ลักษณะชีวิตคริสเตียนที่ดำเนินชีวิต “สัมพันธ์สนิทกับคริสตจักรของพระคริสต์” (ชุมชนของพระเจ้า:เรียนรู้จากลักษณะคริสตจักรทั้งเจ็ด วว2:1-3:22)

ก้าวที่ 38 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองเอเฟซัส (วว2:1-7)

ก้าวที่ 39 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองสเมอร์นา (วว2:8-11)

ก้าวที่ 40 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองเปอร์กามัม (วว2:12-17)

ก้าวที่ 41 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองธิยาทิรา (วว2:18-29)

ก้าวที่ 42 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองซาร์ดิส (วว3:1-6)

ก้าวที่ 43 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองฟีลาเดลเฟีย (วว3:7-13)

ก้าวที่ 44 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองเลาดีเซีย (วว:14-22)

ก้าวที่ 45 เรียนรู้จาก:ความสัมพันธ์ของพระเยซูคริสต์กับคริสตจักร

ก้าวที่ 46 เรียนรู้จาก: การรับรู้ของพระเยซูคริสต์ที่มีต่อคริสตจักร

ก้าวที่ 47 เรียนรู้จาก:ทัศนคติของพระเยซูคริสต์ต่อคริสตจักร

ก้าวที่ 48 เรียนรู้จาก:พระสัญญาของพระเยซูคริสต์ที่มีต่อคริสตจักร

ลักษณะชีวิตคริสเตียนที่ดำเนินชีวิต 

สัมพันธ์สนิทกับคริสตจักรของพระคริสต์ 

(ชุมชนของพระเจ้า:เรียนรู้จากลักษณะ

คริสตจักรทั้งเจ็ด วว2:1-3:22)

ก้าวที่ 41 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองธิยาทิรา (วว2:18-29)

ตอนที่ 4 เรียนรู้จาก:คริสตจักรเมืองธิยาทิรา (วว2:18-29)

1.เรียนรู้จาก:ความสัมพันธ์ของพระเยซูคริสต์กับคริสตจักร

2.เรียนรู้จาก:การรับรู้ของพระเยซูคริสต์ต่อคริสตจักร

3.เรียนรู้จาก:ทัศนคติของพระเยซูคริสต์ต่อคริสตจักร

4.เรียนรู้จาก:พระสัญญาของพระเยซูคริสต์ต่อคริสตจักร

โดย อ.กิจขจร  ลิ่วเฉลิมวงศ์ (30 พ.ค. 2020)

ถ้อยคำถึงคริสตจักรเมืองธิยาทิรา

18“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองธิยาทิราว่าพระองค์ผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้า ผู้ทรงมีพระเนตรเหมือนอย่างเปลวไฟ และทรงมีพระบาทเหมือนทองสัมฤทธิ์ ได้ตรัสดังนี้ว่า

19“เรารู้จักความประพฤติของเจ้า รู้เรื่องความรัก ความเชื่อ การปรนนิบัติ และความทรหดอดทนของเจ้า และรู้ว่าความประพฤติในตอนปลายนั้นดีกว่าตอนต้น 

20แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือเจ้าทนฟังเยเซเบล ผู้หญิงที่อ้างตัวเป็นผู้เผยพระวจนะ นางสอนและล่อลวงบรรดาผู้รับใช้ของเราให้ล่วงประเวณีและกินอาหารที่บูชารูปเคารพ 21เราให้โอกาสนางเพื่อจะได้กลับใจใหม่ แต่นางก็ไม่ประสงค์จะกลับใจจากการล่วงประเวณี 22นี่แน่ะ เราจะโยนนางไว้บนเตียงคนไข้ และโยนพวกที่ล่วงประเวณีกับนางไว้ในความยากลำบากยิ่งใหญ่ นอกจากว่าพวกเขาจะกลับใจจากการประพฤติชั่วของนาง 23เราจะประหารลูกๆ ของนางให้ตาย แล้วคริสตจักรทั้งหมดจะได้รู้ว่าเราเป็นผู้ตรวจสอบความคิดและจิตใจ และเราจะให้กับเจ้าทั้งหลายแต่ละคนตามความประพฤติของพวกเจ้า 24สำหรับพวกเจ้าที่เหลืออยู่ในเมืองธิยาทิราที่ไม่ถือคำสอนนี้ และไม่รู้จักสิ่งที่เขาเรียกว่าความล้ำลึกของซาตาน เราขอบอกว่าเราจะไม่มอบภาระอื่นแก่พวกเจ้า 25ถึงอย่างไรก็ดี จงยึดมั่นสิ่งที่มีอยู่จนกว่าเราจะมา 

