หน้าแรก เฝ้าเดี่ยวแบบตามพระธรรม พระธรรมผู้วินิจฉัย เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 9:22-57

เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 9:22-57

1446
0
ภาพจาก https://www.huffingtonpost.com/entry/trump-nominee-bible-constitution_us_59b004cbe4b0354e440e5379

ส่ิงที่เรียนรู้จากพระธรรมวินิจฉัย คือ คนอธรรมจะรับผลจากความอธรรมอาบีเมลผู้ที่ฆ่าพี่น้อง 70 คนเพื่อตนเองจะเป็นผู้นำ คนเชเคมที่ร่วมมือสนับสนุนผู้นำอธรรม หรือกาอัลที่ปากของเขาพูดส่ิงที่ทำให้เขาพ่ายแพ้ลำบาก

เมื่อท่านศึกษาเฝ้าเดี่ยวพระธรรมผู้วินิจฉัยแล้ว ท่านจะพบว่าพระเจ้าจะเป็นผู้ที่กำหนดการลงโทษพิพากษาสำหรับคนอธรรม เราเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่นได้ โดยเราไม่ต้องทำผิดเองและไปรับผลแห่งความผิดนั้น 

ความพินาศของอาบีเมเลค

22อาบีเมเลคครอบครองอิสราเอลอยู่ได้ 3 ปี 23พระเจ้าทรงใช้วิญญาณชั่วเข้าแทรกระหว่างอาบีเมเลคกับชาวเมืองเชเคม ชาวเมืองเชเคมก็กบฏต่ออาบีเมเลค 

24เพื่อทารุณกรรมที่ได้ทำแก่บุตร 70 คนของเยรุบบาอัลจะถูกสนองตอบ และโลหิตของเขาเหล่านั้นจะตกบนอาบีเมเลค พี่น้องผู้ได้ประหารพวกเขาและตกแก่ชาวเมืองเชเคม ผู้สนับสนุนอาบีเมเลคให้ฆ่าพี่น้องของตน 

25ชาวเมืองเชเคมได้วางคนซุ่มซ่อนไว้ต่อสู้อาบีเมเลคที่บนยอดภูเขา พวกเขาก็ปล้นทุกคนที่ผ่านไปมาทางนั้น และมีคนบอกอาบีเมเลคให้ทราบ

26กาอัลบุตรเอเบดกับญาติๆ ของเขาเข้าไปในเมืองเชเคม และชาวเชเคมไว้เนื้อเชื่อใจเขา 27เขาทั้งหลายพากันออกไปในสวนเก็บผลองุ่นมาย่ำ ทำการเลี้ยงรื่นเริงและเข้าไปในวิหารแห่งพระของพวกเขา เขาทั้งหลายกินและดื่ม และแช่งด่าอาบีเมเลค 28กาอัลบุตรเอเบดจึงกล่าวว่า “อาบีเมเลคคือใคร? และเชเคมเป็นใครกันที่เราต้องปรนนิบัติเขา? เขาไม่ใช่บุตรของเยรุบบาอัลหรือ? และเศบุลไม่ใช่เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยของเขาหรือ? จงปรนนิบัติคนฮาโมร์ บิดาของเชเคม ทำไมเราต้องปรนนิบัติอาบีเมเลคด้วย? 29ถ้าคนเมืองนี้อยู่ใต้ปกครองของข้านะ ข้าจะถอดอาบีเมเลคเสีย ข้าจะท้าเอบีเมเลคว่า ‘จงเพิ่มกองทัพของเจ้าขึ้น แล้วออกมาเถิด’ ”

30พอเศบุลเจ้าเมืองได้ยินถ้อยคำของกาอัลบุตรเอเบดก็โกรธ 31จึงส่งผู้สื่อสารไปยังอาบีเมเลคที่อารูมาห์กล่าวว่า

“นี่แน่ะ กาอัลบุตรเอเบดและญาติๆ ของเขามาที่เมืองเชเคม ยุแหย่เมืองนั้นให้ต่อสู้กับท่าน 

32บัดนี้ขอท่านจงลุกขึ้นในเวลากลางคืน ทั้งท่านและกองทัพที่อยู่กับท่านไปซุ่มคอยอยู่ในทุ่งนา 33รุ่งเช้าพอดวงอาทิตย์ขึ้น ท่านจงลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ รีบรุกเข้าเมือง และนี่แน่ะ เมื่อกาอัลกับกองทัพที่อยู่กับเขาออกมาต่อสู้ท่าน ท่านจงทำแก่พวกเขาตามแต่โอกาสจะอำนวย”

