วันเสาร์, กันยายน 25, 2021

พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่แท้จริง อสค34:11-16 (ตอนที่ 1)

sdr

อ.กิจขจร ลิ่วเฉลิมวงศ์

เทศนาอาทิตย์ที่  8 กันยายน 2019 คริสตจักรชีวิตรุ่งเรือง (GLC)

พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่แท้จริง อสค34:11-16

1.พระเจ้าทรงรื้อฟื้นความสัมพันธ์ (11,13,16)

2.พระเจ้าทรงช่วยให้เรารอด (12)

3.พระเจ้าทรงเลี้ยงดู (13-14)

11“เพราะว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ดูสิ เรา คือเราเองจะค้นหาแกะของเรา และจะเสาะหาแกะ 12เหมือนผู้เลี้ยงแกะเสาะหาฝูงแกะเมื่อเขาอยู่ท่ามกลางแกะของเขาที่กระจัดกระจายไป เราก็จะเสาะหาแกะของเราเช่นนั้น และเราจะช่วยพวกแกะให้รอดพ้นจากสถานที่ทั้งหลายซึ่งพวกเขาได้กระจัดกระจายไปอยู่เมื่อวันที่มีเมฆและมืดทึบ 13เราจะนำเขาทั้งหลายออกมาจาก ชนชาติทั้งหลาย และรวบรวมเขามาจากประเทศต่างๆ และจะนำพวกเขามาไว้ในแผ่นดินของเขาเอง แล้วเราจะเลี้ยงเขาบนภูเขาของอิสราเอลใกล้ห้วยทั้งหลาย และในทุกแห่งของประเทศนั้นที่สามารถอาศัยได้ 14เราจะเลี้ยงพวกเขาในทุ่งหญ้าที่ดี และลานหญ้าของเขาจะอยู่บนภูเขาสูงทั้งหลายของอิสราเอล ที่นั่น พวกเขาจะนอนลงในลานหญ้าที่ดี และเขาจะหากินอยู่ในทุ่งหญ้าอุดมบนภูเขาของอิสราเอล 15ตัวเราเองจะเลี้ยงดูแกะของเรา เราจะทำให้เขานอนลง พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ 16เราจะเสาะหาแกะที่หาย เราจะนำตัวที่หลงกลับมา เราจะพันผ้าให้แกะที่กระดูกหัก และเราจะเสริมกำลังแกะที่อ่อนเพลีย แต่เราจะ ทำลายแกะที่อ้วนและแข็งแรง เราจะเลี้ยงดูเขาด้วยความยุติธรรม

อสย6:1-8 “ มีชีวิตแห่งการสรรเสริญ ”

.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี   

อสย6:1-8 “ มีชีวิตแห่งการสรรเสริญ

อาทิตย์เช้าที่ 14 .. 2019  คริสตจักรสาทร

ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับณพระที่นั่งสูงและเทิดทูนขึ้น และชายฉลองพระองค์ของพระองค์เต็มพระวิหาร

2 เหนือพระองค์มีเสราฟิมยืนอยู่ แต่ละตนมีปีกหกปีก ใช้สองปีกบังหน้า และสองปีกคลุมเท้า และด้วยสองปีกบินไป

3 ต่างก็ร้องต่อกันและกันว่าบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าจอมโยธา แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มด้วยพระสิริของพระองค์

4 และรากฐานของธรณีประตูทั้งหลาย ก็สั่นสะเทือนด้วยเสียงของผู้ร้อง และพระนิเวศก็มีควันเต็มไปหมด

5 และข้าพเจ้าว่าวิบัติแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าพินาศแล้ว เพราะข้าพเจ้าเป็นคนริมฝีปากไม่สะอาด และข้าพเจ้าอยู่ในหมู่ชนชาติที่ริมฝีปากไม่สะอาด เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นกษัตริย์ คือพระเจ้าจอมโยธา

6 แล้วตนหนึ่งในเสราฟิมบินมาหาข้าพเจ้า ในมือมีถ่านเพลิง ซึ่งเขาเอาคีมคีบมาจากแท่นบูชา