26และคนที่ชนะและปฏิบัติงานของเราจนถึงที่สุดเราจะประทานสิทธิอำนาจเหนือบรรดาประชาชาติกับเขา

27และเขาจะปกครองดูแลคนทั้งหลายด้วยคทาเหล็กเหมือนอย่างหม้อกระเบื้องที่ถูกตีแตกเป็นเสี่ยงๆ

28เหมือนอย่างที่เราได้รับอำนาจจากพระบิดาของเราแล้ว และเราจะมอบดาวประจำรุ่งให้กับเขาด้วย 29ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย

เบื้องหลังของพระธรรม วว2:18-29 ตอนนี้ เป็นคริสตจักรลำดับที่ 4 จาก 7   

คริสตจักร ที่ยอห์นได้รับการสำแดงจากพระเยซูคริสต์ ให้เขียนไว้ในหนังสือม้วน และส่งไปให้คริสตจักรทั้งเจ็ด (วว1:11)

เนื้อหาสำหรับคริสตจักรเมืองธิยาทิรา

การนำเรื่องคริสตจักรทั้งเจ็ดมาเทศนาสั่งสอน เพราะต้องการให้ผู้อ่านและผู้ฟัง มีลักษณะชีวิตคริสเตียน โดยดำเนินชีวิตคริสเตียน  สัมพันธ์สนิทกับ

คริสตจักรของพระคริสต์ หมายความว่า ท่านไม่ควรดำเนินชีวิตคริสเตียนเพียงลำพังโดยไม่ผูกพันตัวกับผู้เชื่อคนอื่น พระเจ้าต้องการให้มีการสามัคคีธรรมกับผู้เชื่อในท้องถิ่น หรือสามัคคีธรรมกับชุมชนของพระเจ้าด้วย

โดยท่านสามารถเรียนรู้จากลักษณะคริสตจักรทั้งเจ็ด เพื่อสำรวจตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตของท่านกับชุมชนของพระเจ้า หรือคริสตจักรท้องถิ่นที่ท่านผูกพันตัวให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้าที่ให้ยอห์นบันทึกไว้

วว2:18“จงเขียนถึง ทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองธิยาทิราว่า 

ฑูตสวรรค์อาจจะหมายถึง ฑูตสวรรค์ที่เป็นวิญญาณจริงๆก็ได้หรือเป็นผู้นำผู้ปกครอง หรือศิษยาภิบาลของคริสตจักรก็ได้ การแปลความให้ใช้บริบทของเนื้อหาเป็นตัวชี้วัดในการตัดสินใจอีกที บางคนก็เชื่อว่าเป็นฑูตสวรรค์จริงๆไม่ใช่หมายถึง ผู้นำหลักของคริสตจักร แต่ไม่มีทัศนไหนบอกว่า

ฑูตสวรรค์ในคริสตจักรทั้งเจ็ดเป็นมนุษย์ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำเท่านั้น

ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และข้อมูลเพิ่มเติมของเมืองธิยาทิรา

ที่ตั้งของเมืองห่างจากเมืองเปอร์กามัมผู้ถือหนังสือนี้จะเดินทางไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้อีก 65 กิโลเมตร เพื่อจะไปเมืองธิยาทิรา ซึ่งมีชื่อเสียงในการผลิตและการย้อมผ้าสีม่วงราคาแพงซึ่งเป็นที่ต้องการในสมัยนั้น คริสตจักรนี้มีขนาดเล็กที่สุดในจำนวนเจ็ดคริสตจักร แต่จดหมายที่มาถึงคริสตจักรเมืองนี้กลับมีเนื้อหายาวที่สุด เมืองนี้ไม่มีวิหารนมัสการจักรพรรดิ์โรม แต่มีวิหารนมัสการของศาสนาอื่นๆ

เมืองธิยาทิราในปัจจุบันคือ เมืองอาคิซซอร์ (Akhisar) ของประเทศตุรกี

(หมายเหตุ: สามารถชมภาพปัจจุบันได้ที่ https://youtu.be/EXruHkT3kx0 )

 

วันนี้เราจึงมาเรียนรู้เรื่อง ลักษณะชีวิตคริสเตียนที่ดำเนินชีวิต 

สัมพันธ์สนิทกับคริสตจักรของพระคริสต์ 

(ชุมชนของพระเจ้า:เรียนรู้จากลักษณะคริสตจักรทั้งเจ็ด วว2:1-3:22)

