อ.กิจขจร ลิ่วเฉลิมวงศ์

เทศนาอาทิตย์ที่  6 ตุลาคม 2019

คริสตจักรชีวิตรุ่งเรือง (GLC)

พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่แท้จริง ตอนที่ 2 อสค34:17-24

1.พระเจ้าทรงพิพากษา (17,20,22)

2.พระเจ้าทรงตั้งผู้เลี้ยง (23-24)

17พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า เจ้าทั้งหลายที่เป็นแกะของเราเอ๋ย ดูสิ เราจะพิพากษาระหว่างแกะกับแกะ ระหว่างแกะผู้กับแพะผู้ 18การที่พวกเจ้าหากินในทุ่งหญ้าอย่างดีนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือ เจ้าจึงเอาเท้าเหยียบย่ำทุ่งหญ้าที่เหลืออยู่ของเจ้า และเมื่อดื่มน้ำที่ใสแล้วจึงเอาเท้าของเจ้ากวนน้ำที่เหลืออยู่ให้ขุ่น19แกะของเราต้องกินสิ่งที่เท้าของเจ้าเหยียบย่ำ และดื่มน้ำที่เท้าของเจ้าทำให้ขุ่นหรือ20เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสกับพวกเขาดังนี้ว่า นี่แน่ะ เรา คือเราเองจะพิพากษาระหว่างแกะอ้วนกับแกะผอม21เพราะเจ้าเอาสีข้างและบ่าดัน ทั้งผลักแกะทุกตัวที่อ่อนเพลีย ด้วยเขาของเจ้า จนทำให้พวกเขากระจายไปต่างถิ่น22เราจะช่วยแกะของเราให้รอด เขาจะไม่เป็นเหยื่ออีกต่อไป แต่เราจะพิพากษาระหว่างแกะกับแกะ

23และเราจะตั้งผู้เลี้ยงคนหนึ่งไว้เหนือเขาทั้งหลาย คือดาวิดผู้รับใช้ของเราและเขาจะเลี้ยงดูพวกเขา เขาจะเลี้ยงดูพวกเขาและเป็นผู้เลี้ยงของเขาทั้งหลาย24และเราคือยาห์เวห์ จะเป็นพระเจ้าของพวกเขา และดาวิดผู้รับใช้ของเรา จะเป็นเจ้านายท่ามกลางพวกเขา เราคือยาห์เวห์ ได้ลั่นวาจาแล้ว

พระธรรมเอเสเคียล34 ตอนนี้เป็นเหตุการณ์ช่วงยูดาห์ อิสราเอลฝ่ายใต้เมืองหลวงอยู่ที่เยรูซาเล็ม ถูกนำไปเป็นเชลยที่บาบิโลน พระวิหารถูกทำลาย

อสค33:21และอยู่มาเมื่อวันที่ 5 เดือนที่ 10 ในปีที่ 12 ซึ่งเราได้ถูกกวาดไปเป็นเชลย คนหนึ่งที่หนีมาจากกรุงเยรูซาเล็มมาหาข้าพเจ้า กล่าวว่าเมืองนั้นแตกเสียแล้วอยู่ในเวลาช่วงเดียวกันกับเหตุการณ์ใน

2พกษ25:1-4 และอยู่มาเมื่อวันที่ 10 เดือน 10 ปีที่ 9 แห่งรัชกาลของเศเดคียาห์ (king 21th)เนบูคัดเนสซาร์พระราชาแห่งบาบิโลนได้ทรงยกทัพทั้งสิ้นของพระองค์มาโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม และล้อมกรุงนั้นไว้และเขาทั้งหลายได้สร้างเครื่องล้อมไว้รอบ 2กรุงนั้นจึงถูกล้อมอยู่ถึงปีที่ 11 แห่งรัชกาลกษัตริย์เศเดคียาห์ 3เมื่อถึงวันที่ 9 ของเดือนที่ 4 เกิดการกันดารอาหารรุนแรงในกรุงนั้น ไม่มีอาหารให้แก่ประชาชนของแผ่นดิน 