7 และเขาถูกต้องปากของข้าพเจ้าพูดว่าดูเถิด สิ่งนี้ได้ถูกต้องริมฝีปากของเจ้าแล้ว กรรมชั่วของเจ้าก็ถูกยกเสีย และเจ้าก็จะรับการลบมลทินบาป

8 และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่าเราจะใช้ผู้ใดไป และผู้ใดจะไปแทนเราแล้วข้าพเจ้าทูลว่าข้าพระองค์นี่พระเจ้าข้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด

ติดตามฟังคำเทศนา ศจ.ยินดี จัง

ศจ.ยินดี จัง

สามารถรับฟัง รับชม คำเทศนาจากศจ.ยินดี จัง เพื่อรับพระพร และศึกษาพระวจนะร่วมกัน

 

ความเชื่อเท่านั้น ปฐก22:1-19

.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี เทศนาเช้า อาทิตย์ที่ 23 มิ.. 2019

คริสตจักรพระคริสต์รวมใจ  ความเชื่อเท่านั้น ปฐก22:1-19

พระบัญชาให้ถวายอิสอัค

1ต่อมาพระเจ้าทรงทดลองอับราฮัม และตรัสกับท่านว่าอับราฮัมท่านทูลว่าข้าพระองค์อยู่ที่นี่” 2พระองค์ตรัสว่าจงพาบุตรของเจ้าคืออิสอัค บุตรคนเดียวของเจ้าผู้ที่เจ้ารัก ไปยังดินแดนโมริยาห์ และถวายเขาที่นั่นเป็นเครื่องบูชา บนภูเขาลูกหนึ่งซึ่งเราจะบอกแก่เจ้า” 3อับราฮัมจึงลุกขึ้นแต่เช้ามืด ผูกอานลาของท่านพาคนใช้หนุ่มไปกับท่านด้วยสองคนกับอิสอัคบุตรของท่าน ท่านตัดฟืนสำหรับเครื่องบูชา แล้วเดินทางไปยังที่ซึ่งพระเจ้าทรงบอกแก่ท่าน 4พอถึงวันที่สามอับราฮัมเงยหน้าขึ้นมองเห็นที่นั้นแต่ไกล 5อับราฮัมจึงพูดกับคนใช้ทั้งสองของท่านว่าอยู่กับลาที่นี่เถิด เรากับลูกจะเดินไปที่โน้นนมัสการพระเจ้า แล้วจะกลับมาหาพวกเจ้า” 6อับราฮัมเอาฟืนสำหรับเครื่องบูชาใส่บ่าอิสอัคบุตรชาย มือถือไฟและมีด แล้วพ่อลูกไปด้วยกัน 7อิสอัคพูดกับอับราฮัมบิดาว่าพ่อและท่านตอบว่าลูกเอ๋ย พ่ออยู่นี่ลูกจึงว่านี่ไฟและฟืน แต่ลูกแกะสำหรับเครื่องบูชาอยู่ที่ไหน?” 8อับราฮัมตอบว่าลูกเอ๋ย พระเจ้าจะทรงจัดหาลูกแกะสำหรับพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาทั้งสองก็เดินต่อไปด้วยกัน 9เมื่อเขาทั้งสองมาถึงที่ซึ่งพระเจ้าตรัสบอกเขาไว้ อับราฮัมก็สร้างแท่นบูชาที่นั่น เรียงฟืนเป็นระเบียบ แล้วมัดอิสอัคบุตรชายวางไว้บนแท่นบูชาบนฟืน 10แล้วอับราฮัมก็ยื่นมือจับมีดจะฆ่าบุตรชาย 11แต่ทูตของพระยาห์เวห์เรียกเขาจากฟ้าสวรรค์ว่าอับราฮัม อับราฮัมและท่านตอบว่าข้าพระองค์อยู่ที่นี่” 12ทูตสวรรค์ว่าอย่าแตะต้องเด็กนั้น อย่าทำอะไรเขาเลย เพราะบัดนี้เรารู้แล้วว่าเจ้ายำเกรงพระเจ้า และเจ้าไม่ได้หวงบุตรชายคือบุตรชายคนเดียวของเจ้าไว้จากเรา” 13อับราฮัมเงยหน้าขึ้นมองดู เห็นข้างหลังท่านมีแกะผู้ตัวหนึ่ง เขาของมันติดอยู่ในพุ่มไม้ทึบ อับราฮัมก็ไปจับแกะตัวนั้นมาถวายเป็นเครื่องบูชาแทนบุตรชาย 14อับราฮัมจึงเรียกสถานที่นั้นว่า ยาห์เวห์ยิเรห์ อย่างที่เขาพูดกันทุกวันนี้ว่าทรงจัดไว้ให้บนภูเขาของพระยาห์เวห์”15ทูตของพระยาห์เวห์เรียกอับราฮัมครั้งที่สองมาจากฟ้าสวรรค์ว่า 16“พระยาห์เวห์ตรัสว่า เราเองปฏิญาณว่า เพราะเจ้าทำอย่างนี้และไม่ได้หวงบุตรชายของเจ้า คือบุตรชายคนเดียวของเจ้า 17ดังนั้นเราจะอวยพรเจ้าแน่ เราจะทวีเชื้อสายของเจ้าให้มากขึ้น ดังดวงดาวในท้องฟ้า และดังเม็ดทรายบนฝั่งทะเล เชื้อสายของเจ้าจะได้ประตูเมืองศัตรูทั้งหลายของเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ 18ประชาชาติทั้งหมดในโลกจะได้พรเพราะเชื้อสายของเจ้า เพราะว่าเจ้าเชื่อฟังเรา” 19อับราฮัมจึงกลับไปพบคนใช้ทั้งสองของท่าน แล้วพากันกลับไปยังเบเออร์เชบา อับราฮัมก็อาศัยอยู่ที่เบเออร์เชบา