ตอนที่เรียนรู้จากคริสตจักร

เมืองธิยาทิรา วว2:18-29

1.เรียนรู้จาก:ความสัมพันธ์ของพระเยซูคริสต์

กับคริสตจักร

18“จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของคริสตจักรที่เมืองธิยาทิราว่าพระองค์ผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้า ผู้ทรงมีพระเนตรเหมือนอย่างเปลวไฟ และทรงมีพระบาทเหมือนทองสัมฤทธิ์ ได้ตรัสดังนี้ว่า

23เราจะประหารลูกๆ ของนางให้ตาย แล้วคริสตจักรทั้งหมดจะได้รู้ว่าเราเป็นผู้ตรวจสอบความคิดและจิตใจ และเราจะให้กับเจ้าทั้งหลายแต่ละคนตามความประพฤติของพวกเจ้า

เรามาดูรายละเอียดได้เห็นพระเจ้าอย่างไร?

พระองค์ผู้ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าแสดงว่าพระองค์มีพระลักษณะแบบเดียวกับพระเจ้าเป็นการเน้นอย่างชัดเจนในคริสตจักรธิยาทิรา จากที่เคยกล่าวมาแล้วว่าบุตรมนุษย์ในวว1:13-15

ผู้ทรงมีพระเนตรเหมือนอย่างเปลวไฟแสดงถึงความสัพพัญญูของพระคริสต์ ทรงมีพระเนตรที่มองทะลุปุโปร่งเห็นชัดเจนถึงความจอมปลอมของผู้เผยวจนะหญิง ส่วนไฟ เล็งถึง การชำระให้บริสุทธิ์

พระบาทเหมือนทองสัมฤทธิ์เป็นการบ่งชี้ว่าพระองค์ทรงพลังอำนาจและทรงฉับไวอย่างยิ่ง ตามล่าทุกสิ่งที่ชั่วร้าย เหยียบมันไว้อยู่ใต้ฝ่าเท้า

ผู้ทรงมีพระเนตรเหมือนอย่างเปลวไฟ และพระบาทเหมือนทองสัมฤทธิ์ ทั้งสองอย่างแสดงถึง พระพิโรธและการพิพากษาอันชอบธรรมของพระคริสต์  โดยมีข้อ23 เป็นบริบทสนับสนุนเราเป็นผู้ตรวจสอบความคิด และจิตใจ”“เราจะให้เจ้าทั้งหลายแต่ละคนตามความประพฤติของเจ้า

พระเจ้ารู้ความคิดและจิตใจภายใน นี่คือการเห็นเข้าไปถึงท่าทีข้างใน (พระเนตร) พระองค์พิพากษาและตอบแทนคนเหล่านั้นตามแรงจูงใจของเขา ทั้งเรื่องความรอดและบำเหน็จ ก็มาจากแรงจูงใจที่รัก และเชื่อพระเจ้า  จากข้อ19 เรารู้จักความประพฤติของเจ้า รู้เรื่องความรัก ความเชื่อ

การปรนนิบัติ และความทรหดอดทนของเจ้า และรู้ว่าความประพฤติในตอนปลายนั้นดีกว่าตอนต้น 

ดังนั้นการประพฤติภายนอกหลอกพระเจ้าไม่ได้  มีพระคัมภีร์สนับสนุนเรื่องนี้

2คร11:15 เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ผู้ปรนนิบัติของซาตาน จะปลอมตัวเป็นผู้ปรนนิบัติของความชอบธรรม บั้นปลายของพวกเขาจะเป็นไปตามการ กระทำของเขา

วว20:12 ข้าพเจ้ายังเห็นบรรดาคนตาย ทั้งคนใหญ่โตและคนเล็กน้อยยืนอยู่หน้าพระที่นั่งนั้น แล้วหนังสือต่างๆ ก็ถูกเปิดออก และหนังสืออีกเล่มหนึ่งก็ถูกเปิดออกด้วย คือหนังสือแห่งชีวิต คนตายก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของเขาทั้งหลายที่เขียนไว้ในหนังสือเหล่านั้น

การนำไปประยุกต์ใช้  รักษาแรงจูงใจที่รักและเชื่อพระเจ้า แสดงออกเป็นการดำเนินชีวิต เป็นพฤติกรรม เป็นการรับใช้ อย่าแสดงออกภายนอกโดยท่าทีภายในไม่ถูกต้อง เราหลอกพระเจ้าไม่ได้  เพราะจะมีการพิพากษา

2.เรียนรู้จาก: การรับรู้ของพระเยซูคริสต์

ต่อคริสตจักร

19“เรารู้จักความประพฤติของเจ้า รู้เรื่องความรัก ความเชื่อ การปรนนิบัติ และความทรหดอดทนของเจ้า และรู้ว่าความประพฤติในตอนปลายนั้นดีกว่าตอนต้น 

