หน้าแรก เฝ้าเดี่ยวแบบตามพระธรรม พระธรรมผู้วินิจฉัย เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่14:1-20

เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่14:1-20

1371
0
ภาพจาก https://www.huffingtonpost.com/entry/trump-nominee-bible-constitution_us_59b004cbe4b0354e440e5379

ส่ิงที่เรียนรู้จากพระธรรมวินิจฉัย คือ การดำเนินชีวิตกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ทำให้เราใช้ชีิวิตอยู่การดูแล ปกป้อง คุ้มครองของพระเจ้า

เมื่อท่านศึกษาเฝ้าเดี่ยวพระธรรมผู้วินิจฉัยแล้ว ท่านจะเรียนรู้ว่าการทำตามใจตนเอง เราต้องรับผลที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง แต่เราทำตามใจพระเจ้า พระเจ้าจะเป็นคนรับผิดชอบ ช่วยเหลือ ให้เกิดผลที่ดีกับเรา

แซมสันแต่งงาน

1แซมสันได้ลงไปยังเมืองทิมนาห์ และได้เห็นผู้หญิงฟีลิสเตียคนหนึ่งในเมืองทิมนาห์ 2แล้วเขาจึงขึ้นมาบอกบิดามารดาของเขาว่า “ลูกเห็นผู้หญิงฟีลิสเตียคนหนึ่งในเมืองทิมนาห์ บัดนี้ไปขอนางให้เป็นเมียลูกที” 3แต่บิดาและมารดากล่าวกับเขาว่า “จะหาเมียในหมู่ญาติพี่น้องของเจ้าหรือในชนชาติทั้งหมดของเราไม่ได้หรือ? เจ้าจึงจะไปรับหญิงจากคนฟีลิสเตียที่ไม่เข้าสุหนัตมาเป็นเมียของเจ้า” แต่แซมสันกล่าวกับบิดาว่า “ไปขอนางให้ลูกที เพราะนางต้องตาต้องใจลูกมาก”

4บิดามารดาไม่ทราบว่า เรื่องนี้เป็นมาจากพระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ทรงหาช่องทางที่จะต่อสู้พวกฟีลิสเตีย ในเวลานั้นพวกฟีลิสเตียมีอำนาจเหนืออิสราเอล

5ส่วนแซมสันก็ลงไปยังเมืองทิมนาห์กับบิดามารดา เมื่อมาถึงสวนองุ่นของทิมนาห์ นี่แน่ะ มีสิงโตหนุ่มตัวหนึ่งคำรามใส่ท่าน 6พระวิญญาณของพระยาห์เวห์ก็เสด็จมาเหนือท่านอย่างฉับพลัน ท่านจึงฉีกสิงโตออกอย่างคนฉีกลูกแพะ ทั้งที่ไม่มีอะไรในมือ แต่ท่านไม่ได้บอกให้บิดาหรือมารดาทราบว่าท่านได้ทำอะไรไป 7ท่านก็ลงไปพูดคุยกับหญิงนั้น นางต้องตาต้องใจแซมสันมาก 8หลายวันต่อมา ท่านก็กลับไปเพื่อรับนางมาเป็นภรรยา ท่านได้แวะไปดูซากสิงโต และนี่แน่ะ มีผึ้งฝูงหนึ่งทำรังอยู่ในซากสิงโตนั้น มีน้ำผึ้งด้วย 9แซมสันก็ยื่นมือกวาดเอารวงผึ้งมา เดินไปกินไป จนมาถึงบิดามารดา ท่านจึงแบ่งให้บิดามารดากินด้วย แต่ท่านไม่ได้บอกว่า น้ำผึ้งนั้นมาจากซากสิงโต