ซีรี่ส์คำเทศน์ เติบโตผ่านการรับใช้ โดย คริสตจักรอันติโอเกียแบ๊บติสต์(สวนมะลิ)

สามารถรับฟังคำเทศนา ได้หลายๆรสชาติ ผ่านมุมมองพระคัมภีร์หลายๆตอน ผ่านอาจารย์หลายๆท่าน เพื่อเป้าหมายหนึ่งเดียว คือ เรียนรู้เติบโตผ่านการรับใช้

กิจขจร ลิ่วเฉลิมวงศ์

ศบ.สมศักดิ์ จิตรุ่งเรืองกิจ

 

อ.วิฑูร แซ่ว่าง

อ.นิติเชษฐ์ สดุดีวงศ์

สภษ30:24-28 คุณค่าของปัญญา ตอน : ปัญญาสร้างสุขในชีวิต

กิจขจร ลิ่วเฉลิมวงศ์

อาทิตย์ที่ 19 พ.ค. 19 คริสตจักรชีวิตรุ่งเรือง

สภษ30:24-28 คุณค่าของปัญญา

ตอน : ปัญญาสร้างสุขในชีวิต

1.เตรียมตัว (ข้อ25) เหมือนมด

2.ปรับตัว (ข้อ26) เหมือนกระจงผา

3.ฝึกตัว  (ข้อ27) เหมือนตั๊กแตน

4.สร้างตัว  (ข้อ28) เหมือนแมงมุม

24มีสี่สิ่งในโลกที่เล็กเหลือเกินแต่มีปัญญามากเหลือล้น
25มด เป็นประชากรที่ไม่แข็งแรง แต่มันยังเตรียมอาหารของมันไว้ในฤดูแล้ง
26ตัวกระจงผา เป็นประชากรที่ไม่มีกำลัง แต่มันยังสร้างบ้านของมันในซอกหิน
27ตั๊กแตนปาทังก้าไม่มีราชาแต่มันทั้งหมดยังเดินขบวนเป็นแถว

28จิ้งจกนั้น เจ้าเอามือจับได้ แต่มันยังอยู่ในพระราชวัง

(ภาษาเดิมแปลว่า แมงมุม(สายพันธ์หนึ่งของกิ้งก่า)มันชำนาญในการจับ เหยื่อด้วยมือของมันเอง และมันอาศัยในวังของพระราชา)

สุภาษิต 19:1-29 โง่ จน ฉลาด

อ.กิจขจร  ลิ่วเฉลิมวงศ์

คำเทศน์สุภาษิต 19:1-29 โง่จนฉลาด

เทศน์ที่ คจ.พันธสัญญาสุวรรณภูมิ   วันที่ 26 June 2016

จงแสวงหาพระยาเวห์ 1พศด16:11

.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี เทศนาบ่าย อาทิตย์ที่ 7 เม.. 2019