พระเยซูคริสต์มีคำชมเชยสำหรับผู้เชื่อที่ธิยาทิรา

2.1 รู้ว่าความประพฤติในตอนปลายนั้นดีกว่าตอนต้น

หมายถึง พระเยซูคริสต์รู้ว่าพวกเขามีพัฒนาการชีวิตฝ่ายวิญญาณที่เติบโตดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปมากขึ้น ในเรื่องความรัก ความเชื่อ แสดงออกมาเป็นการประพฤติ การรับใช้ ด้วยความทรหดอดทน

2.2 รู้ว่าความประพฤติดีมาจากท่าทีภายในที่ดี

รู้เรื่องความ ความเชื่อ ความทรหดอดทน (สิ่งเหล่านี้เป็นท่าทีภายใน ซึ่งคนทั่วไปอาจจะไม่รู้ แต่พระเยซูคริสต์รู้ท่าทีภายใน) 

พระเยซูคริสต์ชมเชยผู้เชื่อที่เมืองธิยาทิรา จากการรับใช้ การประพฤติ ลักษณะการดำเนินชีวิตที่ดีเด่นชัดของพวกเขา มาจากท่าทีภายในที่รักพระเจ้า มีความเชื่อในพระเจ้า นี่เป็นสิ่งที่ดีของผู้เชื่อที่เมืองนี้ เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ใช่ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่มีแนวโน้มดียิ่งๆขึ้นไป

ประยุกต์ใช้ ผู้เชื่อต้องสำรวจท่าทีในใจที่แสดงออกเป็นพฤติกรรม หรือลักษณะชีวิต มีความรัก ความเชื่อในพระเจ้าหรือไม่  และมีพัฒนาการความรัก ความเชื่อ ในพระเจ้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้น 

ไว้วางใจพระเจ้า ในการพิพากษา เพราะพระองค์ทรงรู้ความคิดภายในของทุกคน ระมัดระวังท่าทีให้ถูกต้องด้วยการอธิษฐาน ยำเกรงพระเจ้า

3.เรียนรู้จาก:ทัศนคติของพระเยซูคริสต์

ต่อคริสตจักร

3.1 เตือนอย่าทนฟังคำสอนผิด (20)

20แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือเจ้าทนฟังเยเซเบล ผู้หญิงที่อ้างตัวเป็นผู้เผยพระวจนะ นางสอนและล่อลวงบรรดาผู้รับใช้ของเราให้ล่วงประเวณีและกินอาหารที่บูชารูปเคารพ 

พระคริสต์ทรงเตือนคริสตจักรเมืองธิยาทิราที่ ทนฟังเยเซเบล หญิงที่อ้างตัวเป็นผู้เผยวจนะปลอม เยเซบลอาจจะเป็นพฤติกรรมแบบเยซาเบลที่ล่อลวงกษัตริย์อาหับให้นมัสการพระองค์อื่น ประพฤติตนไร้ศิลธรรมและจริยธรรมที่ดี มากกว่าชื่อนางเยเซเบล(ไม่มีใครตั้งชื่อคนไม่ดีเป็นชื่อตนเอง) หรือหมายถึง ภรรยาผู้นำคริสตจักรในเวลานั้น

1พกษ16:31และต่อมา ดูเหมือนว่า การที่พระองค์ทรงดำเนินตามบาปของเยโรโบอัมบุตรเนบัทนั้นเป็นสิ่งเล็กน้อย พระองค์จึงทรงรับเยเซเบลพระราชธิดาของเอ็ทบาอัลพระราชาของชาวไซดอนมาเป็นมเหสี และไปปรนนิบัติพระบาอัล และนมัสการพระนั้น 

1พกษ 21:25-26ไม่มีใครได้ขายตนเอง เพื่อทำสิ่งชั่วในสายพระเนตรพระยาห์เวห์อย่างอาหับ ผู้ที่เยเซเบลมเหสีได้ยุยง 26พระองค์ทรงทำสิ่งที่น่าเกลียดชังยิ่งนัก คือดำเนินตามรูปเคารพ ตามธรรมเนียมทุกอย่างของคนอาโมไรต์ ผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงเหวี่ยงออกไปให้พ้นหน้าคนอิสราเอล

แม้ว่านางจะชื่อเยเซเบลจริงๆ การสอนของนางล่อลวงผู้รับใช้ให้ล่วงประเวณี หากเป็นการล่วงประเวณีฝ่ายวิญญาณ ก็คือ การนมัสการพระอื่นที่ไม่ใช่พระเจ้าเที่ยงแท้ หรือการให้รักโลกนี้ หรือการมีรูปเคารพอื่นเพื่อนมัสการที่ไม่ใช่พระเจ้าเที่ยงแท้