34อาบีเมเลค และกองทัพทั้งสิ้นที่อยู่กับเขาก็ลุกขึ้นในเวลากลางคืน แบ่งออกเป็นสี่กองไปซุ่มคอยสู้เมืองเชเคม 35กาอัลบุตรเอเบดก็ออกไปยืนอยู่ที่ทางเข้าประตูเมือง อาบีเมเลคก็ลุกขึ้นพร้อมกับกองทัพที่อยู่กับเขา ออกมาจากที่ซุ่มซ่อน 36และเมื่อกาอัลเห็นฝูงชน จึงพูดกับเศบุลว่า “ดูซิ ฝูงชนกำลังเคลื่อนลงมาจากยอดภูเขา” เศบุลตอบเขาว่า “ท่านเห็นเงาภูเขาเป็นคนไป” 37กาอัลพูดขึ้นอีกว่า “ดูซิ ฝูงชนกำลังออกมาจากทับบูร์ฮาอาเรส กลุ่มหนึ่งกำลังออกมาจากทางต้นโอ๊กของผู้ทำนาย” 

38เศบุลก็กล่าวแก่กาอัลว่า “ปากของท่านอยู่ที่ไหนเดี๋ยวนี้ ท่านผู้ที่กล่าวว่า ‘อาบีเมเลคเป็นใครที่เราต้องปรนนิบัติ?’ คนเหล่านี้เป็นคนที่ท่านหมิ่นประมาทไม่ใช่หรือ? จงยกออกไปรบกับเขาเถิด” 

39กาอัลก็เดินนำหน้าชาวเมืองเชเคมออกไปต่อสู้กับอาบีเมเลค 40อาบีเมเลคก็ขับไล่กาอัลหนีไป มีคนบาดเจ็บล้มตายเป็นอันมากจนถึงทางเข้าประตูเมือง 41ส่วนอาบีเมเลคก็อาศัยอยู่ที่อารูมาห์ และเศบุลก็ขับไล่กาอัลกับญาติๆ ของเขาออกไป ไม่ให้อยู่ที่เมืองเชเคมต่อไป

42รุ่งขึ้น ชาวเมืองนั้นออกไปที่ทุ่งนา อาบีเมเลคก็ทราบเรื่อง 43เขาจึงแบ่งคนของเขาออกเป็นสามกอง ซุ่มคอยที่ทุ่งนา เขามองดู เมื่อคนออกจากเมือง เขาจึงลุกขึ้นประหารเสีย 44อาบีเมเลคกับกองทหารที่อยู่ด้วยก็รุกไปยืนอยู่ที่ทางเข้าประตูเมือง ฝ่ายทหารอีกสองกองก็รุกเข้าโจมตีคนทั้งหมดที่ในทุ่งนาและประหารเสีย 45อาบีเมเลคโจมตีเมืองนั้นตลอดวันจนยึดเมืองได้ และฆ่าฟันประชาชนที่อยู่ในเมืองนั้นเสีย อีกทั้งทำลายเมืองนั้นด้วย แล้วก็หว่านเกลือลงไป

46เมื่อพวกผู้นำทั้งสิ้นที่หอรบเมืองเชเคมได้ยินเช่นนั้น ก็หนีเข้าไปอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินในวิหารของพระเอลเบรีท 47มีคนไปเรียนอาบีเมเลคว่า ชาวเมืองทั้งสิ้นที่หอรบเมืองเชเคมมาชุมนุมกันอยู่ 48อาบีเมเลคก็ขึ้นไปบนภูเขาศัลโมน ทั้งตัวเขากับกองทัพทั้งสิ้น อาบีเมเลคถือขวานตัดกิ่งไม้ใส่บ่าแบกมา เขาบอกคนที่อยู่ด้วยว่า “เจ้าเห็นข้าทำอะไร จงรีบไปทำอย่างข้าเถิด” 

49คนทั้งปวงก็ตัดกิ่งไม้แบกตามอาบีเมเลคไปสุมไว้ที่อุโมงค์ใต้ดิน แล้วก็จุดไฟเผา ดังนั้นคนที่หอรบเมืองเชเคมก็ตายหมดทั้งชายและหญิงประมาณ 1,000 คน

50อาบีเมเลคไปยังเมืองเธเบศตั้งค่ายประชิดเมืองเธเบศไว้ และยึดเมืองนั้นได้ 51แต่ในเมืองมีหอรบแข็งแกร่งแห่งหนึ่ง ชาวเมืองนั้นทั้งหมดทั้งชายและหญิงก็หนีเข้าไปที่นั่นปิดประตูขังตนเองเสีย แล้วก็ขึ้นไปบนหลังคาหอรบ 52อาบีเมเลคยกมาถึงหอรบนี้ ก็เข้าโจมตีจนเข้ามาใกล้ประตูหอรบได้ เพื่อจะเอาไฟเผา 53แต่หญิงคนหนึ่งเอาหินโม่แป้งชิ้นบนทุ่มศีรษะอาบีเมเลค ทำให้กะโหลกศีรษะของเขาแตก 

54เขาจึงรีบร้องบอกคนหนุ่มที่ถืออาวุธของเขาว่า “จงชักดาบออกแล้วฆ่าเราเสียเพื่อคนจะไม่พูดว่า ‘ผู้หญิงคนหนึ่งฆ่าเขาตาย’ ” คนหนุ่มนั้นก็แทงเขาทะลุถึงแก่ความตาย 

55เมื่อคนอิสราเอลเห็นว่าอาบีเมเลคสิ้นชีวิตแล้ว ต่างคนก็กลับไปยังที่ของตน 

56ดังนี้แหละพระเจ้าทรงตอบสนองความชั่ว ที่อาบีเมเลคได้ทำต่อบิดาของตน ที่ได้ฆ่าพี่น้อง 70 คนของตนเสีย 57และพระเจ้าทรงตอบสนองกรรมชั่วทั้งสิ้นของชาวเชเคมบนศีรษะของพวกเขาเอง และคำสาปแช่งของโยธามบุตรเยรุบบาอัลก็ตกอยู่กับเขาทั้งหลาย

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

A : Attitude

เราได้รับความรู้ใหม่ๆ หรือเราได้รับทัศนคติใหม่ๆ จากพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่อ่านเรื่องอะไรบ้าง?