คริสตจักรไมตรีจิตอากาเป้ แบ๊บติสต์

จงแสวงหาพระยาเวห์ 1พศด16:11

จงแสวงหาพระยาห์เวห์และพระกำลังของพระองค์ แสวงหาพระพักตร์ของพระองค์เสมอ

คริสเตียนเป็นผู้แสวงหาพระเจ้า ซึ่งก่อนหน้านั้นมนุษย์สนใจแสวงหาแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้อวยพรเขา มนุษย์เรามีความเห็นแก่ตัว อยากได้อะไรก็ต้องไปบนขอจากส่ิงศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ตอบสนองความเห็นแก่ตัว ความโลภของตนเอง ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตอบสนองตามที่มนุษย์ต้อง เขาก็จะได้ถวายส่ิงของให้เป็นการตอบแทน เป็นการแลกเปลี่ยน

พระเจ้าของคริสเตียน ไม่เคยทำให้เราใฝ่ต่ำไม่ว่าจะเป็นแง่มุมไหนก็ตาม เวลาที่เราอธิษฐานขอกับพระเจ้า พระองค์จึงไม่ได้ตอบสนองความต้อง การทุกอย่างของเรา หรือตอบตามความอยาก ความโลภของเรา

เรื่องการแสวงหาพระยาเวห์วันนี้ สรุปเป็นใจความได้ดังนี้

ประเด็นที่หนึ่ง แสวงหาพระเจ้า อย่างที่พระองค์

ยาห์เวห์ เป็น ชื่อพระเจ้า พระคัมภีร์บอกแบบนั้น คริสเตียนจำนวนมาก อยากให้พระเจ้าเป็นอย่างที่ตัวเองคิด หรืออย่างที่ตัวเองอยากให้พระเจ้า เป็น แต่พระเจ้าจะเป็นแบบที่พระองค์เป็น

ยน3:16พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

พระธรรมตอนนี้บอกว่าพระเจ้าเป็นความรัก ในบางครั้งพระธรรมตอนอื่นก็บอกว่าพระเจ้าเป็นจอมโยธา พระเจ้าทรงเป็นพระยาห์เวห์ทรงเป็นอย่างที่พระองค์ พระนามพระเจ้ามีเยอะมาก การศึกษาเรื่องพระเจ้าต้องใช้เวลายาวนานมาก หากเราใช้ทั้งชีวิตนิรันดร์ก็ยังเรียนเรื่องพระเจ้าไม่จบ

ประเด็นที่สอง พระกำลังของพระองค์ตามอย่างที่พระองค์ ทรงเป็น

เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของเราที่เชื่อต้องดำเนินอย่างไร 

ประเด็นที่สาม แสวงหาพระพักตร์พระองค์

พระคัมภีร์บันทึกเป็นสำนวนแบบของมนุษย์ ทั่วๆไป ตัวอย่างเวลาที่เราคุยโทรศัพท์กับคนที่ไม่เห็นหน้านานๆ ไม่เคยรู้จักหน้าเขามาก่อน เวลาเจอหน้าเขา เราก็ไม่รู้จักว่าเป็นคนที่เราคุยโทรศัพท์มาตั้งนาน

พระคัมภีร์บันทึกเป็นสำนวนให้แสวงหาพระพักตร์  หมายถึง ต้องรู้จักพระเจ้า

อพย33:13 และบัดนี้ ถ้าข้าพระองค์เป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์แล้ว ขอโปรดสำแดงพระมรรคาของพระองค์แก่ข้าพระองค์ แล้วข้าพระองค์จะรู้จักพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์ และขอทรงนับชนชาตินี้เป็นประชากรของพระองค์

โมเสสขอรู้จักมรรคาพระเจ้า หมายถึง ขอรู้จักองค์พระเจ้าเลย แต่พระเจ้า ไม่สามารถเปิดเผยตามที่โมเสสขอได้ ข้อ14-15 เขายืนยันคำขอ ข้อ17 พระเจ้า รับปากแต่ไม่หนักแน่น ข้อ19-20 เจ้าจะเห็นหน้าของเราไม่ได้เพราะจะตาย โมเสสอยากเห็นพระมรรคา พระสิริ เห็นพระพักตร์ ทั้งหมดหมายถึง พระยาห์เวห์ แต่พระเจ้าสำแดงให้ไม่ได้ เพราะมนุษย์ ไม่สามารถรับส่ิงที่เขาขอได้   