หากเป็นการล่วงประเวณีฝ่ายกายภาพจริงๆ คือ การมี หรือการทำความผิดเรื่องเพศสัมพันธ์นอกการสมรสที่พระเจ้ากำหนดไว้ ใช้เรื่องเพศในทางที่ผิด

และ(20)กินอาหารที่บูชารูปเคารพ ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้พี่น้องที่มีความเชื่อสะดุดก็ได้ เพราะตามได้ที่ยังมีคนกินอาหารรูปเคารพก็แสดงว่ายังมีการนมัสการพระอื่นๆ ด้วยการมอบถวายอาหาร คริสเตียนไม่ควรร่วมมีส่วน หรือเกี่ยวข้อง หรือเป็นคนสำคัญในการนมัสการพระอื่น 

พระเยซูรู้ว่าผู้เชื่อเมืองธิยาทิราเป็นคนที่มีความรัก มีความเชื่อ มีความทรหดอดทนนั่นเป็นท่าทีที่ดี ทำให้พวกเขายอมทนกับคำสอนที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งพระเยซูคริสต์ต่อว่าพวกเขาในเรื่องนี้ แสดงว่าพระองค์ไม่เห็นด้วยที่เขาใช้ท่าทีที่ดีกับพระเจ้า ไปใช้ท่าทีเดียวกันนี้กับหญิงผู้เผยวจนะปลอม ที่ล่อลวงให้ล่วงประเวณี และกินอาหารบูชาจากรูปเคารพ  พวกเขาควรเชื่อฟัง ยำเกรงพระเจ้า ไม่ใช่เกรงใจผู้เผยวจนะปลอม หรือผู้สอนเท็จ ด้วยการยอมทนฟังคำล่อลวง

3.2 เตือนให้กลับใจใหม่ (21-23)

21เราให้โอกาสนางเพื่อจะได้กลับใจใหม่ แต่นางก็ไม่ประสงค์จะกลับใจจากการล่วงประเวณี 22นี่แน่ะ เราจะโยนนางไว้บนเตียงคนไข้ และโยนพวกที่ล่วงประเวณีกับนางไว้ในความยากลำบากยิ่งใหญ่ นอกจากว่าพวกเขาจะกลับใจจากการประพฤติชั่วของนาง  23เราจะประหารลูกๆ ของนางให้ตาย แล้วคริสตจักรทั้งหมดจะได้รู้ว่าเราเป็นผู้ตรวจสอบความคิดและจิตใจ และเราจะให้กับเจ้าทั้งหลายแต่ละคนตามความประพฤติของพวกเจ้า

พระเจ้าจะพิพากษาหลังจากที่พระองค์ให้โอกาสในการกลับใจใหม่แล้ว แต่พวกผู้เผยวจนะปลอมไม่ยอมกลับใจใหม่ ดังนั้นจะมีการพิพากษาลงโทษ ผู้นำการล่อลวง คนที่ล่วงประเวณีตามที่ได้ถูกล่อลวง ลูกๆของนาง เปรียบเหมือน เป็นผลที่มาจากการล่วงประเวณีฝ่ายธรรมชาติ หากเป็นลูกฝ่ายวิญญาณก็เหมือนผู้เชื่อหรือสาวกของผู้เผยวจนะปลอมที่ดำเนินตามความชั่ว และล่อลวงผู้เชื่อของพระเยซูคริสต์ด้วย

ดังนั้นการพิพากษาที่พระองค์จะนำมาต่อสู้พวกเขาในไม่ช้าหากพวกเขายังไม่กลับใจ หากผู้เชื่อในเมืองธิยาทิราไม่อยากโดนพิพากษาตามพวกเยเซเบล ให้ตัดขาดจากพวกนี้อย่ายอมทนฟังคำสอน และอย่าดำเนินชีวิตตามคำสอนของพวกสอนผิด ในการล่อลวงให้ประนีประนอมเรื่องการนมัสการพระเจ้า

พระเยซูคริสต์เตือนว่าจงกลับใจใหม่  และจะทำให้คริสตจักรรู้ว่าผู้เผยปลอมไม่ได้มาจากพระเจ้า สมัยนั้นยังไม่มีพระคัมภีร์ ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าใครก็ตามที่เป็นผู้เผยวจนะแสดงว่าเขาเป็นคนใกล้ชิดพระเจ้า พระเจ้าอยู่กับเขา อะไรก็ตามที่เขาพูดจะเกิดขึ้นเป็นจริงตามนั้น เขามีฤทธิ์อำนาจ