ผู้นำที่จบชีวิตไม่ดี ก็เพราะเริ่มต้นไม่ดี การเร่ิมต้นที่ไม่ชอบธรรมของอาบีเมเลค ร่วมกับคนเชเคม สุดท้ายก็แตกคอกันมีศึกสงคราม และอาบีเมเลคก็ต้องเสียชีวิตอย่างไม่มีศักดิ์ศรีด้วย พระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้าตอบสนองความชั่วของอาบีเมเลค และชาวเมืองเชเคม จากข้อ 23,24,49,56 และ 57

อย่าคิดว่าความอธรรมของคนอธรรมพระเจ้าจะไม่ลงโทษพิพากษา แต่พระเจ้ามีเวลาสำหรับการลงโทษในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเวลานาน หรือในเวลาอันรวดเร็ว สุดท้ายจะมีการลงโทษ

C : Christ in focus

เรามองเห็นพระเยซูเป็นใคร พระองค์ทำอะไรบ้าง ผ่านพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตอนที่เราอ่านอย่างไรบ้าง?

พระเยซูมาเพื่อช่วยเหลือ เพื่อเสียสละ การเริ่มต้นของพระองค์มาจากพระเจ้า พระองค์ประทานพระเยซูกับคนในโลกนี้ เพื่อทุกคนที่เชื่อวางใจในพระเยซูจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร์

พระเยซูมาพร้อมความช่วยเหลือ พร้อมการยกโทษ พร้อมการให้อภัยและสร้างสันติ พระองค์จึงปกครองในจิตใจของผู้คนได้

ตอนจบของชีวิตเรา เราวางใจความจริงข้อนี้ได้ เมื่อเราได้พิสูจน์โดยการดำเนินชีวิตกับพระองค์ในทุกๆวัน เราจะมีความมั่นใจในพระเจ้าตั้งแต่โลกนี้ ทำให้ชีวิตที่จบลงจากโลกนี้ไป เราจะมีความมั่นใจในโลกฝ่ายวิญญาณที่เราจะอยู่กับพระเจ้านิรันดร

T : Transformation

เราต้องการให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในด้านใดบ้าง

เราเรียนรู้ ระมัดระวังที่จะไม่ทำบาป ไม่ร่วมมือกับคนอธรรม ระมัดระวังการพูดที่ทำให้เราเดือดร้อนในที่สุด

เรียนรู้การเริ่มต้นทุกเรื่องทุกอย่างในชีวิตให้ถูกต้อง เพื่อให้ผลปลายทางจะจบลงด้วยดี

อย่าเสียเวลาทะเลาะต่อสู้กับคนท่ีเราต้องสัมพันธ์ด้วยหรือทำงานด้วย อย่าดูหมิ่นคน อย่าสร้างศัตรู เพราะไม่มีประโยชน์และคนเหล่านั้นจะกลับมาสร้างความยุ่งยากให้กับเรา สร้างปัญหาให้กับเรา

การขอโทษ การยกโทษ การคืนดี เป็นโอกาสในการสร้างหนทางแห่งสันติสุขและทำให้ชีวิตจบลงอย่างดีได้มากที่สุด

S : Serve

เราจะดำเนินชีวิตเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และต่อพระเจ้าได้อย่างไรบ้าง?

รับใช้พระเจ้าด้วยชีวิตที่มีความชอบธรรม เราจะไม่สามารถปกครองคนที่เราทะเลาะด้วย คนที่เราหวังร้าย หรือคนที่เราคิดฆ่าทำลายได้ เพราะจะมีการต่อต้าน ต่อสู้ และก่อให้เกิดความเสียหายในที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

เราควรรับใช้กับผู้นำที่ชอบธรรม มีชีวิตยำเกรงพระเจ้า มีคุณธรรม มีจริยธรรม เพื่อการรับใช้ของเราจะเริ่มต้นได้อย่างดี และจบอย่างดี ไม่จบด้วยความเสียหายพังพินาศ ให้อยู่ฝ่ายพระเจ้า ติดตามพระเจ้า และฝ่ายผู้นำที่ติดตามพระเจ้า

ขอพระเจ้าอวยพร ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน

สนใจติดต่อเรา

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้เฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 9:1-21
บทความถัดไปเฝ้าเดี่ยวแบบ A.C.T.S. ผู้วินิจฉัย บทที่ 10:1-18

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่