วันนี้เราจะขยายความเพื่อศึกษาเรื่อง

การแสวงหาพระเจ้า เพื่อดำเนินชีวิตคริสเตียน  หมายถึง อะไรบ้าง

ประการที่ 1  หมายถึง การแสวงหาความเป็นบุคคลของพระเจ้า

ไม่ใช่แค่แสวงหาพระมรรคา หรือพระสิริ หรือพระพัตร์ แต่รวมไปถึงการแสวงหาพระเจ้า เพื่อให้รู้นิสัย รู้พระทัย รู้ความคิด รู้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง กับความเป็นบุคคลของพระเจ้า จิตใจเราต้องรู้สึกกระหายอยากรู้จักพระเจ้า เมื่อแสวงหาพระเจ้า เราสนใจว่าพระองค์รู้สึกอย่างไร พระองค์คิดอย่างไร พระนามของพระองค์เป็นอย่างไร ยาห์เวห์พระองค์เป็นอย่างที่พระองค์เป็น ไม่ใช่ไปสร้างรูปเคารพเพื่อพยายามที่จะอธิบายว่าพระองค์เป็นพระเจ้าสัพพัญญู มนุษย์เลยสร้างพระเจ้าให้มีสิบหน้าเลย บางศาสนาก็สร้างสี่หน้า

เราแสวงหาพระเจ้าเพื่อเราจะมีสามัคคีธรรมกับพระเจ้า เพื่อเราจะนมัสการพระเจ้า  ให้ใกล้เคียงกับที่พระเจ้าทรงเป็นพระองค์เองมากที่สุด เพื่อเราจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า เช่น เราเป็นประชากรของพระเจ้า พระเจ้าเป็นกษัตริย์  พระเจ้านำเสนอเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า ก็เป็นแบบประชากรกับกษัตริย์ พระเจ้าปกครองเรา

พระเจ้าไม่ต้องรอการบนบานของเรา พระองค์ไม่รับสินบน พระเจ้าไม่คอรัปชั่น ดังนั้นไม่ต้องติดสินบนให้พระเจ้า เมื่อเวลาที่เราอธิษฐาน เราไม่ต้องไปต่อรองการถวายกับพระเจ้า ถ้าพระองค์ทำอย่างนี้ให้เราจะถวายอย่างนั้น เราไม่ต้องทำอย่างนั้นเลย

หรือความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้าเป็นแบบพ่อลูก

1ปต1:14เช่นเดียวกับบุตรที่เชื่อฟัง อย่าประพฤติตามกิเลสตัณหา อันเกิดจากความโง่เขลาของพวกท่านในอดีต 

บุตรจะเชื่อฟังบิดา คริสเตียนจะรู้จักพระเจ้าเมื่อเราเชื่อฟัง แม้บางครั้งดูเหมือนไม่สมเหตุสมผล ไม่น่าเชื่อฟัง หรือความสัมพันธ์เหมือนผู้เลี้ยงกับแกะ แกะต้องวางใจผู้เลี้ยง แกะจะไม่ถามผู้เลี้ยงว่าทำไมนำมาทางนี้

ขอให้เราแสวงหาพระเจ้าแบบที่พระองค์ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า บางครั้งเปรียบเทียบเป็นเถาองุ่นกับแขนง เจ้าบ่าวกับเจ้าสาว อวัยวะกับศรีษะ ในพระคัมภีร์ยังมีอีกหลายๆความสัมพันธ์ที่เราต้องศึกษา

ประการที่ 2  หมายถึง การแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า

มธ6:33 แต่พวกท่านจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงนี้ให้

การแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า ก็เหมือนการแสวงหาพระเจ้า เป็นการแสวงหาการปกครองของพระเจ้า ชีวิตของเราจะไม่รุ่งเรืองถ้าไม่มีใครที่ดีมาปกครองเรา มาเปลี่ยนแปลงเรา นำเราให้ไปสู่อนาคตที่ดี