แต่ในข้อ22-23 บอกว่าพวกที่เกี่ยวข้องกับผู้เผยวจนะปลอมจะป่วยไข้ ความลำบาก จะตาย ฟังแล้วดูเหมือนพี่น้องคริสเตียนที่เมืองอื่นๆที่ยอมตายเพราะความเชื่อในพระเยซูคริสต์ แต่พระองค์บอกว่าไม่เหมือนกัน เพราะการพิพากษาที่เกิดขึ้น จะทำให้คริสตจักรรู้ว่าคนสอนเท็จจะโดนพิพากษาตามที่พระเจ้าเตือนไว้ก่อนแล้วล่วงหน้า แล้วสิ่งที่พระเจ้าเตือนนี่แหละจะเกิดขึ้น

3.3 เตือนให้ยึดมั่นในส่ิงที่ดี (24-25)

24สำหรับพวกเจ้าที่เหลืออยู่ในเมืองธิยาทิราที่ไม่ถือคำสอนนี้ และไม่รู้จักสิ่งที่เขาเรียกว่าความล้ำลึกของซาตาน เราขอบอกว่าเราจะไม่มอบภาระอื่นแก่พวกเจ้า 25ถึงอย่างไรก็ดี จงยึดมั่นสิ่งที่มีอยู่จนกว่าเราจะมา

พระเยซูคริสต์กำลังบอกกับผู้เชื่อที่ไม่ติดตามคำสอนเท็จ และการล่อลวง(ดูดีแต่เต็มไปด้วยอันตราย) ให้ยึดมั่นสิ่งที่ดี นั่นคือ ความรัก ความเชื่อ การรับใช้ การประพฤติด้วยความทรหดอดทนต่อไป พระเจ้าไม่สร้าง ภาระหมายถึง พระเจ้าไม่เพิ่มข้อกำหนด หรือเงื่อนไขทางศาสนาอื่นๆอีก เพราะพวกเขาทำได้ดีอยู่แล้ว ให้ทำดีต่อไปนั่นเอง พระเจ้าไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่มเติมอีก

ขอให้ดำเนินชีวิตให้ดีจนกว่าพระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมา ไม่ไปยุ่งเกี่ยวรับรู้กับคำสอนผิด หรือความล้ำลึกของซาตาน ขอเอาเวลามาสนใจศึกษาความลึกล้ำของพระวจนะของพระเจ้าดีกว่า

ความล้ำลึกของซาตาน คือ การล่อลวงให้ทำผิดบาป ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ผิดไปจากหลักการพระคัมภีร์ เป็นการล่อลวงด้วยความรู้ใหม่ ความรู้ที่ล้ำลึก ให้สนใจความรู้ใหม่ๆสำคัญกว่าการสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้า ทำให้ผู้ถูกล่อลวงเข้าใจว่า คำสอนหรือพฤติกรรมนั้นเป็นการทำดีเพื่อพระเจ้า หรือเป็นการนมัสการพระเจ้านั่นเอง  เช่น เอวาโดนงูล่อลวงให้กินผลไม้แห่งความดีชั่ว เพราะคิดว่าดี กินแล้วจะได้เป็นเหมือนพระเจ้า  หรือหญิงราหับโกหกเพื่อช่วยคนอิสราเอล เราก็โกหกเพื่อช่วยพี่น้องคริสเตียนได้เหมือนกัน ขอให้ระวัง

ประยุกต์ใช้ คนที่มีท่าทีที่ดีต่อพระเจ้า ไม่จำเป็นต้องมีท่าทีที่ดีต่อพวกสอนผิด คำสอนผิด อย่ายอมทนกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ให้กลับใจใหม่ไม่ประนีประนอมกับการนมัสการที่ผิด คำสอนผิด พฤติกรรมผิดจากที่ควรดำเนินชีวิตในทางพระเจ้า  และรักษาท่าทีความรัก ความเชื่อ การดำเนินชีวิต การรับใช้ด้วยความทรหดอดทนที่มีต่อพระเจ้าต่อไป

4.เรียนรู้จาก:พระสัญญาของพระเยซูคริสต์

ต่อคริสตจักร

26และคนที่ชนะและปฏิบัติงานของเราจนถึงที่สุด

เราจะประทานสิทธิอำนาจเหนือบรรดาประชาชาติกับเขา

27และเขาจะปกครองดูแลคนทั้งหลายด้วยคทาเหล็ก

เหมือนอย่างหม้อกระเบื้องที่ถูกตีแตกเป็นเสี่ยงๆ

28เหมือนอย่างที่เราได้รับอำนาจจากพระบิดาของเราแล้ว และเราจะมอบดาวประจำรุ่งให้กับเขาด้วย 29ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความที่พระวิญญาณตรัสกับคริสตจักรทั้งหลาย” 

ประทานสิทธิอำนาจ คือ อำนาจในการปกครอง บริหาร (อำนาจที่ต้องเชื่อฟังและบังคับบัญชาส่งไปให้คนอื่น และต้องเชื่อฟัง) ในข้อนี้ หมายถึง ผู้เชื่อปกครองเหนือบรรดาประชาชาติที่ไม่ได้เชื่อพระเจ้าในอนาคต

วว20:4ข้าพเจ้าเห็นบัลลังก์หลายบัลลังก์ และผู้ที่นั่งอยู่บนนั้นได้รับมอบอำนาจในการพิพากษา ข้าพเจ้าเห็นดวงวิญญาณของคนทั้งหลายที่ถูกตัดศีรษะเพราะการเป็นพยานถึงพระเยซู และเพราะพระวจนะของพระเจ้า พวกเขาไม่ได้บูชาสัตว์ร้ายหรือรูปของมัน และไม่ได้รับเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา เขาทั้งหลายกลับมีชีวิตขึ้นอีกและครอบครองร่วมกับพระคริสต์เป็นเวลาหนึ่งพันปี

ปกครองดูแลคน คือ เหมือนผู้เลี้ยงแกะที่ปกครองแกะ ดูแล บังคับบัญชา สามารถลงโทษคนไม่เชื่อได้ เหมือนอย่างที่พระเยซูคริสต์ได้รับมอบอำนาจจากพระเจ้าพระบิดา (ในอดีตพระเจ้าเคยใช้ชนชาติที่ไม่เชื่อพระเจ้า เช่น

อัซซีเรีย, เปอร์เซียมีเดียน จัดการพิพากษาอิสราเอลเมื่อพวกเขากบฏและไม่เชื่อฟังพระเจ้ามาแล้ว เสริมเพื่อให้รู้ว่าอำนาจปกครองแท้จริงมาจากพระเจ้า)

พระเจ้าสัญญากับผู้รับการเจิมให้ปกครองด้วยสิทธิอำนาจของพระเจ้า

สดด2:7-9 ข้าพเจ้าจะบอกถึงกฎเกณฑ์ของพระยาห์เวห์พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่าเจ้าเป็นบุตรของเรา วันนี้เราให้กำเนิดเจ้าแล้ว8จงขอจากเราเถิด และเราจะมอบบรรดาประชาชาติให้เป็นมรดกของเจ้าตลอดจนแผ่นดินโลกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้า 9เจ้าจะตีพวกเขาให้แตกด้วยคทาเหล็กและฟาดให้แหลกเป็นชิ้นๆ ดุจภาชนะของช่างปั้นหม้อ

มอบดาวประจำรุ่ง คือ ดาวประจำรุ่งคือ พระเยซูคริสต์ คำนี้ใช้แค่สองครั้งในพันธสัญญาใหม่ คือ วว2:28 ตอนนี้  และวว22:16

วว22:16เราคือเยซูผู้ใช้ทูตสวรรค์ของเราไปเป็นพยานถึงสิ่งเหล่านี้ต่อท่านเพื่อคริสตจักรทั้งหลาย เราเป็นรากเหง้าและเชื้อสายของดาวิด และเป็นดาวประจำรุ่งอันสุกใส

พระเยซูคริสต์ต้องการสื่อสารว่าพระองค์ให้ความสนพระทัยกับคนที่ชนะ  เหมือนการฉายแสงดาวประจำรุ่งมาที่พวกที่มีชัยชนะ พวกเขาดูงดงาม และส่งแสงส่องสว่างกว่าคนอื่นๆ หรืออีกความหมายหนึ่งคือ พวกเขาจะมีชื่อเสียงดีบนแผ่นดินสวรรค์มากกว่าคนอื่นๆ  หรือพระเยซูคริสต์เป็นความหวังของพวกเขา ในเวลามืดมิดมีดาวประจำรุ่ง ในที่สุดพวกเขาจะพบพระองค์อีกครั้ง

มธ2:2,11พระกุมารผู้ที่ทรงบังเกิดมาเป็นกษัตริย์ของชนชาติยิวนั้นอยู่ที่ไหน? เราได้เห็นดาวของท่านทางทิศตะวันออก และเราจึงมาเพื่อจะนมัสการท่าน”11เมื่อเข้าไปในบ้านก็พบพระกุมารกับนางมารีย์มารดา จึงก้มลงนมัสการพระกุมารนั้น แล้วเปิดหีบสมบัติของพวกเขาและถวายเครื่องบรรณาการแด่พระกุมาร คือ ทองคำ กำยาน และมดยอบ

กล่าวโดยสรุป เรื่องสัญลักษณ์และความหมายต่าง ที่เกี่ยวข้องจาก คริสตจักรเมืองธิยาทิราใน วว2:18-29

1.“ผู้ทรงมีพระเนตรเหมือนอย่างเปลวไฟ” – ทรงรู้ความคิด จิตใจภายใน

2.“พระบาทเหมือนทองสัมฤทธิ์” –ทรงพลังอำนาจและทรงฉับไวอย่างยิ่ง ตามล่าทุกสิ่งที่ชั่วร้าย เหยียบมันไว้อยู่ใต้ฝ่าเท้า

3.เยเซเบลคำสอนหรือคนล่อลวงให้นมัสการพระอื่น หรือให้รักโลกนี้ หรือการมีรูปเคารพ หรือให้ประนีประนอมกับความบาป

4.ดาวประจำรุ่งพระเยซูคริสต์ให้ความสนใจกับผู้ที่ชนะ พวกเขามีชื่อเสียงดี และจะได้พบพระองค์อีกครั้ง

การนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้

สำหรับการดำเนินชีวิต

ตระหนักว่า พระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรของพระเจ้า ผู้ทรงรู้จักความคิด จิตใจภายในของเรา พระองค์เกลียดชังความบาปแห่งการล่วงประเวณี ความไม่บริสุทธิ์ อย่าประนีประนอมกับคำสอนที่ให้ทำบาปได้เพื่อพระเจ้า

ผู้นำ ศิษยาภิบาล หรือตัวแทนของพระเจ้า ควรสอนอย่างถูกต้อง และมีความระมัดระวังเรื่องคำสอนเท็จ และดูแลอภิบาลสมาชิกอย่างถูกต้องตามหลักพระคัมภีร์อย่างถูกต้อง

กรณีพบคำสอนผิด หรือคนสอนผิด ให้ทดสอบ พิสูจน์คำสอนได้ หากพบว่าผิดจากที่พระเยซูคริสต์สอน ก็ตอบสนองโดยไม่ต้องปฎิบัติตาม ไม่ทนฟัง

ระมัดระวังเรื่องการประนีประนอมกับโลก กับพระอื่น การมีรูปเคารพอื่นพระเจ้าต้องการให้เรานมัสการพระเจ้าองค์เดียว อย่ามีส่วนร่วมในการนมัสการพระอื่น

อย่าหลงลืมเรื่องการมีความสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้า คือ มีความรัก ความเชื่อ ความทรหดอดทนเพื่อพระเจ้า ไม่ใช่เพื่อผู้อื่น หรือเพื่อพระอื่น   

ดำเนินชีวิตในชุมชนของพระเจ้า ในคริสตจักรของพระเจ้าที่ทำให้เรามีพระพร และชัยชนะฝ่ายวิญญาณ  รักษาชีวิตนิรันดร์ นั่นหมายถึง คริสตจักรที่ดำเนินตามความรัก ความเชื่อ ความทรหดอดทนของพระเจ้าที่มีต่อทุกคน เพื่อทุกคนจะได้รับชีวิตนิรันดร์

ขอพระเจ้าอวยพรท่าน ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

อ้างอิง:
1https://biblehub.com/greek/32.htm
2เกรแฮม ลีด. พระเจ้าทรงครอบครองอยู่ ศึกษาพระธรรมวิวรณ์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ:  กนกบรรณสาร, พฤศจิกายน 1997,หน้า 42-44.
3เจ. เกลน มอริส. แปลโดย ดารณี ประดับชนานุรัตน์. คู่มือศึกษาพระคัมภีร์ใหม่ วิวรณ์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงเรียนคริสตศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์, 2019, หน้า62-68.
4https://biblehub.com/greek/4442.htm
5จอห์น เอฟ วาลวูร์ด. แปลโดย ธนาภรณ์  ธรรมสุจริตกุล. วิวรณ์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: ศูนย์ทีรันนัส (สำนักพิมพ์ จีพี), 2001, หน้า 136-139.
6Kenneth L. Barker และคณะ. พระคริสต์ธรรมคัมภีร์อมตธรรมร่วมสมัย ฉบับค้นคว้า. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: องค์การอมตธรรม, 2011, หน้า 2376.
7https://biblehub.com/greek/922.htm
8https://biblehub.com/greek/1849.htm
9https://biblehub.com/greek/4165.htm
10https://biblehub.com/greek/792.htm

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here