไป และราชอาณาจักรนั้นจะตั้งมั่นอยู่เป็นนิตย์

3.พระเจ้าทรงเลี้ยงดู (13-14)

13เราจะนำเขาทั้งหลายออกมาจาก ชนชาติทั้งหลาย และรวบรวมเขามาจากประเทศต่างๆ และจะนำพวกเขามาไว้ในแผ่นดินของเขาเอง แล้วเราจะเลี้ยงเขาบนภูเขาของอิสราเอลใกล้ห้วยทั้งหลาย และในทุกแห่งของประเทศนั้นที่

สามารถอาศัยได้ 14เราจะเลี้ยงพวกเขาในทุ่งหญ้าที่ดี และลานหญ้าของเขาจะอยู่บนภูเขาสูงทั้งหลายของอิสราเอล ที่นั่น พวกเขาจะนอนลงในลานหญ้าที่ดี และเขาจะหากินอยู่ในทุ่งหญ้าอุดมบนภูเขาของอิสราเอล 

ในเวลานั้นพวกเขาเริ่มถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยแล้ว ไม่มีความหวังว่าจะได้กลับมาอิสราเอลอีกไหม จะสิ้นชาติหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่พระเจ้าสัญญาว่าพระเจ้าจะทรงเลี้ยงดูพวกเขา พระเจ้าเป็นผู้เลี้ยงของเขา จะนำเขากลับมาอีกครั้ง เขาจะไม่สิ้นชาติ ทำให้พวกเขามีความหวัง มีกำลังใจ รับโทษการพิพากษาด้วยความหวังว่าจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้าอีกครั้ง

พระเจ้าทำราชกิจทุกอย่างของพระองค์สำเร็จในพระเยซู  พระองค์เป็นผู้เลี้ยงที่ดี เราต้องกลับใจใหม่และแสวงหาพระเจ้า ไม่ใช่แสวงหาคนที่จะมาช่วยเราแต่ให้พระเจ้ากลับมาเป็นผู้เลี้ยงในชีวิตของเราอีกครั้ง

ยน10:11-18 เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี ผู้เลี้ยงที่ดีย่อมสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ 12คนที่รับจ้างไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงแกะ ฝูงแกะไม่ได้เป็นของเขา เมื่อเห็นสุนัขป่ามาเขาจึงละทิ้งฝูงแกะหนีไป สุนัขป่าก็ไล่กัดกินพวกแกะจนกระจัดกระจาย 13เขาหนีเพราะเขาเป็นเพียงลูกจ้างและไม่ได้เป็นห่วงแกะเลย 14เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี เรารู้จักแกะของเราและแกะของเราก็รู้จักเรา 15เหมือนอย่างที่พระบิดาทรงรู้จักเราและเรารู้จักพระบิดา และเราสละชีวิตเพื่อฝูงแกะ 16แกะอื่นที่ไม่ได้เป็นของคอกนี้เราก็มีอยู่ แกะพวกนั้นเราก็ต้องพามาด้วย และแกะพวกนั้นจะฟังเสียงของเราแล้วจะรวมเป็นฝูงเดียวและมีผู้เลี้ยงเพียงผู้เดียว 17เพราะเหตุนี้พระบิดาจึงทรงรักเรา เพราะเราสละชีวิตของเราเพื่อจะรับชีวิตนั้นคืนมาอีก 18ไม่มีใครชิงชีวิตไปจากเราได้ แต่เราสละชีวิตตามที่เราตั้งใจเอง เรามีสิทธิอำนาจที่จะสละชีวิตนั้นและมีสิทธิอำนาจที่จะรับคืนมาอีก คำกำชับนี้เราได้รับมาจากพระบิดาของเรา

พระเจ้าตามหาท่านให้กลับมาสัมพันธ์สนิทกับพระองค์อีกครั้ง และพระองค์จะดีใจเมื่อท่านกลับใจใหม่จากบาป จากเนื้อหนัง จากการแสวงหาส่ิงต่างๆโลกนี้ที่จะมอบให้ท่าน แต่ท่านเลือกที่จะกลับใจใหม่มาหาพระเจ้า