หากพระเจ้าเข้ามาเป็นผู้ปกครองชีวิตของเรา พระเจ้ารักเรา พระองค์ หวังดีกับเรา พระองค์เก่งกว่าเรา พระองค์สามารถควบคุมสถานการณ์ใน อนาคตที่เราไม่รู้ได้ พระเจ้ามาปกครองเราทำให้ชีวิตเราดีขึ้น

ถ้าเราดำเนินชีวิตไปเพียงลำพัง เราเก่งอยู่คนเดียวเราจะไปได้ไม่ไกล เราจะไปไม่ถูกเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ แต่ถ้าเราไปตามพระเจ้า ผู้ที่ปกครองเรา และช่วยเรา เราจะได้สิ่งที่ดีกว่า ถ้าเรารู้แบบนี้ เราควรจะยินดี เราจะไม่ดื้อเลย เราจะเปลี่ยนจากที่ ทุกก้าวเราทำตามใจตนเองเราเละทุกก้าว แต่กลับใจมาตามพระเจ้าดีกว่า จะได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมกว่า

ตัวอย่าง ก้าวตามพระเจ้ามันใช่ เพราะทุกๆก้าวมีพระพรรออยู่ ทุกๆก้าวเปี่ยมไปด้วยพระพร บนเส้นทางของพระเจ้าแม้ดูน่ากลัวแต่ไม่มีอันตราย

สดด23:4 แม้ข้าพระองค์จะเดินฝ่าหุบเขาเงามัจจุราชข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆเพราะพระองค์สถิตกับข้าพระองค์คทาและธารพระกรของพระองค์ปลอบโยนข้าพระองค์

ไม่กลัวมัจจุราช ไม่กลัวความตาย เพราะพระเจ้าสถิตย์อยู่กับเรา การแสวงหาพระเจ้า คือ การแสวงหาการปกครองของพระเจ้า เรายอมให้พระองค์เข้ามาควบคุมชีวิต นี่คือ ธรรมชาติชีวิตคริสเตียน และธรรมชาติมนุษย์ ที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มา  มนุษย์จะมีความสมบูรณ์ จะมีความสุข ขึ้นอยู่กับพระดำรัสของพระเจ้า ขึ้นอยู่กับคำสั่งคำสอน หรือคำพูดของพระเจ้า 

ในปฐมกาลมีข้อห้ามข้อเดียวอย่ากินจะตายเมื่อมนุษย์ ยอมอยู่ใต้พระคำพระเจ้า มนุษย์จะรุ่งเรือง สะดวก สบาย สนุก ไม่ต้องใช้สตางค์เลยในเวลานั้น แต่พอมนุษย์ละเลยพระคำพระเจ้า อยากเป็นแบบที่ตัวอยากเป็น ความบาป ความทุกข์ยาก การแช่งสาปจึงเข้ามาในชีวิตของมนุษย์ พระเจ้าเลยต้องพาเรากลับมาที่พระคำของพระเจ้า   เพื่อเราจะมีชีวิตที่มีความสมบูรณ์ มีความสุข การแสวงหาพระเจ้า ทำให้เราเจอพระคำพระเจ้า เจอวิถีของพระเจ้า  และเจอพระเยซู

ประการที่ 3  หมายถึง การแสวงหาความชอบธรรมของพระองค์

มธ6:33 แต่พวกท่านจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงนี้ให้

ชีวิตมนุษย์จะดำรงอยู่อย่างยั่งยืนและมั่นคง บนฐานความชอบธรรมของพระเจ้า ไม่ใช่ฐานความดี หรือบุญกุศลของเรา ความดีเหล่านี้ไม่พอที่จะ ใช้หนี้อกุศลต่างๆมากมายที่เราทำมา เราต้องอาศัยความชอบธรรมของพระเจ้า เพื่อเราจะขอพระเมตตาของพระเจ้า ขอความชอบธรรมของพระเจ้า เข้ามาแทนที่ความอธรรมของเรา นั่นแหละเป็นความยั่งยืนของชีวิต

การทำเช่นนี้ทำให้เราไปสู่ชีวิตนิรันดร์ ไปสู่ชีวิตที่รุ่งเรือง อยู่ในนรกนิรันดร์ไม่มีใครอยากไปแม้จะเป็นชีวิตนิรันดร์เช่นกัน คริสเตียนจะมีชีวิตนิรันดร์ในสวรรค์