10แล้วบิดาของท่านก็ลงไปหาหญิงนั้น และแซมสันจัดงานเลี้ยงที่นั่น ดังที่คนหนุ่มๆ เขาทำกัน 11และเมื่อประชาชนเห็นท่านแล้ว จึงนำเพื่อน 30 คนให้มาอยู่กับท่าน 12แซมสันกล่าวกับพวกเขาว่า “ให้ข้าทายปริศนาพวกเจ้าสักข้อหนึ่งเถิด ถ้าทายได้ก่อนจบการเลี้ยงเจ็ดวัน ข้าจะให้เสื้อป่านสามสิบชุด และเสื้อเที่ยวงานสามสิบชุดด้วย 13ถ้าพวกเจ้าทายไม่ได้ ก็ต้องให้เสื้อป่านสามสิบชุดกับเสื้อเที่ยวงานสามสิบชุดแก่ข้า” พวกเขาก็ตอบท่านว่า “ทายมาเถิด เราจะฟัง” 14ดังนั้นแซมสันจึงกล่าวกับเขาทั้งหลายว่า

“มีของกินออกมาจากตัวผู้กิน

มีของรสหวานออกมาจากตัวที่แข็งแรง”

ในสามวันพวกเขาก็ยังแก้ปริศนาไม่ได้

15พอถึงวันที่เจ็ด พวกเขากล่าวกับภรรยาของแซมสันว่า “จงล่อหลอกผัวเจ้าให้แก้ปริศนานี้แก่เรา มิฉะนั้นเราจะเอาไฟเผาเจ้ากับบ้านบิดาของเจ้าเสีย เจ้าเชิญเรามาโดยหวังจะทำให้เรายากจนหรือ?” 16ภรรยาของแซมสันไปร้องไห้กับแซมสันว่า “เธอเกลียดฉัน เธอไม่รักฉัน เธอทายปริศนาแก่ชาวเมืองของฉัน และเธอก็ไม่แก้ปริศนาให้ฉันฟัง” แซมสันจึงบอกว่า “นี่แน่ะ พ่อแม่ของฉัน ฉันยังไม่บอกเลย จะบอกเธอได้อย่างไร?” 17นางร้องไห้กับแซมสันตลอดเจ็ดวันซึ่งเป็นวันเลี้ยงกันนั้น ในวันที่เจ็ดแซมสันก็แก้ปริศนาให้นางฟัง เพราะนางพูดคาดคั้นท่าน และนางก็บอกคำแก้ปริศนาให้ชาวเมืองของนาง 18พอวันที่เจ็ดก่อนดวงอาทิตย์ตก ชาวเมืองจึงบอกแซมสันว่า

“มีอะไรหวานกว่าน้ำผึ้ง?

มีอะไรแข็งแรงกว่าสิงโต?”

แซมสันจึงบอกพวกเขาว่า

“ถ้าเจ้าไม่เอาแม่โคของข้าช่วยไถ

เจ้าคงจะแก้ปริศนาของข้าไม่ได้”

19แล้วพระวิญญาณของพระยาห์เวห์ก็เสด็จมาเหนือแซมสันอย่างฉับพลัน ท่านจึงลงไปที่เมืองอัชเคโลน ฆ่าชาวเมืองนั้นเสีย 30 คน ริบเอาข้าวของ และมอบเสื้อเที่ยวงานให้ผู้ที่แก้ปริศนา แล้วท่านกลับไปบ้านของบิดาท่านด้วยความโกรธจัด 20ส่วนภรรยาของแซมสันนั้นก็ถูกยกให้แก่เพื่อนของแซมสัน ซึ่งเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวนั้นเสีย

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

A : Attitude

เราได้รับความรู้ใหม่ๆ หรือเราได้รับทัศนคติใหม่ๆ จากพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่อ่านเรื่องอะไรบ้าง?

ความปรารถนาที่ผิดของผู้นำเป็นแผนการของพระเจ้าหรือไม่ เช่นการไม่ให้แต่งงานกับคนต่างชาติ แซมซันใช้เกณฑ์ต้องตาต้องใจมากกว่าเหตุผลสำหรับการครองเรือน แต่ดูเหมือนครั้งนี้เป็นข้อยกเว้นสำหรับแซมซัน (ข้อ4) เรื่องนี้เป็นชนวนเหตุให้มีการจัดการฟีลิสเตีย ชนชาติที่เป็นศัตรูของอิสราเอลในที่สุด

อีกข้อคิดที่สำคัญคือ เรื่องความลับ ในตอนนี้ความลับเป็นเงื่อนไขสำคัญของเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหาย การเปิดเผยความลับทำให้เกิดอันตราย หรือผลร้ายของชีวิตก็ได้ต้องระมัดระวัง

C : Christ in focus

เรามองเห็นพระเยซูเป็นใคร พระองค์ทำอะไรบ้าง ผ่านพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่เราอ่านอย่างไรบ้าง?

ความลับของสวรรค์คือ แผนการความรอดของพระเจ้าสำหรับมนุษย์ คือ ให้พระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียวมาตายไถ่บาป และเป็นขึ้นจากความตาย

ความลับเรื่องแผนการความรอดนี้ มารไม่รู้แผนการเป็นขึ้นมาจากตาย ถ้ามารซาตานรู้มันจะไม่ฆ่าพระเยซูคริสต์ตรึงที่กางเขนแน่นอน มารรู้เพียงแค่ว่าพระเยซูเป็นพระเจ้ามาบังเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อพิพากษาลงโทษพวกมัน วิธีที่มันพยายามหยุดยั้งพระเยซู คือ ล่อลวงพระเยซูให้เชื่อฟังมัน ให้พระเยซูรักโลก และยอมนมัสการพวกมาร ซึ่งมันก็ทำไม่สำเร็จ เมื่อไม้อ่อนไม่ได้ผล จึงใช้ไม้แข็งโดยการประหารพระเยซูให้ตาย แต่มันคงไม่คิดว่า นี่เป็นวิธีการที่พระเจ้าทำให้แผนการของพระองค์สำเร็จ เป็นความลับที่มารไม่มีทางรู้

T : Transformation

เราต้องการให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในด้านใดบ้าง

เราดูแซมซันเหมือนคนไม่มีจริยธรรมเลย แพ้พนันแต่ไปจัดการคนอัชเคโลน ซึ่งเป็นเผ่าหนึ่งของคนฟีลิสเตียที่เป็นศัตรูกับคนอิสราเอล ทำลายเขาแล้วเอาเสื้อผ้ามาให้กับชาวเมืองของเจ้าสาว แท้ที่จริงแล้วแซมซันไม่ควรจะไปถามคำถามที่ทำให้เกิดปัญหาด้วยซ้ำไป

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการแต่งงาน ซึ่งจะมีกินดื่ม การละเล่นสนุกสนาน หนึ่งในนั้นคือ การตั้งคำถามปริศนาให้ตอบคำถาม แล้วมีของขวัญเล็กน้อยตอบแทน แต่พอดีการได้เสียของเรื่องนี้มันเป็นของมีค่ามาก ถึงกับทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนได้เลย ชาวบ้านจึงมีการใช้กลโกงบังคับเจ้าสาวให้ไปหาคำตอบมา ไม่อย่างนั้นจะเผาบ้านเจ้าสาว เพราะพวกเขาไม่สามารถจะหาคำตอบได้จริงๆ

ความแตกต่างของเรื่องนี้คือ พระวิญญาณของพระเจ้าเข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหานี้ (ข้อ19) ในการทำสงครามกับศัตรูเป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายชนะจะได้เมือง ได้ทรัพย์สมบัติ อัชเคโลนก็เป็นศัตรูที่ต้องโดนจัดการอยู่แล้วไม่ว่าจะตอนนี้ หรือในอนาคต พระเจ้าก็ช่วยแซมซันแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นปัญหา และช่วยจัดการศัตรูของอิสราเอลด้วย

S : Serve

เราจะดำเนินชีวิตเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และต่อพระเจ้าได้อย่างไรบ้าง?

การดำเนินชีวิตคริสเตียน และการรับใช้พระเจ้า ควรดำเนินชีวิตในพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้พระเจ้ามีส่วนสำคัญในการตัดสินใจ ในการดำเนินชีวิตในการรับใช้  พึ่งพาพระเจ้าเสมอ ขอการปกป้องจากพระเจ้า ขอชัยชนะจากพระเจ้า ขอฤทธิ์เดชจากพระเจ้าในการรับใช้ เราอาจจะไม่รู้จิตใจคนหรือไม่รู้ปัญหาสถานการณ์ แต่เราสามารถพึ่งพาพระเจ้า ให้ผลลัพธ์อยู่ในน้ำพระทัยพระเจ้าได้

ขอพระเจ้าอวยพร ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 13:1-25
บทความถัดไปเฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่15:1-20

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่