ลก15:3-7 พระเยซูจึงตรัสอุปมาต่อไปนี้ให้พวกเขาฟังว่า 4ใครในพวกท่าน ที่มีแกะร้อยตัวและตัวหนึ่งหลงหายไป จะไม่ทิ้งเก้าสิบเก้าตัวนั้นไว้ที่กลางทุ่งหญ้าแล้วออกไปตามหาตัวที่หายไปนั้นจนกว่าจะพบหรือ5และเมื่อพบแล้ว เขาจะยกขึ้นใส่บ่าแบกมาด้วยความชื่นชมยินดี 6เมื่อมาถึงบ้าน เขาก็เชิญมิตรสหายและเพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน แล้วพูดกับพวกเขาว่ามาร่วมยินดีกับข้า เพราะข้าพบแกะของข้าที่หายไปนั้นแล้ว’ 7เราบอกท่านทั้งหลายว่า ในทำนองเดียวกัน จะมี ความชื่นชมยินดีในสวรรค์เรื่องคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเรื่องคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ยอมกลับใจ

กท6:1,9-10 พี่น้องทั้งหลาย แม้จับใครที่ละเมิดประการใดได้ พวกท่านซึ่งอยู่ฝ่ายพระวิญญาณ จงช่วยคนนั้นด้วยใจสุภาพอ่อนโยนให้เขากลับตั้งตัวใหม่ โดยคิดถึงตัวเอง เกรงว่าท่านจะถูกทดลองด้วย 9อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร 10เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ให้เราทำดีต่อทุกคน และเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อคนที่เป็นสมาชิกของครอบครัวแห่งความเชื่อ

เมื่อเราได้รับการช่วยเหลือให้กลับใจใหม่ เราก็น่าจะช่วยคนอื่นด้วย เราที่รับความรอดแล้วก็ควรช่วยคนอื่นให้ได้รับความรอดด้วย ดูตัวอย่างจากชีวิตของเปโตร ยน21:17 VS 1ปต5:2-4 เมื่อเวลาที่เขาปฎิเสธพระเยซู  พระองค์เป็นผู้เลี้ยงช่วยเขาให้กลับมาคืนดีกับพระองค์ได้ และขอให้เขาช่วยคนอื่นๆเช่นกัน

ยน21:17พระองค์ตรัสกับเขาครั้งที่สามว่าซีโมนบุตรยอห์นเอ๋ย ท่านรักเราหรือ?” เปโตรเสียใจมากที่พระองค์ตรัสถามเขาครั้งที่สามว่าท่านรักเราหรือ?” เขาจึงทูลพระองค์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง พระองค์ทรงรู้ดีว่าข้าพระองค์รักพระองค์พระเยซูตรัสกับเขาว่า จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด

เมื่อเวลาที่เปโตรใกล้จะตายเขาได้กำชับผู้เชื่อให้ทำตามแบบอย่างพระเยซูในการเป็นผู้เลี้ยงที่ดี

1ปต5:2-4 จงเลี้ยงฝูงแกะของพระเจ้าที่อยู่ท่ามกลางพวกท่าน [โดยเอาใจใส่ดูแล]ไม่ใช่ด้วยความฝืนใจ แต่ด้วยความเต็มใจ [ตามพระประสงค์ของพระเจ้าไม่ใช่ด้วยใจโลภในทรัพย์สิ่งของ แต่ด้วยใจกระตือรือร้น 3และไม่เป็นเหมือนผู้ใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มขี่ผู้ที่อยู่ในความดูแล แต่ให้เป็นแบบอย่างแก่ฝูงแกะนั้น 4และเมื่อพระผู้เลี้ยงผู้ยิ่งใหญ่เสด็จมาปรากฏ พวกท่านจะได้รับมงกุฎแห่งศักดิ์ศรีที่ไม่มีวันร่วงโรย