ความชอบธรรมปรากฎอยู่ในพระคริสต์ ความชอบธรรมมาจากการสิ้น พระชนม์และเป็นขึ้นจากตายของพระเยซู

ประการที่ 4  หมายถึง การแสวงหาพระเจ้า ด้วยขั้นตอนชอบธรรม

ขั้นตอนที่หนึ่ง ใช้ความเชื่อ

รม5:1 เพราะฉะนั้น เมื่อเราถูกชำระให้ชอบธรรมโดยความเชื่อแล้ว เราจึงอยู่อย่างสงบสุขเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา 

ชำระให้ชอบธรรมโดยความเชื่อ

ขั้นตอนที่สอง โดยการรักษาชีวิตที่ชอบธรรมจากพระเจ้านี้ให้คงอยู่ตลอดไปโดยการดำเนินชีวิตในความชอบธรรมของพระเจ้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง

รม6:12-13 เพราะฉะนั้นอย่าให้บาปครอบงำกายที่ต้องตายของท่าน ซึ่งทำให้ต้องเชื่อฟังตัณหาของกายนั้น 13อย่ายกอวัยวะของท่านให้แก่บาป ให้เป็นเครื่องใช้ในการอธรรม แต่จงถวายตัวของท่านแด่พระเจ้า เหมือนคนที่เป็นขึ้นมาจากตายแล้ว และจงให้อวัยวะเป็นเครื่องใช้ในการชอบ   ธรรมถวายแด่พระเจ้า

อย่าเชื่อฟังตัณหา อย่ายกอวัยวะให้แก่บาป ไม่ว่าจะเป็นตา ดูอะไร มือทำอะไร  ปากพูดอะไร หูฟังอะไร แม้แต่ก้นไปนั่งอยู่ที่ไหน 

การแสวงหาพระเจ้า ด้วยความชอบธรรมเพื่อใช้ชีวิตชอบธรรม

ประการที่ 5 หมายถึง การแสวงหาพระมรรคา

เป็นการแสวงหาแนวทางการดำเนินชีวิตสำหรับเรา ตามที่พระเจ้า กำหนดไว้ให้เราดำเนิน เพราะเราแตกต่างจากคนอื่น คนไม่เชื่อ พระมรรคาไม่เปิดเผยสำหรับคนอื่น หรือคนไม่เชื่อ แต่เปิดเผยสำหรับคนของพระเจ้า

ถ้าเราไม่แสวงหามรรคา มันจะถูกปิดบังไว้  มรรคาเกี่ยวข้องกับสง่าราศี ศักดิ์ศรี ความสดใส ซึ่งไม่มีทางไหน หรือมรรคาไหนในโลกที่จะให้ได้ แต่พระเจ้ากำหนดมรรคานี้ให้เราแล้ว เพื่อเราจะได้รับสง่าราศี ศักดิ์ศรี

ขอให้เราระมัดระวังความสำเร็จจากวิธีของตนเอง ที่เราคิดเองว่าเราสำเร็จได้ด้วยตนเองซึ่งดีกว่าทางของพระเจ้า  มนุษย์ไม่อยากเดินในมรรคาของพระเจ้า ที่ไม่อยากเดินเพราะทางนั้นแคบ ดูน่ากลัว ประตูก็แคบ ทางของพระเจ้าผ่านหุบเขาเงามัจจุราช แต่ไม่น่ากลัวเพราะจะไม่มีอันตรายใดๆเกิดขึ้นกับเรา

ใครจะเชื่อพระเจ้าต้องเดินทางแคบ คนไม่เชื่อพระเจ้าเลยไม่เดินในมรรคาของพระเจ้า  แต่คนที่แสวงหาพระเจ้าจริงจังจะพบเส้นทางของพระเจ้า ที่ดูเหมือนน่ากลัว แต่ไม่น่าอันตราย เป็นมรรคาที่นำไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