4แล้วกรุงนั้นก็แตก ทหารทั้งสิ้นหนีออกไปในเวลากลางคืนตามทางประตูเมือง ระหว่างกำแพงทั้งสองซึ่งอยู่ริมพระราชอุทยาน (ทั้งๆ ที่คนเคลเดียอยู่รอบเมือง) และพระราชาก็เสด็จตามทางไปลุ่มแม่น้ำจอร์แดน

สถานการณ์ของยูดาห์ในเวลานั้นคือ การสิ้นชาติ เจอความทุกข์ยากลำบากต้องไปเป็นเชลย ครอบครัวพลัดพราก ความมั่นคงไม่มี อนาคตไม่มี ศักดิ์ศรีไม่มี พวกเขาเป็นประชากรของพระเจ้า แต่การที่พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่แท้จริงให้ความหวังกับเราในการกลับมาหาพระเจ้า จากตอนที่แล้วพระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยง พระองค์ทรงรื้อฟื้นความสัมพันธ์ พระองค์ทรงช่วยให้รอด และพระองค์ทรงเลี้ยงดู

ให้เรามาศึกษาพระธรรม อสค34:17-24 ด้วยกันหัวข้อคำเทศนาในวันนี้ คือ

พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่แท้จริง ตอนที่ 2 อสค34:17-24

1.พระเจ้าทรงพิพากษา (17,20,22)

17พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า เจ้าทั้งหลายที่เป็นแกะของเราเอ๋ย ดูสิ เราจะพิพากษาระหว่างแกะกับแกะ ระหว่างแกะผู้กับแพะผู้

1) พิพากษาระหว่างแกะกับแกะ

หมายถึง การพิพากษาอิสราเอล ตามการกระทำของแต่ละคน ตามวิถีชีวิตของเขา

อสค7:3,4,8,9 3บัดนี้อวสานมาถึงเจ้า และเราจะปล่อยให้ความกริ้วของเรามาเหนือเจ้า และเราจะพิพากษาเจ้าตามวิถีชีวิตเจ้า และเราจะลงทัณฑ์เพราะสิ่งน่าสะอิดสะเอียนทั้งหมดของเจ้า4นัยน์ตาของเราจะไม่ปรานีเจ้า และเราก็จะไม่กรุณา แต่เราจะลงทัณฑ์เจ้าตามวิถีชีวิตเจ้า ขณะเมื่อสิ่งน่าสะอิดสะเอียนยังอยู่ท่ามกลางเจ้า แล้วเจ้าจะรู้ว่า เราคือยาห์เวห์

8บัดนี้ ใกล้เวลาที่เราจะเทความโกรธของเราบนเจ้า และระบายความกริ้วของเราต่อเจ้าจนหมดสิ้น และเราจะพิพากษาเจ้าตามวิถีชีวิตเจ้า และเราจะลงทัณฑ์เพราะสิ่งน่าสะอิดสะเอียนทั้งหมดของเจ้า9นัยน์ตาของเราจะไม่ปรานี และเราก็จะไม่กรุณา แต่เราจะลงทัณฑ์เจ้าตามวิถีชีวิตเจ้า ขณะเมื่อสิ่งน่าสะอิดสะเอียนยังอยู่ท่ามกลางเจ้า แล้วเจ้าจะรู้ว่า เราคือยาห์เวห์ผู้โบยตี

เขาจะรอดจากการพิพากษาเพราะความชอบธรรมของแต่ละคน

อสค14:13-14,16,18,2013บุตรมนุษย์เอ๋ย เมื่อแผ่นดินหนึ่งทำบาปต่อเราโดยประพฤติการทรยศยิ่ง แล้วเราเหยียดมือของเราออกต่อสู้แผ่นดินนั้น และทำลายอาหารหลัก ทั้งส่งการกันดารอาหารมาที่แผ่นดินนั้น และเราทำลายมนุษย์และสัตว์เสียจากแผ่นดินนั้น14ถึงแม้ว่าคนทั้งสามนี้ คือโนอาห์ ดาเนียลและโยบจะอยู่ในนั้น พวกเขาจะช่วยเฉพาะชีวิตของพวกเขาได้ด้วยความชอบธรรมของเขา พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ

อสค14:16พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า เรามีชีวิตอยู่แน่อย่างไร แม้ว่าคนทั้งสามนี้ อยู่ในนั้น พวกเขาก็ไม่อาจช่วยบุตรชายหรือบุตรสาวให้รอดได้ เฉพาะพวกเขาเท่านั้นจะรอด แต่แผ่นดินนั้นจะร้างเปล่า18พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า เรามีชีวิตอยู่แน่อย่างไร แม้คนทั้งสามนี้จะอยู่ในนั้น พวกเขาก็ไม่อาจช่วยบุตรชายหรือบุตรสาวให้รอดได้ เฉพาะตัวพวกเขาเท่านั้นจะรอด 20ถึงแม้ว่าโนอาห์ ดาเนียลและโยบอยู่ในนั้น พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า เรามีชีวิตอยู่แน่อย่างไร พวกเขาก็ไม่อาจช่วยบุตรชายและบุตรสาวให้รอดได้ พวกเขาจะช่วยเฉพาะชีวิตของเขาได้ด้วยความชอบธรรมของเขาทุกคนต้องรับผลจากการกระทำของตนเอง

อสค18:17-22เขาหันมือจากการเบียดเบียนคนจน ไม่ได้เอาดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่ม เขาทำตามกฎหมายทั้งหลายของเรา และดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา เขาจะไม่ตายเพราะความผิดบาปของบิดาเขา เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน18แต่บิดาของเขาหาเงินด้วยการบีบบังคับ และปล้นทรัพย์ของพี่น้อง ทำแต่สิ่งไม่ดีในท่ามกลางชนชาติของเขา นี่แน่ะ บิดาของเขาก็จะต้องตายเพราะความผิดบาปของตัวเอง19แต่พวกเจ้ายังกล่าวว่าทำไมบุตรจึงไม่รับโทษความชั่วของบิดาของตนเมื่อบุตรได้ทำความยุติธรรมและความชอบธรรมแล้ว ทั้งได้รักษากฎเกณฑ์ทั้งหมดของเราและได้ทำตาม เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน20ตัวคนที่ทำบาปจะต้องตาย บุตรไม่ต้องรับโทษ ความผิดบาปของบิดา บิดาก็ไม่ต้องรับโทษความผิดบาปของบุตร คนชอบธรรมจะรับผลความชอบธรรมของตน และคนอธรรมจะรับผลการอธรรมของตน

อสค18:21แต่ถ้าคนอธรรมคนใดหันกลับจากบาปทั้งหมดซึ่งเขาได้ทำไป และรักษากฎเกณฑ์ทั้งหมดของเรา ทั้งทำความยุติธรรมและความชอบธรรม เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน เขาจะไม่ตาย22การละเมิดทุกอย่างซึ่งเขาได้ทำแล้วนั้นจะไม่ถูกจดจำไว้เพื่อเอาโทษเขา เขาจะมีชีวิต อยู่ด้วยความชอบธรรมที่เขาได้ทำไป

อสค34:20-22เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสกับพวกเขาดังนี้ว่า นี่แน่ะ เรา คือเราเองจะพิพากษาระหว่างแกะอ้วนกับแกะผอม21เพราะเจ้าเอาสีข้างและบ่าดัน ทั้งผลักแกะทุกตัวที่อ่อนเพลีย ด้วยเขาของเจ้า จนทำให้พวกเขากระจายไปต่างถิ่น22เราจะช่วยแกะของเราให้รอด เขาจะไม่เป็นเหยื่ออีกต่อไป แต่เราจะพิพากษาระหว่างแกะกับแกะ

2) พิพากษาระหว่างแกะอ้วนกับแกะผอม หมายถึง การพิพากษาพวกผู้นำ กับประชาชนอิสราเอล  เป็นผลต่อเนื่องจากมาจาก ข้อ16เราจะเสาะหาแกะที่หาย เราจะนำตัวที่หลงกลับมา เราจะพันผ้าให้แกะที่กระดูกหัก และเราจะเสริมกำลังแกะที่อ่อนเพลีย แต่เราจะทำลายแกะที่อ้วนและแข็งแรง เราจะเลี้ยงดูเขาด้วยความยุติธรรม 

อสค22:23-31 23แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าว่า

24บุตรมนุษย์เอ๋ย จงกล่าวกับแผ่นดินว่า เจ้าเป็นแผ่นดินที่ไม่ได้รับการชำระ และไม่ได้รับน้ำฝนในวันแห่งความเกรี้ยวกราด

25บรรดาผู้นำวางแผนท่าม กลางแผ่นดินนั้น เหมือนสิงโตคำรามที่ฉีกเหยื่ออยู่ เขาทั้งหลายกัดกินชีวิตคน เขาริบสมบัติและสิ่งมีค่าไป พวกเขาเพิ่มพูนหญิงม่ายขึ้นมากมายท่าม กลางแผ่นดินนั้น

26พวกปุโรหิตของเขาได้ละเมิดธรรมบัญญัติของเรา และลบหลู่สิ่งบริสุทธิ์ของเรา พวกเขาไม่ได้แยกแยะระหว่างสิ่งบริสุทธิ์และสิ่งไม่บริสุทธิ์ เขาไม่ได้บอกให้รู้ความแตกต่างระหว่างสิ่งเป็นมลทินและสิ่งสะอาด เขาไม่เห็นวันสะบาโตของเราอยู่ในสายตา ดังนั้นเราจึงถูกลบหลู่ท่ามกลางเขาทั้งหลาย

27พวกเจ้านายในท่ามกลางแผ่นดินเป็นเหมือนสุนัขป่าที่ฉีกเหยื่อ ทำให้โลหิตตก ทำลายชีวิตเพื่อจะเอากำไรอธรรม

28และบรรดาผู้เผยพระวจนะของแผ่นดินนั้น ก็ฉาบปูนขาวให้กับพวกเขาด้วยการเห็นนิมิตปลอม และให้คำทำนายเท็จแก่เขา โดยกล่าวว่าพระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ทั้งที่พระยาห์เวห์ไม่ได้ตรัสเลย

อสค22:29ประชาชนในแผ่นดินทำการบีบบังคับและทำการโจรกรรม เออ เขาบีบบังคับคนยากจนและคนขัดสน และบีบบังคับคนต่างด้าวอย่างไม่ยุติธรรม

30และเราแสวงหาคนหนึ่งในพวกเขาที่จะสร้างกำแพง และยืนอยู่ตรงช่องโหว่ต่อหน้าเราเพื่อแผ่นดินนั้น เพื่อเราจะไม่ทำลายมันเสีย แต่เราก็หาไม่ได้สักคนเดียว

31ฉะนั้นเราจึงเทความเกรี้ยวกราดของเราลงเหนือเขา เราทำให้พวกเขาหมดสิ้นไปด้วยไฟพิโรธของเรา เราจะลงทัณฑ์ตามการประพฤติของพวกเขาเหนือศีรษะเขาพระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ

สาเหตุการพิพากษาบาบิโลน หรือ การพิพากษาระหว่างแกะผู้กับแพะผู้ มาจากข้อ 18-19 การที่พวกเจ้าหากินในทุ่งหญ้าอย่างดีนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย

หรือ เจ้าจึงเอาเท้าเหยียบย่ำทุ่งหญ้าที่เหลืออยู่ของเจ้า และเมื่อดื่มน้ำที่ใสแล้วจึงเอาเท้าของเจ้ากวนน้ำที่เหลืออยู่ให้ขุ่น19แกะของเราต้องกินสิ่งที่เท้าของเจ้าเหยียบย่ำ และดื่มน้ำที่เท้าของเจ้าทำให้ขุ่นหรือ

พระเยซูจะมาพิพากษาตามพระประสงค์พระเจ้า

ยน 5:30 เราจะทำสิ่งใดตามใจไม่ได้ เราได้ยินอย่างไรเราก็พิพากษาอย่างนั้น และการพิพากษาของเราก็ยุติธรรม เพราะเราไม่ได้มุ่งที่จะทำตามใจของเราเอง แต่ตามพระประสงค์ของผู้ทรงใช้เรามา

รม2:16ในวันที่พระเจ้าทรงพิพากษาความลับของมนุษย์โดยพระเยซู คริสต์ ทั้งนี้ตามข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าได้ประกาศนั้น

3) การพิพากษาระหว่างแกะผู้กับแพะผู้

หมายถึง แกะ หมายถึง อิสราเอล แพะ หมายถึง คนต่างชาติที่มาข่มเหงพวกเขา

ประยุกต์ใช้คือ ผู้เชื่อ (คนของพระเจ้า ) กับคนไม่เชื่อพระเจ้า

มธ25:31-34 เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาด้วยพระรัศมีพร้อมกับทูตสวรรค์ทั้งหมด แล้วพระองค์จะประทับบนพระที่นั่งอันรุ่งโรจน์ของพระองค์32ประชาชาติทั้งหมดจะมาประชุมกันเฉพาะพระพักตร์พระองค์ และพระองค์จะทรงแยกพวกเขาออกจากกัน เหมือนผู้เลี้ยงแกะแยกแกะออกจากแพะ33พระองค์จะทรงจัดให้ฝูงแกะอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ และฝูงแพะอยู่เบื้องซ้าย 34ขณะนั้น พระมหากษัตริย์จะตรัสกับพวกผู้ที่อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ว่าท่านทั้งหลายที่ได้รับพรจากพระบิดาของเรา จงมารับเอาราชอาณาจักรซึ่งเตรียมไว้สำหรับท่านทั้งหลายตั้งแต่แรกสร้างโลก

2.พระเจ้าทรงตั้งผู้เลี้ยง (23-24)

23และเราจะตั้งผู้เลี้ยงคนหนึ่งไว้เหนือเขาทั้งหลาย คือดาวิดผู้รับใช้ของเราและเขาจะเลี้ยงดูพวกเขา เขาจะเลี้ยงดูพวกเขาและเป็นผู้เลี้ยงของเขาทั้งหลาย24และเราคือยาห์เวห์ จะเป็นพระเจ้าของพวกเขา และดาวิดผู้รับใช้ของเรา จะเป็นเจ้านายท่ามกลางพวกเขา เราคือยาห์เวห์ ได้ลั่นวาจาแล้ว

กษัตริย์ดาวิดสิ้นพระชนม์ไปแล้ว 1000-597= 403BC ราชวงศ์ลำดับที่ 21 ของพระองค์ก็สิ้นชาติไปเป็นเชลยในบาบิโลนแล้ว ดังนั้นในอสค34 ตอนนี้คงไม่ได้หมายถึง กษัตริย์ดาวิดจริงๆ  หรือลูกหลานของดาวิด

อิสราเอลช่วงเวลาของเอเสเคียลนั้นเชื่อว่าจะมีระบบกษัตริย์ปกครองมาจากเชื้อสายของดาวิดอีกครั้ง หมายความว่า พวกเขามีความหวังว่าจะได้กลับมายังดินแดนพันธสัญญาอีกครั้ง หลังพ้นจากการเป็นเชลยในบาบิโลน พวกเขาจะมีกษัตริย์ปกครองอีกครั้งหนึ่ง แต่ความจริงจากประวัติศาสตร์ก็บอกว่าไม่มีระบบการปกครองแบบกษัตริย์ดาวิดในอิสราเอลตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน 

หลักการของเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องของพระเจ้าจะตั้งคนแบบดาวิดในการดูแลคนของพระเจ้า คนของพระเจ้า พระเจ้าตั้งผู้เลี้ยงเอง ตั้งผู้นำเอง ตั้งเจ้านายเอง ให้ทำหน้าที่ดูแลคนของพระเจ้า

สดด78:70-72 พระองค์ทรงเลือกดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ ทรงพาท่านมาจากคอกแกะ 71พระองค์ทรงพาท่านมาจากการดูแลแม่แกะที่มีลูกอ่อน ให้เป็น   ผู้เลี้ยงดูยาโคบประชากรของพระองค์ดุจเลี้ยงแกะ คืออิสราเอลมรดกของพระองค์ 72ท่านจึงเลี้ยงดูพวกเขาด้วยใจเที่ยงธรรม และนำเขาไปด้วยมือช่ำชอง

พระเจ้ายังตั้งตำแหน่งผู้นำต่างๆเพื่อดูแลคนอิสราเอล เช่น ปุโรหิต ผู้เผย วจนะ รวมถึงกษัตริย์ด้วย (three office) ผ่านการทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเป็นทั้งปุโรหิต ผู้เผยวจนะ และกษัตริย์

พระองค์ทำหน้าที่ของของทั้งสามตำแหน่งนี้ด้วยพระองค์เองด้วย

ฮบ6:5-6ในทำนองเดียวกัน พระคริสต์ก็ไม่ได้ทรงยกย่องพระองค์เองขึ้นเป็นมหาปุโรหิต แต่พระเจ้าตรัสกับพระองค์ว่าเจ้าเองเป็นบุตรของเรา วันนี้เราให้กำเนิดเจ้า” 6และตรัสอีกตอนหนึ่งว่าจ้าจะเป็นปุโรหิตชั่วนิรันดร์  ตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค 

ฮบ 7:1เมลคีเซเดค ผู้นี้คือกษัตริย์เมืองซาเลม เป็นปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด มาพบอับราฮัมขณะที่อับราฮัมกำลังกลับมาจากการรบชนะกษัตริย์ทั้งหลาย ท่านได้อวยพรอับราฮัม

อีกความหมายหนึ่ง เป็นคำพยากรณ์ที่เล็งถึงการปกครองของพระเจ้าใน อนาคต เกี่ยวกับพระเมสิยาห์กษัตริย์ผู้ได้รับการเจิม จะมาปกครองอาณาจักรของพระเจ้า คือ พระเยซูคริสต์ 

ลก20:41-44 พระเยซูถามธรรมาจารย์ จากสดด110:1 “ดาวิดเรียกพระ

คริสต์ เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วท่านจะเป็นเชื้อสายของดาวิดได้อย่างไร

ตอบ มนุษย์นึกไม่ถึงว่าพระเจ้าจะมาบังเกิดเป็นมนุษย์

41พระองค์จึงตรัสถามพวกเขาว่าที่มีคนว่า พระคริสต์ทรงเป็นเชื้อสายของ ดาวิดนั้นเป็นไปได้อย่างไร42เนื่องจากดาวิดเองก็กล่าวไว้ในพระธรรมสดุดีว่าพระเจ้าตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่าจงนั่งด้านขวามือของเรา43จนกว่าเราจะทำให้ศัตรูของท่าน เป็นที่รองเท้าของท่าน” 44ในเมื่อดาวิดยังเรียกท่านว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วท่านจะเป็นเพียงเชื้อสายของดาวิดได้อย่างไร

พระเยซูยืนยันว่าพระองค์เป็นเชื้อสายของดาวิด

วิวรณ์ 22:16 (THSV11)“เราคือเยซูผู้ใช้ทูตสวรรค์ของเราไปเป็นพยานถึงสิ่งเหล่านี้ต่อท่านเพื่อคริสตจักรทั้งหลาย เราเป็นรากเหง้าและเชื้อสายของดาวิด และเป็นดาวประจำรุ่งอันสุกใส

พระเยซูยืนยันว่าพระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงที่พระเจ้า แต่งตั้ง

ยน10:14-15 เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี เรารู้จักแกะของเราและแกะของเราก็รู้จักเรา 15เหมือนอย่างที่พระบิดาทรงรู้จักเราและเรารู้จักพระบิดา และเราสละชีวิตเพื่อฝูงแกะ

ขอให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

 

สนใจติดต่อเรา หรือเชิญให้เทศนา ให้สอนหรือให้อบรม

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here