วันนี้หากเราได้ตระหนัก ได้สำรวจชีวิตตนเอง เราเป็นแกะที่หลงไปจากพระเจ้าหรือไม่ พระเจ้ายังเป็นผู้เลี้ยงที่ดีสำหรับท่าน แต่ท่านยินดีกลับมาเป็นแกะของพระเจ้าหรือไม่

1ปต2:24-25 พระองค์เองได้ทรงรับแบกบาปทั้งหลายของเราไว้ในพระกายของพระองค์ ที่ต้นไม้นั้น เพื่อว่าเราจะตายต่อบาปได้ และดำเนินชีวิตเพื่อความชอบธรรม ด้วยบาดแผลของพระองค์ พวกท่านจึงได้รับการรักษาให้หาย 

25เพราะว่าพวกท่านได้หลงเจิ่นไปเหมือนแกะ แต่เดี๋ยวนี้ได้กลับมาหาพระผู้เลี้ยงและผู้ดูแลวิญญาณจิตของพวกท่านแล้ว

ตัวอย่าง นายแพทย์คาร์โล เออร์บานี แพทย์ผู้ค้นพบวิธีการรักษาโรคซาร์ ผู้ยอมตายไปกับโรคนี้เพื่อมนุษย์ชาติ

ในพ..ปี 2002 โรคซาร์เกิดระบาดขึ้น และมีผลทำให้มีคนตายเป็นจำนวน มากในวันที่ 28 ..2003 เรื่องนี้จึงถูกเปิดเผยขึ้น คนไข้ชื่อ จอห์นนี่ เฉินนักธุรกิจอเมริกันเชื้อสายจีน เดินทางจากจีนจะไปสิงค์โปร์แต่ป่วยหนักต้องลงที่ฮานอย เวียดนาม โรงพยาบาลขอให้แพทย์จากองค์การอนามัยโลกมาดู

นายแพทย์คาร์โลได้ใช้เวลาในการหาทางรักษาโรคซาร์ โดยให้กักกันผู้ป่วย คัดกรองเชื้อโรค ลดการแพร่ระบาด แต่นายแพทย์คาร์โลกับติดเชื้อโรคนี้เสียเอง ในระหว่างที่เขาเดินทางมาบรรยายที่ประเทศไทย เขาพบว่าเขาเป็นโรคซาร์เสียแล้ว จึงได้ดำเนินการมาตรการกักกันตนเองให้ไม่แพร่เชื้อโรคนี้ วันที่ 29 มี..2003 เขาได้เสียชีวิต หลังจากรักษาตัวอยู่เพียง 18 วันเท่านั้น

การตายของนายแพทย์คาร์โลทำให้โลกรับมือกับโรคระบาดซาร์ได้ ทำให้โรคนี้ไม่ระบาด ฆ่าชีวิตคนมากมายเพราะท่าน ยินดีตายไปกับโรคซาร์ ความรู้ที่เกิดจากการทำงานหนัก ผสานรวบกับมโนธรรม ที่ยอมเสียสละตัวเองให้มนุษย์ชาติยังคงดำรงอยู่ต่อไปได้ และรอดพ้นโรคระบาด เป็นการอุทิศตัวเพื่อมนุษย์ชาติ อย่างแท้จริง

(illustrarion by Kodchakorn Thammachart)

ขอให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา หรือเชิญให้เทศนา ให้สอนหรือให้อบรม

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้วิถีคริสต์ มก6:30-40
บทความถัดไปพระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่แท้จริง อสค34:17-24 (ตอนที่ 2)

2 ความคิดเห็น

  1. ขอบคุณพระเจ้า และขอพระเจ้าอวยพร ACTSDAILY ที่เป็นพระพรสำหรับผู้รับใช้คนอื่นๆ ต่อไป

    • ขอบคุณที่หนุนใจครับ หากมีคำแนะนำอะไรที่เป็นประโยชน์ก็นำเสนอด้วยนะครับ เพื่อพัฒนาให้ดีต่อไปครับ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่