การเดินทางสำคัญ คือ อยู่ที่ปลายทางไม่ใช่หนทางที่เดินทาง

2คร5:17 ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น

สิ่งที่ถูกสร้างใหม่กลายเป็นส่ิงใหม่ที่ดีทั้งนั้น

แสวงหาพระเจ้าจริงๆเป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไป

สดด119:10 ข้าพระองค์แสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ ขออย่าให้ข้าพระองค์หลงไปจากพระบัญญัติของพระองค์

แสวงหาพระเจ้า คือ การแสวงหาจากพระคัมภีร์ ไม่ใช่แสวงหาปรัชญา แบบโลก ขอให้แสวงหาด้วยสุดใจ แต่ถ้าพระเจ้าไม่เปิดเผยคุณจะไม่เจอ

ยรม29:13-14 เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า’ 14พระยาห์เวห์ตรัสว่าเราจะให้เจ้าพบเรา และเราจะให้เจ้ากลับสู่สภาพดีและรวบรวมเจ้ามาจากบรรดาประชาชาติและจากทุกที่ที่เราขับไล่เจ้าให้ไปอยู่นั้น พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ และเราจะนำเจ้ากลับมายังที่ซึ่งเราเนรเทศเจ้าให้จากไปนั้น

เราจะให้เจ้าพบเรา และนำเจ้ากลับสู่สภาพดี เราจะไม่ตกต่ำอีกต่อไป ถ้าเราไม่ทอดทิ้งพระเจ้า แต่ให้แสวงหาพระมรรคาของพระเจ้า  แสวงหาการปกครองของพระเจ้า แสวงหาความชอบธรรมของพระเจ้า

ให้เราร่วมใจอธิษฐาน

เชื่อฟังและทำตาม สดด19:7-14

http://egoodography.wix.com/home

.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี เทศนาเช้า เชื่อฟังและทำตาม สดด19:7-14

อาทิตย์ที่ 3 มี.. 2019  คริสตจักรพระกิตติคุณสมบูรณ์ ธนบุรี 

คำนำ

ธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์ดีพร้อมและฟื้นฟูชีวิต

พระโอวาทของพระยาห์เวห์นั้นแน่นอนทำให้คนรู้น้อยมีปัญญา

8ข้อบังคับของพระยาห์เวห์นั้นถูกต้องทำให้ใจยินดีพระบัญญัติของพระยาห์เวห์นั้นบริสุทธิ์ทำให้ดวงตากระจ่างแจ้ง

9ความยำเกรงพระยาห์เวห์นั้นสะอาดหมดจดถาวรเป็นนิตย์

กฎหมายของพระยาห์เวห์ก็สัตย์จริงและชอบธรรมทั้งสิ้น

10น่าปรารถนามากกว่าทองคำยิ่งกว่าทองบริสุทธิ์มากนัก

หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งที่หยดลงจากรวง

11อนึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นที่ตักเตือนผู้รับใช้ของพระองค์

การรักษาข้อความเหล่านั้นก็ได้บำเหน็จยิ่งใหญ่

12แต่ผู้ใดจะเห็นความผิดพลาดของตนได้เล่า?

ขอทรงชำระข้าพระองค์ให้พ้นจากความผิดที่ซ่อนเร้นอยู่

13ขอทรงยับยั้งผู้รับใช้ของพระองค์จากการทำบาปโดยตั้งใจนั้นด้วยเถิด

ขออย่าให้มันมีอำนาจเหนือข้าพระองค์เลยแล้วข้าพระองค์จะไร้ตำหนิ

และพ้นผิดจากการละเมิดใหญ่หลวงนั้น

14ข้าแต่พระยาห์เวห์ ผู้ทรงเป็นศิลาและผู้ไถ่ของข้าพระองค์

ขอให้ถ้อยคำจากปากข้าพระองค์ และการภาวนาในใจ

เป็นที่โปรดปรานเฉพาะพระพักตร์พระองค์เถิด

อพย 20:1-3 อย่ามีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา เพราะพระเจ้าอื่นไม่มี

.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี เทศนาบ่าย  อา 24 ..19

คริสตจักรพระคุณกรุงเทพ

อพย 20:1-3 อย่ามีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา เพราะพระเจ้าอื่นไม่มี

พระเจ้าตรัสพระวจนะทั้งสิ้นต่อไปนี้ว่า 2เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ผู้ได้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์คือจากแดนทาส

3ห้ามมีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา